
ภาษีสหรัฐ-สินค้าราคาถูกทะลักกดจีดีพีอุตฯปี 68 เหลือโต 0.5-1.5%
สศอ.หั่นจีดีพีภาคอุตสาหกรรมปี 68 เหลือโต 0.5-1.5% เหตุสหรัฐขึ้นภาษี และสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศทะลักเข้าไทย
นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า สศอ. ได้ดำเนินการปรับประมาณการดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ปี 68 ขยายตัวอยู่ในช่วงระหว่าง 0 – 1% จากประมาณการเดิมขยายตัว 1.5 - 2.5% และ GDP ภาคอุตสาหกรรมปี 68 คาดขยายตัว 0.5 – 1.5% จากประมาณการครั้งก่อนคาดว่าจะขยายตัว 1.5 - 2.5% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับหน่วยงานทางเศรษฐกิจอื่น ๆ โดยมีสาเหตุหลักจาก การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และปัญหาการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ
สำหรับดัชนี MPI เดือนเม.ย. 68 อยู่ที่ระดับ 92.30 ขยายตัว 2.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 56.51% สะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมกลับมาผลิตเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยสนับสนุนหลักต่อภาคการผลิต ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 21 เดือน ซึ่งขยายตัว 1.345 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
จากการผลิตเพื่อส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าที่ได้มีการจองไว้จากงานมอเตอร์โชว์ 2025 รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการคุณสู้เราช่วยที่ขยายเวลาลงทะเบียน โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท มาตรการผ่อนคลายเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
การชะลอการขึ้นภาษีนำเข้าของ สหรัฐฯ ออกไปอีก 90 วัน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมในหลายประเทศเร่งการผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าหลายแห่งได้เพิ่มการนำเข้าสินค้าเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต ทำให้การค้าระหว่างประเทศขยายตัวต่อเนื่อง
โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 16.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถัง และอากาศยานรบ ขยายตัว 11.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนพฤษภาคม 2568 ส่งสัญญาณเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยปัจจัยภายในประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวังต่อเนื่อง ตามการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลง และความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนด้านนโยบายทางการค้าของสหรัฐอเมริกา
ด้านปัจจัยต่างประเทศ ภาพรวมทรงตัวในระดับใกล้เคียงเดิม โดยภาคการผลิตของสหภาพยุโรปปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย ส่วนภาคการผลิตของญี่ปุ่นยังคงหดตัวต่อเนื่อง สำหรับในสหรัฐอเมริกายังคงมีความกังวลต่อเรื่องความไม่แน่นอนของนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้า
ส่วนอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนเมษายน 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย
- อาหารสัตว์สำเร็จรูป ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.30% จากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูป เป็นหลัก ตามการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงสุนัขและแมวทั้งในและต่างประเทศ โดยเดือนนี้ได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากจากลูกค้าญี่ปุ่น
- ผลิตภัณฑ์คอนกรีต ปูนซีเมนต์ และปูนปลาสเตอร์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.86% จากผลิตภัณฑ์เสาเข็มคอนกรีตและท่อซีเมนต์ เป็นหลัก ตามการขยายตัวของโครงการก่อสร้างของภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะโครงการเกี่ยวกับคมนาคมและสาธารณูปโภค การก่อสร้างที่อยู่อาศัยและโรงงานทั่วประเทศ
- น้ำมันปาล์ม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.49% จากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบ เป็นหลัก ตามปริมาณผลปาล์มที่ออกสู่ตลาดมากขึ้นจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย และส่งผลให้ราคาปาล์มปรับตัวลดลง
ขณะที่อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนเมษายน 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย
- ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.84% จากผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน 91 น้ำมันก๊าด และแก๊สโซฮอล์ 91 เป็นหลัก เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศและคำสั่งซื้อน้ำมันจากต่างประเทศลดลง รวมถึงการชะลอตัวลงของจำนวนนักท่องเที่ยวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- กาแฟ ชา และสมุนไพรผงสำหรับชง หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 84.35% จากผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4
- เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์น้ำแร่และน้ำดื่มบรรจุขวดประเภทอื่น ๆ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.68% จากผลิตภัณฑ์น้ำอัดลม เครื่องดื่มรสผลไม้ และเครื่องดื่มกาแฟกระป๋อง เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางราย ลดการผลิตลงหลังลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ






