
คลังเปิดฟังความเห็น ร่างพ.ร.บ. "สถานบันเทิงครบวงจร" อีกรอบ ถึง 14 ก.พ.
กระทรวงการคลัง เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ครั้งที่สอง 15 วัน ไปจนถึงวันที่ 14 ก.พ.2568 หลังจากครม.เห็นชอบหลักการของกฎหมายแล้ว ก่อนส่งกฤษฎีกา
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า วันนี้ (31 มกราคม 2568) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... (Entertainment Complex) เป็นครั้งที่ 2 ภายหลังกฎหมายฉบับนี้ ได้ผ่านการเห็นชอบในหลักการจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อนที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะพิจารณารายละเอียดและเสนอเข้าสู่ขั้นตอนของรัฐสภาต่อไป
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... ฉบับที่นำมาเปิดรับฟังความคิดเห็นนี้ ยังมีเนื้อหาเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังเสนอต่อที่ประชุมครม. และยังไม่ได้มีการปรับแก้ไขรายละเอียด ซึ่งจะเปิดรับฟังความคิดเห็นก่อน แล้วจจึงเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา หากปรับแก้ไขก็อาจจะนำมาเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง
ทั้งนี้จากการตรวจสอบการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... ครั้งนี้ มีการจัดทำแบบสำรวจรวม 13 หัวข้อ ตามเนื้อหาของข้อกฎหมายทั้งหมด 9 หมวด 65 มาตรา โดยมีระยะเวลาเปิดรับฟังความคิดเห็น 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม - 14 กุมภาพันธ์ 2568 จากนั้นจึงรวบรวมข้อคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ นำไปสรุปและเผยแพร่อีกครั้ง
สำหรับ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. .... ที่นำมาเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ประกอบด้วย 9 หมวด 65 มาตรา โดยกำหนดให้ “สถานบันเทิงครบวงจร” หมายความว่า การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงตามบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัตินี้หลายประเภทรวมกัน ร่วมกับกาสิโน และกำหนดให้ “กาสิโน” หมายความว่า การจัดให้มีการเข้าเล่นหรือการเข้าพนันในสถานที่ที่กำหนดเป็นการเฉพาะ
หมวด 1 คณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร (มาตรา 6 – 14)
กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร (คณะกรรมการนโยบายฯ) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นรองประธาน มีกรรมการโดยตำแหน่ง 9 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 6 คน และมีเลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ
โดยให้คณะกรรมการนโยบายฯ มีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดนโยบายของสถานบันเทิงครบวงจร ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการ การป้องกัน แก้ไข หรือเยียวยาผลกระทบ จำนวนใบอนุญาตและพื้นที่การประกอบสถานบันเทิงครบวงจร หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขออนุญาตและเลิกประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ประเภทกิจการที่อาจดำเนินการได้ในสถานบันเทิงครบวงจร
สัดส่วนพื้นที่กาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจร เวลาเปิดปิดและสถานที่ตั้งของสถานบริการ วิธีการลงทะเบียนและอัตราค่าธรรมเนียมเข้าสถานประกอบการกาสิโน การให้สินเชื่อแก่ผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันในกาสิโน ลักษณะพนักงาน หลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยและชีวอนามัยพนักงาน หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับผู้ถือหุ้น
รวมไปถึงมีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาให้ ต่ออายุ หรือเพิกถอนใบอนุญาต การโอนสิทธิตามใบอนุญาต การแต่งตั้งหรือให้เลขาธิการออก การกำกับการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหาร ตลอดจนการออกข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งต่าง ๆ
หมวด 2 คณะกรรมการบริหาร (มาตรา 15 – 19)
กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหาร ซึ่งมีบุคคลซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธาน มีกรรมการ โดยตำแหน่ง 11 คน มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 3 คน และเลขาธิการเป็นเลขานุการ โดยให้คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเชิญชวน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และการขอรับใบแทนใบอนุญาต
พิจารณาอนุมัติแผนยุทธศาสตร์ แผนการดำเนินงาน แผนการใช้จ่ายเงินและงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงานกำกับการประกอบสถานบันเทิงครบวงจร (สำนักงานฯ) กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ กำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน และค่าตอบแทนของเลขาธิการและพนักงานและลูกจ้างของสำนักงานฯ พิจารณาอุทธรณ์เรื่องร้องเรียน พิจารณาคำอุทธรณ์หรือคำร้องทุกข์ คัดเลือกหรือประเมินความรู้ความสามารถของเลขาธิการ
แต่งตั้งบุคคลเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน กำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการมอบอำนาจของเลขานุการ ข้อบังคับหรือระเบียบของสำนักงานฯ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้เงิน ทุน หรือทรัพย์สิน รวมถึงค่าใช้จ่ายของสำนักงานฯ ตลอดจนการออกข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งต่าง ๆ
หมวด 3 สำนักงานกำกับการประกอบสถานบันเทิงครบวงจร (มาตรา 20 – 28)
กำหนดให้มีสำนักงานฯ มีฐานะเป็นนิติบุคคลและไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ โดยให้มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร มีหน้าที่ปฏิบัติงานธุรการให้แก่คณะกรรมการนโยบายฯ และคณะกรรมการบริหาร และมีหน้าที่และอำนาจในการศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานบันเทิงครบวงจร จัดทำแผนยุทธศาสตร์ แผนการดำเนินงาน แผนการใช้จ่ายเงินและงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงานฯ
สนับสนุนการดำเนินการตามนโยบายป้องกัน แก้ไข หรือเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานบันเทิงครบวงจร กำกับ ตรวจสอบ ควบคุม และติดตามสถานบันเทิงครบวงจร กำหนดหลักเกณฑ์ ประเภท ลักษณะ วิธีการเล่น ลักษณะของบุคคลต้องห้าม รับเรื่องร้องเรียน
