
เงิน 10,000 เฟส 2 ผู้สูงอายุกลุ่มตกหล่น 2 แสนรายอย่าลืมผูกพร้อมเพย์
แจกเงิน 10,000 บาท เฟส 2 ผู้สูงอายุกลุ่มตกหล่น 2 แสนราย กระทรวงการคลัง ย้ำใครยังไม่ได้รับเงิน รีบผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน พร้อมอัพเดทเฟส 3
แจกเงิน 10,000 เฟส 2 กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กระทรวงการคลัง ได้โอนเงิน 10,000 บาทให้กับผู้มีสิทธิผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชนที่ลงทะเบียนแอปทางรัฐจำนวน 3 ล้านคน ไปตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่ามีกลุ่มตกหล่นประมาณ 2 แสนรายที่ยังโอนบัญชีไม่สำเร็จ เนื่องจากไม่ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน
อัพเดทตารางโอนเงิน 10,000 บาท จ่ายซ้ำ 3 รอบดังนี้
สำหรับกลุ่มตกหล่นที่ โอนเงินไม่สำเร็จ กระทรวงการคลัง กำหนด กรณีที่การโอนรอบแรกไม่สำเร็จจะมีการโอนซ้ำ(Retry) 3 ครั้ง คือ
- ครั้งที่ 1 โอนให้บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน ภายในวันที่อังคารที่ 25 ก.พ.68 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ ในวันพุธที่ 26 ก.พ. 68 และจะจ่ายเงินในวันศุกร์ที่ 28 ก.พ.68
- ครั้งที่ 2 โอนให้บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน ภายในวันอังคารที่ 25 มี.ค. 68 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ ในวันพุธที่ 26 มี.ค.68 และจะจ่ายเงินในวันศุกร์ที่ 28 ม.ค.68
- ครั้งที่ 3 โอนให้บัญชี พร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน ภายในวันพุธที่ 23 เม.ย. 68 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ ในวันพฤหัสบดีที่ 24 เม.ย. 68 และจะจ่ายเงินในวันจันทร์ที่ 28 เม.ย.68
เงินเฟส 3 มีแน่อดใจรอ
อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร”ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT 2HD และวิทยุเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศโดยนายกรัฐมนตรีกล่าวเรื่อง เงินหมื่นเฟส 3 ยืนยันว่ามาแน่ ส่วนปัญหาอาชญากรรมเทคโนโลยี ได้เดินหน้าตัดวงจรอย่างเด็ดขาด โดยย้ำถึง โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือเงินหมื่นเฟส 2 ให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 3 ล้านคน รวม 30,000 ล้านบาท ว่า ทำให้ประชาชนสามารถนำเงินหมื่นไปต่อยอดทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ขอชื่นชมกระทรวงการคลังที่ผลักดันนโยบายจนเกิดผลสำเร็จ พร้อมทั้งยืนยันว่า เงินหมื่นเฟส 3 มีแน่นอน สำหรับรายละเอียดทางกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด
กระทรวงการคลัง เปิดให้ประชาชนที่มีสมาร์ทโฟนลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2567 ได้กำหนดเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
- เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
- สัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 16 -60 ปี ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน
- ไม่เป็นผู้มีรายได้เกิน 840,000 บาท สำหรับปีภาษี 2566 โดยกรมสรรพากรประมวลผลข้อมูล ผู้มีรายได้ 7 วัน ก่อนเปิดลงทะเบียนโครงการ
- เงินฝาก
ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 รวมกันเกิน 500,000 บาท โดยเป็นการตรวจสอบเงินฝาก จำนวน 6 ประเภท ได้แก่
1.เงินฝากกระแสรายวัน
2.เงินฝากออมทรัพย์
3.เงินฝากประจำ
4.บัตรเงินฝาก
5.ใบรับฝากเงิน ผลิตภัณฑ์เงินฝากในชื่อเรียกอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกับข้อ (1) – (5)โดยเงินฝากให้หมายถึงเฉพาะเงินฝากที่อยู่ในรูปสกุลเงินบาทเท่านั้น และไม่รวมถึงเงินฝากในบัญชีร่วม
6.ต้องไม่เป็น
1. ผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ
2. ผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐ
3. ผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐ
ในเบื้องต้น กระทรวงการคลัง ได้กำหนดกรอบการลงทะเบียนเงินดิจิทัลเฟส 3 โดยเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างเดือนเมษายน – มิถุนายน 2568 การใช้จ่ายเงิน 10,000 บาทเฟสที่ 3 ใช้จ่ายผ่านดิจิทัลวอลเล็ตเท่านั้น.






