thansettakij
thansettakij
'ศุภจี' เร่งปิดดีล FTA ไทย-UAE คืบหน้า 80% ชูฮับอาหารฮาลาลเอเชีย

'ศุภจี' เร่งปิดดีล FTA ไทย-UAE คืบหน้า 80% ชูฮับอาหารฮาลาลเอเชีย

26 ก.พ. 2569 | 04:26 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.พ. 2569 | 05:22 น.

'ศุภจี' เดินหน้าเจรจา CEPA กับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คืบหน้า 80% ดันไทยเป็นฮับอาหารฮาลาล–พันธมิตรความมั่นคงอาหาร พร้อมขยายโอกาสการลงทุน มูลค่าการค้ากว่า 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์

KEY

POINTS

  • ไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เร่งผลักดันการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) ซึ่งคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% โดยตั้งเป้าจะสรุปผลให้ได้โดยเร็ว
  • ไทยเสนอตัวเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางอาหารให้แก่ UAE พร้อมชูศักยภาพการเป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลของเอเชีย
  • นอกเหนือจากความร่วมมือด้านอาหาร ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการขยายความร่วมมือในสาขาอื่น ๆ เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อัญมณีและเครื่องประดับ และภาคบริการ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้พบกับนายอุบัยด์ ซาอีด อุบัยด์ บินฏอริช อัลฎอฮิรี เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประจำประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับ UAE และการยืนยันความตั้งใจที่จะสรุปการเจรจา FTA ระหว่างสองฝ่าย

นางศุภจี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และโรคระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในด้านต่าง ๆ ผนวกกับการที่ UAE เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหารเป็นหลัก ไทยจึงพร้อมเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางอาหารในระยะยาวของ UAE ด้วยสินค้าเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล รวมถึงการเป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลของเอเชียด้วย

นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนวคิดความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งจะไม่ใช่เป็นเพียงการส่งเสริมการค้าขายสินค้าอาหารระหว่างกัน แต่อาจรวมถึงการจัดทำกลไกสำรองสินค้า การจัดหาสินค้าในภาวะฉุกเฉินและเร่งด่วน และการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนสองฝ่าย

โดยทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงประโยชน์อันมหาศาลจากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) ไทย–UAE ซึ่งมีความคืบหน้าในการเจรจาไปแล้วกว่า 80% และเห็นพ้องกันที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อให้สามารถหาข้อสรุปได้โดยเร็ว โดยพร้อมที่จะหารือกับทุกภาคส่วน เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น สร้างความเข้าใจ และขับเคลื่อนการเจรจาต่อไปบนพื้นฐานที่ไทยจะได้ประโยชน์สูงสุด

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองฝ่ายยังตระหนักถึงโอกาสในการส่งเสริมความร่วมมือในหลากหลายสาขา ซึ่งนอกเหนือจากความร่วมมือด้านอาหารแล้ว ยังมีสาขาอื่น ๆ อาทิ การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ภาคบริการ การส่งเสริม MSMEs และได้เชิญชวนเอกชน UAE เข้าร่วมงานแสดงสินค้าของไทย เช่น งาน Bangkok Gems & Jewelry งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX–Anuga Asia และงานแสดงสินค้านานาชาติที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง THAIFEX – HOREC ASIA

 

'ศุภจี' เร่งปิดดีล FTA ไทย-UAE คืบหน้า 80% ชูฮับอาหารฮาลาลเอเชีย

 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีความร่วมมือเพื่อส่งเสริมสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยใน UAE เนื่องจากทราบว่าผู้ค้าใน UAE มีความชื่นชอบในอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับ 2 ของไทยไป UAE ด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2568 UAE เป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทยในตลาดโลก และอันดับที่ 1 ในกลุ่ม GCC และตะวันออกกลาง โดยการค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 21,596.74 ล้านดอลลาร์ ไทยส่งออกไป UAE 4,499.45 ล้านดอลลาร์ และไทยนำเข้าจาก UAE 17,097.29 ล้านดอลลาร์

 

'ศุภจี' เร่งปิดดีล FTA ไทย-UAE คืบหน้า 80% ชูฮับอาหารฮาลาลเอเชีย

 

ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญของไทย อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ น้ำมันดิบ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ น้ำมันสำเร็จรูป สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ และก๊าซธรรมชาติ