นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ แก้หนี้รายย่อยที่มีภาระหนี้ไม่เกิน 1 แสนบาท ว่า ขณะนี้มียอดลงทะเบียนขอเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้วกว่า 1.1 แสนราย จากจำนวนลูกหนี้ที่เข้าเงื่อนไขเฟสแรกประมาณ 1.2 ล้านราย
“กลไกการคัดกรองลูกหนี้ในระยะแรกนี้จะอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ณ วันที่ 30 กันยายน ซึ่งมีการดึงรายชื่อลูกหนี้ที่เข้าเงื่อนไข ทั้งระบบออกมาประมาณ 3 ล้านราย แต่ในเฟสแรกนี้จะคัดเฉพาะกลุ่มที่มียอดหนี้เงินต้นรวมดอกเบี้ยไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งมีจำนวนประมาณ 1.2 ล้านราย”
อย่างไรก็ตาม จำนวนที่ลูกหนี้ลงทะเบียนเข้ามาดังกล่าว อาจมีบางรายที่ไม่เข้าเงื่อนไขโครงการ ซึ่งจะมีการส่ง SMS แจ้งเตือนผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์โครงการอีกครั้ง ขณะที่ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านทางเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th และ www.sam.or.th
สำหรับลูกหนี้ที่ผ่านเกณฑ์และต้องการจบภาระหนี้ในเดือนมกราคม สามารถดำเนินการปิดบัญชีได้ทันที โดยมีเงื่อนไขจูงใจคือ จ่ายเพียง 50% ของเงินต้นเท่านั้น ส่วนที่เหลือรวมถึงดอกเบี้ยจะได้รับยกเว้นให้ทั้งหมด โดยมีแนวทางการติดต่อดังนี้
ส่วนของลูกหนี้ที่ไม่พร้อมปิดบัญชีเป็นเงินก้อน แต่ต้องการผ่อนชำระจะต้องรอการเตรียมความพร้อมของระบบ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป
ทั้งนี้ การดูแลหนี้ของประชาชนนั้น ประเด็นที่น่ากังวล คือ กลุ่มหนี้จากการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Buy Now Pay Later หรือบริการ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" ซึ่งปัจจุบันขยายตัวอย่างมากในกลุ่มเยาวชน ซึ่งทางผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เริ่มให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ เนื่องจากเป็นการให้สินเชื่อที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมแบบปกติ และอาจส่งผลเสียต่อวินัยทางการเงินของเยาวชนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น