thansettakij
thansettakij
ถอดรหัสคลังสมอง "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" สามมิติ หนึ่งพลัง ขับเคลื่อนการค้าไทย

ถอดรหัสคลังสมอง "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" สามมิติ หนึ่งพลัง ขับเคลื่อนการค้าไทย

20 ก.พ. 2569 | 01:25 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.พ. 2569 | 05:28 น.

ถอดรหัสทีมที่ปรึกษาคลังสมองของ "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" รมว.พาณิชย์ สามมิติ หนึ่งพลัง กับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนส่งออกไทยปี 2568 โต 12.9% สู่เป้าหมาย Heart of Asia

KEY

POINTS

  • ยุทธศาสตร์การค้าไทยขับเคลื่อนโดยทีมงาน "คลังสมอง" ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นการรวมพลังผู้เชี่ยวชาญ 3 มิติ ได้แก่ ด้านเศรษฐศาสตร์ (ดร. กิริฎา) ประสบการณ์เจรจา (นางสาวบรรจงจิตต์) และกฎหมายระหว่างประเทศ (นายวรวุฒิ)
  • กำหนดแนวทางใหม่ให้การค้าไทย โดยมุ่งเน้นการกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดียว (Ally to All) และเร่งรัดความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับคู่ค้าศักยภาพใหม่ๆ
  • มีเป้าหมายเพื่อยกระดับบทบาทของไทยในเวทีการค้าโลก จากการเป็นผู้ขาย (Sell To) สู่การเป็นพันธมิตรที่ร่วมค้าและขายผ่านเครือข่าย (Sell With & Sell Through) ในห่วงโซ่อุปทานโลก

ท่ามกลางความปั่นป่วนของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 การส่งออกไทยกลับพิสูจน์ความแข็งแกร่ง ด้วยมูลค่ารวมกว่า 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 12.9% และยังเร่งตัวแรงในช่วงปลายปี โดยเดือนธันวาคม 2568 เพียงเดือนเดียวมีมูลค่าสูงถึง 28,928.4 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16.8%

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประกาศชัดว่า กระทรวงพาณิชย์จะไม่เดินเกมแบบเดิมอีกต่อไป โดยจะให้ความสำคัญกับการกระจายตลาดส่งออก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป พร้อมทั้งเร่งขยายความร่วมมือทางการค้ากับประเทศคู่ค้าควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์กับตลาดหลักเดิมอย่างสมดุล โดยยึดหลักการ “Ally to All” คือ เป็นพันธมิตรทางการค้ากับทุกประเทศบนพื้นฐานความเคารพซึ่งกันและกัน ผ่าน 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ 1.การกระจายตลาด 2.ปรับปรุง FTA 3.เสริมสร้างความสามารถด้านการเงิน 

ที่สำคัญกว่านั้น คือการเป็น Heart of Asia หรือศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของเอเชีย จาก "Sell To" หรือการขายให้ สู่ "Sell With" การขายร่วมกับพันธมิตร และ "Sell Through" การขายผ่านเครือข่ายพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

นางศุภจี มองว่า โลกในปัจจุบันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกติกาเดิม ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องบูรณาการนโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจเข้าด้วยกันผ่าน "การทูตเศรษฐกิจ" เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายความร่วมมือกับภูมิภาคต่าง ๆ ผ่าน “Team Thailand” และใช้โอกาสผ่านบทบาทอาเซียน regionalization 

โดยเฉพาะความตกลงกับเอฟตา ซึ่งเป็น FTA มาตรฐานสูง และจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขยายความร่วมมือทางการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) ในอนาคต รวมถึง FTA ไทย-แคนาดา ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา

ขณะที่กรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) มีเป้าหมายเปิดโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs เข้าถึงตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประเทศสมาชิกตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าภายในภูมิภาคจาก 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 โดยไทยในฐานะประธานการเจรจาแสดงความพร้อมผลักดันให้ความตกลงดังกล่าวเกิดผลเป็นรูปธรรม

