thansettakij
แนะ ตั้ง War Room ทีมพิเศษผนึกรัฐ-เอกชนรับมือทรัมป์ขึ้นภาษีไทย

แนะ ตั้ง War Room ทีมพิเศษผนึกรัฐ-เอกชนรับมือทรัมป์ขึ้นภาษีไทย

03 เม.ย. 2568 | 01:24 น.
อัปเดตล่าสุด :03 เม.ย. 2568 | 01:24 น.

ดร.ต้นสนแนะ ต้องมี War Room ทีมพิเศษ ผนึกรัฐ เอกชน เร่งด่วยพิเศษ รับมือทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีไทย 36% แนะธุรกิจต่างๆ เตรียมรับมือแรงกระแทก ปรับกลยุทธ์หาโอกาสในวิกฤต

ดร. สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้โพสต์ข้อความบนเฟาบุ้ค “สันติธาร เสถียรไทย - Dr Santitarn Sathirathai” ระบุว่า รัฐบาลอเมริกาเพิ่งประกาศกำแพงภาษีครั้งใหญ่ที่เปรียบเสมือนเป็น ‘แผ่นดินไหว’ ช็อคการค้าไปทั้งโลกก็ว่าได้

แนะ ตั้ง War Room ทีมพิเศษผนึกรัฐ-เอกชนรับมือทรัมป์ขึ้นภาษีไทย

  • ทุกประเทศโดนภาษีอย่างน้อย 10%
  • อีก 60ประเทศโดนภาษี ’หมัดสวน‘ (reciprocal tariff) ที่ประเทศไทยจะโดนถึง 36% สูงกว่าหลายประเทศ(ดูในคอมเมนท์)

อาฟเตอร์ช็อคของมาตราการครั้งนี้อาจจะรุนแรงและซับซ้อน เพราะว่า:

  • หลายประเทศอาจเลือกที่จะใช้ไม้แข็งตั้งกำแพงภาษีกลับ สู้กันไปมา ทำให้การค้าโลกโดยรวมทรุดกว่าที่คิด
  • บางประเทศอาจเสี่ยงตกเข้าภาวะเศรษฐกิจถดถอย (ความเสี่ยงของอเมริกาเองก็เพิ่มขึ้น)ทำให้
  • เมื่อตลาดอเมริกาเหมือนจะกลายเป็น เมืองล้อมด้วยกำแพง ที่สินค้าเข้าไม่ได้หรือยากขึ้น ทุกประเทศก็จะคิดคล้ายๆกันคือต้องส่งออกไปตลาดอื่น ดังนั้นการแข่งขันจะเข้มข้นขึ้นทั้งสำหรับการส่งออกของไทยในตลาดที่3 และสินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆอาจทะลักเข้ามาในไทยมาขึ้น
  • เดิมการลงทุนที่ไทยได้จากการหลบเลี่ยงสงครามการค้าระหว่าง จีนและสหรัฐฯ อาจชะงักหรือชะลอเพราะตอนนี้ไทยเองก็โดนภาษีในระดับสูงเช่นกัน (แม้ว่าเวียดนามขะโดนมากกว่า)
  • แน่นอนว่า ยังมีความไม่แน่นอนอีกหลายอย่าง เช่นว่ากำแพงภาษีทั้งหมดนี้เจรจาได้แค่ไหน แต่ความไม่แน่นอนนี่เองก็จะทำให้ธุรกิจต่างๆทั่วโลกต้องหยุดเพื่อรอดู ปรับแผน มีผลลบกับเศรษฐกิจการลงทุนทันที

ตอนนี้ยังฝุ่นตลบผมจะพยายามคอยเอาบทวิเคราะห์ดีๆมาแปะไว้ด้านล่างด้วย แต่สำหรับผมเชื่อว่านี่คือ ’แผ่นดินไหว‘ทางการค้าโลกที่มีผลกระทบต่อไทยอย่างมาก (และมากกว่าที่คนส่วนใหญ่เคยคิดกัน) แน่นอน

ส่วนตัวจึงมองว่าจำเป็นต้องมี War Room ทีมพิเศษที่มีทั้งภาครัฐและเอกชนเตรียมรับมือเรื่องนี้และให้เป็นเรื่องเร่งด่วนพิเศษ

ธุรกิจต่างๆเองก็คงต้องเตรียมรับมือแรงกระแทกและปรับกลยุทธ์หาโอกาสในวิกฤตเช่นกัน เพราะช็อคครั้งนี้อาจไม่ใช่กระแทกระยะสั้นแต่จะมีผลปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจการค้าโลกระยะยาวด้วย

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