thansettakij
ไทยเสี่ยงต้นทุนสาธารณสุขเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯขึ้นภาษียา 100%

ไทยเสี่ยงต้นทุนสาธารณสุขเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯขึ้นภาษียา 100%

29 ก.ย. 2568 | 01:59 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ก.ย. 2568 | 02:34 น.

อนุสรณ์ชี้ไทยเสี่ยงต้นทุนทางด้านสาธารณสุขเพิ่มสูงขึ้น หลังสหรัฐฯประกาศขึ้นนภาษียา 100% ที่มีตราสินค้า แนะเร่งส่งเสริมลงทุนวิจัยเพื่อพึ่งพาตัวเอง

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ายาที่มีสิทธิบัตร 100% ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและทำให้ราคายาทั่วโลกสูงขึ้น
  • แม้ไทยจะส่งออกยาไปสหรัฐฯ น้อย แต่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์ในราคาที่แพงขึ้น ทำให้ต้นทุนด้านสาธารณสุขของประเทศเพิ่มขึ้น
  • ไทยจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมการลงทุนวิจัยและพัฒนาด้านยาและเวชภัณฑ์ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุขในระยะยาว

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เม็ดเงินงบประมาณลงทุนสูงมากในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จึงมีการใช้ระบบทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อปกป้องผลประโยชน์จากการลงทุนผ่านสิทธิบัตรยาหรือยาต้นแบบ 

แต่ยาและเวชภัณฑ์เป็นปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อทุกคน จึงมีข้อยกเว้นในการบังคับใช้สิทธิบัตรยาหรือบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในบางกรณี การประกาศขึ้นอัตราภาษีของรัฐบาลทรัมป์ 100% สำหรับยาที่มีตราสินค้าหรือสิทธิบัตร และให้มีผลทันทีในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ย่อมมีผลสะเทือนต่อห่วงโซ่อุปทานธุรกิจอุตสาหกรรมยาโลก 

แม้การเพิ่มภาษีนำเข้ายาจะกระทบต่อภาคส่งออกยาและผลิตภัณฑ์ในไทยค่อนข้างจำกัด เนื่องจากไทยมีมูลค่าส่งออกยาและเครื่องมือทางการแพทย์ไปสหรัฐอเมริกาน้อยมาก แต่ผลกระทบจะเกิดขึ้นจากการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์ที่มีราคาสูงขึ้น ต้นทุนทางด้านสาธารณสุขจะเพิ่มขึ้น นัยสำคัญต่อผลกระทบระยะยาวต่อระบบสาธารณสุข แรงกดดันที่มีต่ออุตสาหกรรมยาในประเทศเป็นเรื่องที่ต้องมีการศึกษาติดตามต่อไป ไทยต้องเร่งส่งเสริมการลงทุนวิจัยทางด้านยาและเวชภัณฑ์เพื่อพึ่งพาตัวเองมากขึ้น

อัตราภาษีนำเข้า 100% สำหรับยาที่มีตราสินค้าหรือสิทธิบัตร จะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตยาชั้นนำในยุโรปและญี่ปุ่น นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังออกมาตรการเลือกปฏิบัติ คือ บริษัทยาที่มีการลงทุนเพื่อผลิตในสหรัฐฯหรือกำลังสร้างโรงงานผลิตในสหรัฐฯจะได้รับการยกเว้นภาษี การตั้งกำแพงภาษีเพื่อกดดันให้มีการย้ายโรงงานมาผลิตในสหรัฐฯอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะเครือข่ายและห่วงโซ่อุปทานของบริษัทยาข้ามชาติกระจายตัวอยู่ในหลายประเทศ 

นอกจากนี้ การกีดกันทางการค้านี้จะทำให้ราคายาและค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย สหรัฐอเมริกามีมูลค่าการนำเข้ายาเมื่อปีที่แล้วประมาณ 2.13 แสนล้านดอลลาร์ 

อีกทั้งการขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าอาจทำให้ บริษัทยายักษ์ใหญ่ใช้งบประมาณไปกับการย้ายฐานโรงงานการผลิตและรับมือผลกระทบต่อภาษีที่มีต่อห่วงโซ่เครือข่ายการผลิต แทนที่จะเอางบประมาณเหล่านี้มาลงทุนเพื่อสร้างนวัตกรรมยาเพื่อสุขภาพของมนุษยชาติ