
'ศุภจี' เร่งปิดดีล FTA ไทย-UAE คืบหน้า 80% ชูฮับอาหารฮาลาลเอเชีย
'ศุภจี' เดินหน้าเจรจา CEPA กับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คืบหน้า 80% ดันไทยเป็นฮับอาหารฮาลาล–พันธมิตรความมั่นคงอาหาร พร้อมขยายโอกาสการลงทุน มูลค่าการค้ากว่า 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์
KEY
POINTS
- ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เร่งผลักดันการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) ซึ่งคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% โดยตั้งเป้าจะสรุปผลให้ได้โดยเร็ว
- ไทยเสนอตัวเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางอาหารให้แก่ UAE พร้อมชูศักยภาพการเป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลของเอเชีย
- นอกเหนือจากความร่วมมือด้านอาหาร ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการขยายความร่วมมือในสาขาอื่น ๆ เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อัญมณีและเครื่องประดับ และภาคบริการ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้พบกับนายอุบัยด์ ซาอีด อุบัยด์ บินฏอริช อัลฎอฮิรี เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประจำประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับ UAE และการยืนยันความตั้งใจที่จะสรุปการเจรจา FTA ระหว่างสองฝ่าย
นางศุภจี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และโรคระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในด้านต่าง ๆ ผนวกกับการที่ UAE เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหารเป็นหลัก ไทยจึงพร้อมเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางอาหารในระยะยาวของ UAE ด้วยสินค้าเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล รวมถึงการเป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลของเอเชียด้วย
นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนวคิดความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งจะไม่ใช่เป็นเพียงการส่งเสริมการค้าขายสินค้าอาหารระหว่างกัน แต่อาจรวมถึงการจัดทำกลไกสำรองสินค้า การจัดหาสินค้าในภาวะฉุกเฉินและเร่งด่วน และการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนสองฝ่าย
โดยทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงประโยชน์อันมหาศาลจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) ไทย–UAE ซึ่งมีความคืบหน้าในการเจรจาไปแล้วกว่า 80% และเห็นพ้องกันที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อให้สามารถหาข้อสรุปได้โดยเร็ว โดยพร้อมที่จะหารือกับทุกภาคส่วน เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น สร้างความเข้าใจ และขับเคลื่อนการเจรจาต่อไปบนพื้นฐานที่ไทยจะได้ประโยชน์สูงสุด
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองฝ่ายยังตระหนักถึงโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือในหลากหลายสาขา ซึ่งนอกเหนือจากความร่วมมือด้านอาหารแล้ว ยังมีสาขาอื่น ๆ อาทิ การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ภาคบริการ การส่งเสริม MSMEs และได้เชิญชวนเอกชน UAE เข้าร่วมงานแสดงสินค้าของไทย เช่น งาน Bangkok Gems & Jewelry งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX–Anuga Asia และงานแสดงสินค้านานาชาติที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง THAIFEX – HOREC ASIA
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีความร่วมมือเพื่อส่งเสริมสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยใน UAE เนื่องจากทราบว่าผู้ค้าใน UAE มีความชื่นชอบในอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับ 2 ของไทยไป UAE ด้วย
ทั้งนี้ ในปี 2568 UAE เป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทยในตลาดโลก และอันดับที่ 1 ในกลุ่ม GCC และตะวันออกกลาง โดยการค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 21,596.74 ล้านดอลลาร์ ไทยส่งออกไป UAE 4,499.45 ล้านดอลลาร์ และไทยนำเข้าจาก UAE 17,097.29 ล้านดอลลาร์
ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญของไทย อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ น้ำมันดิบ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ น้ำมันสำเร็จรูป สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ และก๊าซธรรมชาติ

