
คนทั่วไป รับเงินดิจิทัล 10,000 เฟส 3 ผ่านทางรัฐ จำกัดใช้ระดับอำเภอ
อัปเดตล่าสุด! คนทั่วไปอายุ 16-59 ปี รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 ผ่านแอปทางรัฐ เช็กเงื่อนไขใหม่ จำกัดใช้ระดับอำเภอ ถอนเงินสดไม่ได้ พร้อมจ่ายไตรมาส 2/68
กระทรวงการคลังเดินหน้าโครงการเงินดิจิทัลเฟส 3 วงเงิน 10,000 บาท สำหรับคนทั่วไปอายุ 16-60 ปี ผ่านแอปทางรัฐ พร้อมปรับเงื่อนไขการใช้จ่ายใหม่ จำกัดการใช้เฉพาะในระดับอำเภอตามทะเบียนบ้าน และต้องใช้จ่ายกับร้านค้าที่ลงทะเบียนไว้กับกระทรวงการคลังเท่านั้น คาดผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 16 ล้านคน
เหตุผลปรับเงื่อนไขใหม่ เงินดิจิทัลเฟส 3 กลุ่มคนทั่วไป
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์การแจกเงินรอบก่อน พบว่ามีเพียง 5% ของงบประมาณ 1.9 แสนล้านบาท ที่ถูกนำไปใช้หนี้และเก็บออม จึงมีการปรับเงื่อนไขใหม่โดยใช้ระบบ Open Loop เชื่อมต่อกับทุกธนาคาร ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และกำหนดพื้นที่การใช้จ่ายเฉพาะในระดับอำเภอ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติคนทั่วไปมีสิทธิ์รับเงินดิจิทัล 10,000
ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ต้องมีคุณสมบัติดังนี้:
- มีสัญชาติไทย
- อายุ 16-60 ปี
- รายได้ไม่เกิน 840,000 บาทต่อปี (สำหรับปีภาษี 2566)
- มีเงินฝากรวมไม่เกิน 500,000 บาท (ณ 31 มีนาคม 2567)
- ไม่เป็นผู้ต้องโทษจำคุก
- ไม่เคยถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ
- ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐ
กำหนดการจ่ายเงินดิจิทัลกลุ่มคนทั่วไปและระบบการใช้งาน
รัฐบาลยืนยันการจ่ายเงินในไตรมาส 2 ปี 2568 (เมษายน-มิถุนายน) โดยมีความเป็นไปได้ที่จะจ่ายเร็วกว่ากำหนดเดิม ระบบดิจิทัลวอลเล็ตจะรองรับการใช้งานผ่านทั้งธนาคารพาณิชย์และกลุ่ม non-bank เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ประชาชนไม่ควรหลงเชื่อข่าวลือเรื่องการจ่ายเงินในเดือนมีนาคม 2568
การเตรียมตัวรับเงินผ่านแอปทางรัฐ
- ผู้มีสิทธิ์ต้องเตรียมความพร้อมดังนี้:
- ติดตั้งแอปพลิเคชันทางรัฐ
- เตรียมบัตรประชาชน
- ภาพถ่ายปัจจุบัน (พื้นหลังสีขาว)
- เบอร์โทรศัพท์และอีเมลที่ใช้งานได้
- เตรียมพื้นที่มือถืออย่างน้อย 100 MB
สำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ทางรัฐบาลอยู่ระหว่างพัฒนาระบบลงทะเบียนพิเศษ โดยจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบในภายหลัง ทั้งนี้ ประชาชนควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางการสื่อสารของรัฐบาลเท่านั้น เพื่อป้องกันการหลงเชื่อข่าวลือ
ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กระทรวงการคลัง หรือศึกษาวิธีการลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ






