
"แพทองธาร" บี้คลัง เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนด่วน 9.3 แสนล้าน ตามงาน มี.ค.นี้
นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร สั่งรมว.คลัง ประสานทุกหน่วยงานเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนด่วน 9.3 แสนล้านบาท หวั่นหลุดเป้าหมาย เตรียมนัดประชุมติดคามความคืบหน้าเดือนมีนาคม 2568 นี้
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง ประสานกับสำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดติดตามการดำเนินการ เบิกจ่ายงบประมาณ ของทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบลงทุน ให้แล้วเสร็จโดยเร็วและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐดำเนินการให้ถูกต้อง โปร่งใส เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดด้วย
อย่างไรก็ตามในเดือนมีนาคม 2568 นี้ นายกฯ จะมีการประชุมเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อติดตามความคืบหน้า ในการเบิกจ่ายงบประมาณของส่วนราชการอีกครั้ง เพื่อให้การใช้จ่ายเงินงบประมาณของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบลงทุน สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้โดยเร็ว
สำหรับผลการเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 – 24 มกราคม 2568 จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง รายงานว่า ณ วันที่ 24 มกราคม 2568 วงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุนหลังโอนเปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 9.3 แสนล้านบาท เบิกจ่ายได้ 1.6 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 17.5% หากรวมการก่อหนี้ผูกพัน มีการใช้จ่ายที่ 2.9 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 30.8%
โดยจำนวนเงินที่ต้องเบิกจ่ายในช่วงที่เหลือของงบประมาณ 2568 (วันที่ 25 มกราคม - 30 กันยายน 2568) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนที่ 80% ตามประมาณการของกรมบัญชีกลาง อยู่ที่ 5.8 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 62.5%
ทั้งนี้ ณ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม 2568 ผลอัตราการเบิกจ่ายการลงทุนที่ 17.5% เบิกจ่ายได้เพิ่มขึ้น 0.5% น้อยกว่าที่ต้องเบิกจ่ายต่อสัปดาห์ที่ 5.8% เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ณ สิ้นเดือนที่กรมบัญชีกลางคาดการณ์ไว้ที่ 23.3%
ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายการลงทุนในสัปดาห์ถัดไป โดยมีแนวทางดังนี้
1. งบกระทรวง ควรเร่งรัดการลงทุน โดยเฉพาะกระทรวงที่มีวงเงินขนาดใหญ่ 5 อันดับแรก ได้แก่
- กระทรวงคมนาคม (วงเงินลงทุน 1.8 แสนล้านบาท)
- กระทรวงมหาดไทย (วงเงินลงทุน 1 แสนล้านบาท)
- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (วงเงินลงทุน 8.8 หมื่นล้านบาท)
- กระทรวงกลาโหม (วงเงินลงทุน 4.2 หมื่นล้านบาท)
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (วงเงินลงทุน 3.1 หมื่นล้านบาท)
2. งบจังหวัด ควรเร่งรัดการลงทุนโดยเฉพาะจังหวัดที่มีวงเงินขนาดใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนให้เม็ดเงินหมุนเวียนสู่จังหวัดต่าง ๆ ได้แก่
- นครราชสีมา (วงเงินลงทุน 356.4 ล้านบาท)
- ชลบุรี (วงเงินลงทุน 329.8 ล้านบาท)
- สมุทรปราการ (วงเงินลงทุน 298 ล้านบาท)
- เชียงใหม่ (วงเงินลงทุน 296.3 ล้านบาท)
- ขอนแก่น (วงเงินลงทุน 290.2 ล้านบาท)





