thansettakij
เตือนวิกฤตแรงงาน มีแค่ 15% ที่ปรับตัวทัน จี้รื้อระบบสู้โลกเปลี่ยนไว

เตือนวิกฤตแรงงาน มีแค่ 15% ที่ปรับตัวทัน จี้รื้อระบบสู้โลกเปลี่ยนไว

26 ม.ค. 2569 | 05:43 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ม.ค. 2569 | 06:07 น.

โลกหมุนเร็วขึ้น แต่ไทยย่ำที่เดิมมา 30 ปี "ดร.เกียรติอนันต์ นักเศรษฐศาสตร์ มธ." ชี้แรงงานพร้อมรับมือโลกใหม่เพียง 15% เตือนหากไม่เร่ง "ปรับตัว-ปรับระบบ-ปรับโครงสร้าง" เศรษฐกิจไทยเสี่ยงกลายเป็นซอมบี้ถาวร

KEY

POINTS

  • แรงงานไทยมีความพร้อมปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่เพียง 15% ซึ่งต่ำกว่าประเทศอื่นอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ
  • แรงงานจำเป็นต้องปรับตัวโดยการเพิ่มทักษะใหม่ (Reskilling) และเรียนรู้ผ่านหลักสูตรระยะสั้น (Micro-learning) ที่ตอบโจทย์การทำงานจริง แทนการยึดติดกับใบปริญญา
  • เสนอให้ภาครัฐและสถาบันการศึกษารื้อระบบการเรียนรู้ให้เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เข้าถึงง่ายและมีคุณภาพ พร้อมปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจ ถึงภาพรวมของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในปัจจุบันว่า กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่าในอดีตหลายเท่า โดยเทคโนโลยีที่เคยใช้เวลาเปลี่ยนผ่านนับร้อยปีในอดีต ปัจจุบันกลับใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี เช่น การแพร่หลายของรถยนต์ EV หรือการมาถึงของ AI ส่งผลให้ในหนึ่งชั่วอายุคน แรงงานอาจต้อง เปลี่ยนอาชีพมากถึง 6 ครั้ง เพราะอาชีพเดิมสูญหายไป

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิกฤตแรงงานไทย: พร้อมรับมือโลกใหม่เพียง 15%

ดร.เกียรติอนันต์ อ้างอิงข้อมูลจาก World Economic Forum ระบุว่า ประเทศไทยมีแรงงานที่พร้อมรับโลกใหม่เพียง 15% ของกำลังแรงงานทั้งหมด ซึ่งน้อยกว่าสิงคโปร์ที่มีความพร้อมถึง 50% หรือเยอรมนีที่มี 48% อย่างมาก

ปัญหานี้สะท้อนให้เห็นว่าไทยขาดแคลนคนทำงานที่พร้อมสำหรับยุคสมัยใหม่ถึง 1 ใน 4 ของจำนวนที่ควรจะมี ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นแต่เงินเดือนไม่ขยับ และเศรษฐกิจไทยไปต่อไม่ได้เพราะตามโลกไม่ทัน

"ปรับตัว" จากปริญญาสู่ทักษะ (Micro-learning)

ดร.เกียรติอนันต์ เน้นย้ำว่าแรงงานต้องปรับตัวโดยการ "ถอดและประกอบทักษะใหม่" (Reskilling) เนื่องจากความรู้ในปัจจุบันมีอายุสั้นลง บางสายงานต้องอัปเดตกันรายวัน ระบบการศึกษาต้องเปลี่ยนจากการเน้นใบปริญญามาเป็นการเรียนรู้แบบ Micro-learning หรือหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบโจทย์การทำงานจริง

นอกจากนี้ แรงงานต้องเรียนรู้ที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือขยายพลังการคิด เพราะคนที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกับทักษะมนุษย์เท่านั้นที่จะอยู่รอดและไปได้ไกล

ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

"ปรับระบบ" การเรียนรู้ตลอดชีวิต

ในส่วนของภาครัฐและสถาบันการศึกษา จำเป็นต้องปรับระบบการเรียนรู้ให้เป็น แพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ตามความพร้อม ไม่จำกัดแค่ระบบออนไลน์ แต่ต้องเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงและฟรี โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์พัฒนาการของผู้เรียนเพื่อออกแบบการสอนให้ตรงจุด และต้องมีระบบรับรองคุณวุฒิจากการเรียนรู้ต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประคองแรงงาน 37 ล้านคนให้ก้าวไปพร้อมกับโลก

"ปรับโครงสร้าง" เศรษฐกิจและรัฐบาล

โครงสร้าง GDP ของไทยย่ำอยู่กับที่มานานกว่า 30 ปี ทำให้เราสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ดร.เกียรติอนันต์เตือนว่า นโยบายรัฐบาลในปัจจุบันกว่า 80% เป็นเพียงการ "บรรเทาความเจ็บปวดระยะสั้น" หากไม่ปรับโครงสร้างขนานใหญ่ เศรษฐกิจไทยจะกลายเป็น "กึ่งซอมบี้" ที่โตช้าและขาดกำลังซื้อ

ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่คือการจัดโครงสร้าง ครม. แบบ "Cluster" โดยให้พรรคแกนนำคุมกระทรวงเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตร และกระทรวงแรงงาน ให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายไปในทิศทางเดียว แทนการแบ่งเค้กตามโควตาซึ่งจะทำให้ประเทศย่ำอยู่กับที่

"สุดท้ายแล้ว หัวใจของเศรษฐกิจคือการทำให้คนกินดีอยู่ดี หากเราไม่พัฒนาคนให้เก่งจริงและปรับตัวได้ GDP ที่เติบโตก็เป็นเพียงตัวเลขที่แลกมาด้วยการทำงานหนักแต่ไร้ประสิทธิผล" ดร.เกียรติอนันต์ กล่าวทิ้งท้าย