 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

"หลังจากนี้จะเร่งกระจายตลาดส่งออก เพื่อ ‘ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง’ มากจนเกินไป พร้อมเร่งขยายความร่วมมือทางการค้ากับประเทศคู่ค้าศักยภาพในภูมิภาคใหม่ ๆ ควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์กับตลาดหลักเดิมอย่างสมดุล"นางศุภจีระบุ

โครงสร้างทีมงานภายใต้การนำทีมของ "ศุภจี สุธรรมพันธุ์"

ยุทธศาสตร์การค้าไทยปี 2568 ที่นางศุภจีประกาศไม่อาจแยกออกจากคณะที่ปรึกษาและทีมงานหลักที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญซึ่งแต่ละคนนำองค์ความรู้เฉพาะทางมาเสริมซึ่งกันและกันอย่างครบวงจร

คนแรก คือ ดร. กิริฎา เภาพิจิตร ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ มีภูมิหลังด้านเศรษฐศาสตร์มหภาคและการลงทุน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก Cornell University โดยรับทุนมูลนิธิอนันทมหิดล และเคยทำงานในธนาคารโลกกว่า 15 ปี ก่อนดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการวิเคราะห์เศรษฐกิจเชิงลึกของ TDRI บทบาทในกระทรวงครอบคลุมการขับเคลื่อนนโยบายการค้าและการส่งออก รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ

 

ดร. กิริฎา เภาพิจิตร

 

คนที่สอง นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นข้าราชการอาวุโสที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในกระทรวงพาณิชย์มาโดยตลอด ทั้งอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และที่ปรึกษาคณะผู้แทนถาวรไทยประจำ WTO ณ นครเจนีวา สำเร็จการศึกษาปริญญาโทสองใบจาก Southern Illinois University สาขาเศรษฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ธุรกิจเกษตร

 

นางสาวบรรจงจิตต์  อังศุสิงห์

คนที่สาม นายวรวุฒิ โปษกานนท์ ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ สำเร็จการศึกษา LL.M. จาก The John Marshall Law School ในฐานะนักเรียนทุนรัฐบาล เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักเครื่องหมายการค้าและผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปัจจุบันสนับสนุนงานด้านนโยบายและการบริหารในกระทรวง

เมื่อนำประสบการณ์ ความรู้ความสามารถของทีมที่ปรึกษาทั้งหมดมารวมกันจะนับว่าเป็นการผสมผสานองค์ความรู้สามมิติเข้าด้วยกัน ทั้งปัญญาทางเศรษฐศาสตร์ระดับโลก ประสบการณ์จากสนามเจรจาจริง และความแข็งแกร่งทางกฎหมายระหว่างประเทศ

 

นายวรวุฒิ โปษกานนท์

 

กล่าวคือ ดร. กิริฎาทำหน้าที่วิเคราะห์และคาดการณ์ผลกระทบนโยบายด้วยสายตาของนักเศรษฐศาสตร์โลก นางสาวบรรจงจิตต์นำเครือข่ายและประสบการณ์เจรจาหลายทศวรรษมาแปลงเป็นการเคลื่อนไหวเชิงปฏิบัติ ขณะที่นายวรวุฒิ ดูแลมิติด้านกฎหมายระหว่างประเทศ

นางศุภจีและทีมกำลังเขียนบทใหม่ให้การค้าไทย ไม่ใช่แค่การหาตลาดเพิ่ม แต่คือการเปลี่ยนบทบาทของประเทศในห่วงโซ่มูลค่าโลก จากผู้รับออเดอร์สู่พันธมิตรที่โลกเลือก

อย่างไรก็ตามความท้าทายข้างหน้ายังมีอีกมาก ทั้งความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์ การเจรจา FTA ที่ยังค้างอยู่บนโต๊ะ และการแข่งขันจากประเทศที่ต้องการพื้นที่ในตลาดเดียวกัน การทำงานหลังจากนี้จะเป็นบทพิสูจน์