

KEY
POINTS
ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจ ถึงภาพรวมของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในปัจจุบันว่า กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่าในอดีตหลายเท่า โดยเทคโนโลยีที่เคยใช้เวลาเปลี่ยนผ่านนับร้อยปีในอดีต ปัจจุบันกลับใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี เช่น การแพร่หลายของรถยนต์ EV หรือการมาถึงของ AI ส่งผลให้ในหนึ่งชั่วอายุคน แรงงานอาจต้อง เปลี่ยนอาชีพมากถึง 6 ครั้ง เพราะอาชีพเดิมสูญหายไป
ดร.เกียรติอนันต์ อ้างอิงข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุว่า ประเทศไทยมีแรงงานที่พร้อมรับโลกใหม่เพียง 15% ของกำลังแรงงานทั้งหมด ซึ่งน้อยกว่าสิงคโปร์ที่มีความพร้อมถึง 50% หรือเยอรมนีที่มี 48% อย่างมาก
ปัญหานี้สะท้อนให้เห็นว่าไทยขาดแคลนคนทำงานที่พร้อมสำหรับยุคสมัยใหม่ถึง 1 ใน 4 ของจำนวนที่ควรจะมี ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นแต่เงินเดือนไม่ขยับ และเศรษฐกิจไทยไปต่อไม่ได้เพราะตามโลกไม่ทัน
ดร.เกียรติอนันต์ เน้นย้ำว่าแรงงานต้องปรับตัวโดยการ "ถอดและประกอบทักษะใหม่" (Reskilling) เนื่องจากความรู้ในปัจจุบันมีอายุสั้นลง บางสายงานต้องอัปเดตกันรายวัน ระบบการศึกษาต้องเปลี่ยนจากการเน้นใบปริญญามาเป็นการเรียนรู้แบบ Micro-learning หรือหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบโจทย์การทำงานจริง
นอกจากนี้ แรงงานต้องเรียนรู้ที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือขยายพลังการคิด เพราะคนที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกับทักษะมนุษย์เท่านั้นที่จะอยู่รอดและไปได้ไกล
ในส่วนของภาครัฐและสถาบันการศึกษา จำเป็นต้องปรับระบบการเรียนรู้ให้เป็น แพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ตามความพร้อม ไม่จำกัดแค่ระบบออนไลน์ แต่ต้องเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงและฟรี โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์พัฒนาการของผู้เรียนเพื่อออกแบบการสอนให้ตรงจุด และต้องมีระบบรับรองคุณวุฒิจากการเรียนรู้ต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประคองแรงงาน 37 ล้านคนให้ก้าวไปพร้อมกับโลก
โครงสร้าง GDP ของไทยย่ำอยู่กับที่มานานกว่า 30 ปี ทำให้เราสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ดร.เกียรติอนันต์เตือนว่า นโยบายรัฐบาลในปัจจุบันกว่า 80% เป็นเพียงการ "บรรเทาความเจ็บปวดระยะสั้น" หากไม่ปรับโครงสร้างขนานใหญ่ เศรษฐกิจไทยจะกลายเป็น "กึ่งซอมบี้" ที่โตช้าและขาดกำลังซื้อ
ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่คือการจัดโครงสร้าง ครม. แบบ "Cluster" โดยให้พรรคแกนนำคุมกระทรวงเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตร และกระทรวงแรงงาน ให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายไปในทิศทางเดียว แทนการแบ่งเค้กตามโควตาซึ่งจะทำให้ประเทศย่ำอยู่กับที่
"สุดท้ายแล้ว หัวใจของเศรษฐกิจคือการทำให้คนกินดีอยู่ดี หากเราไม่พัฒนาคนให้เก่งจริงและปรับตัวได้ GDP ที่เติบโตก็เป็นเพียงตัวเลขที่แลกมาด้วยการทำงานหนักแต่ไร้ประสิทธิผล" ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวทิ้งท้าย