เสนอแนะข้อมูลและความเห็นต่อคณะกรรมการนโยบายฯ เสนอแนะหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้จ่ายเงิน ทุน หรือทรัพย์สินของสำนักงานฯ ประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนการออกข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งต่าง ๆ รวมไปถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดำเนินการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์
ทั้งนี้ ให้สำนักงานฯ มีทุนและทรัพย์สินประกอบด้วยเงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ เงินอุดหนุนจากหน่วยงานของรัฐ ค่าธรรมเนียมการขอใบอนุญาต ใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต และการเข้าสถานประกอบการกาสิโนของผู้มีสัญชาติไทย ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้อันเกิดจากการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงานฯ ค่าปรับ และดอกผลของเงินหรือรายได้ ของสำนักงานฯ และให้นำส่งรายได้หักค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินการเป็นรายได้แผ่นดิน
หมวด 4 เลขาธิการ (มาตรา 29 – 37)
กำหนดให้สำนักงานฯ มีเลขาธิการ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายฯ แต่งตั้งโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารกิจการของสำนักงานฯ โดยให้มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ และมีหน้าที่และอำนาจในการบริหารงานของสำนักงานฯ
วางระเบียบการดำเนินงานของสำนักงานฯ เป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงานฯ รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงาน บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยพนักงานและลูกจ้าง
หมวด 5 พนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา 38 – 40)
กำหนดให้สำนักงานฯ แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยให้มีหน้าที่และอำนาจในการเข้าไปในสถานที่ดำเนินการหรือสถานที่ตั้งของผู้รับใบอนุญาตเพื่อสังเกตการณ์หรือตรวจสอบการดำเนินการ เรียกเอกสารหรือหลักฐาน เพื่อตรวจสอบการดำเนินการ ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เอกสาร หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพื่อประโยชน์ในการสอบสวนข้อเท็จจริงหรือการดำเนินคดี รับและตรวจสอบเรื่องร้องเรียนหรือข้อพิพาท
สั่งให้หยุดการเล่นหรือการเข้าพนันใด ๆ ในสถานประกอบการกาสิโนที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายนี้ ตรวจสอบหรือทดสอบเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกาสิโน สั่งให้บุคคลซึ่งอยู่ในสถานประกอบการกาสิโนแจ้งชื่อหรือข้อมูลอื่นใดเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย ตรวจสอบการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับการเชิญชวน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย รายงานผลการดำเนินงานของผู้รับใบอนุญาตต่อเลขาธิการ
หมวด 6 การอนุญาตให้ประกอบสถานบันเทิงครบวงจร (มาตรา 41 – 50)
กำหนดให้สถานบันเทิงครบวงจรตั้งอยู่ในบริเวณเขตพื้นที่ตามที่กำหนด โดยต้องประกอบไปด้วยธุรกิจสถานบันเทิงตามบัญชีแนบท้ายกฎหมายนี้อย่างน้อยสี่ประเภท ร่วมกับกาสิโน ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรต้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย ที่มีทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาทและให้บริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับใบอนุญาตได้รับยกเว้นจากกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
รวมทั้งมิให้นำความในมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และมาตรา 1105 วรรคสามแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้บังคับ นอกจากนี้ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรที่สำนักงานฯ
โดยสำนักงานฯ มีอำนาจเรียกค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย หรือค่าอื่นใด ที่กฎหมาย ข้อบัญญัติ หรือเทศบัญญัติว่าด้วยการนั้นกำหนด และส่งให้แก่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจเรียกนั้น และให้ใบอนุญาตมีอายุ 30 ปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต โดยผู้รับใบอนุญาตจะต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมรายปีตามที่คณะกรรมการนโยบายฯ กำหนด แต่ต้องไม่เกินอัตราตามบัญชีแนบท้ายกฎหมายนี้ โดยให้มีการประเมินประสิทธิภาพของการดำเนินงานทุก 5 ปี และอาจพิจารณาต่ออายุได้คราวละไม่เกิน 10 ปี
ทั้งนี้ เมื่อได้รับใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาตต้องเริ่มประกอบสถานบันเทิงครบวงจรด้วยตนเองภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในรูปแบบและแผนการประกอบการสถานบันเทิงครบวงจร และต้องจัดให้มีระบบ การควบคุมกาสิโนที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และมีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ซึ่งหากไม่ดำเนินการตามรูปแบบและแผนที่วางไว้ คณะกรรมการนโยบายฯ อาจพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตได้
หมวด 7 การควบคุมการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (มาตรา 51 – 59)
กำหนดให้การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงในสถานบันเทิงครบวงจร จะกระทำได้เฉพาะตามบัญชีแนบท้ายกฎหมายนี้ โดยกิจกรรมใดของสถานบันเทิงในสถานบันเทิงครบวงจรที่อยู่ภายใต้บทบัญญัติหรือการกำกับดูแลตามกฎหมายอื่น ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น และหนี้ที่เกิดจากการจัดให้มีการเข้าเล่นหรือเข้าพนันให้เป็นหนี้ที่บังคับได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ ในส่วนของกาสิโนให้กระทำได้เฉพาะในสถานบันเทิงครบวงจรโดยผู้รับใบอนุญาต และเฉพาะประเภทที่กำหนด และห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีการเข้าเล่นหรือเข้าพนันผ่านการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อให้บุคคลภายนอกสถานประกอบการกาสิโนเข้าเล่นหรือเข้าพนันได้
รวมถึงต้องจัดให้มีเขตบริเวณของสถานประกอบการกาสิโนที่ชัดเจน และห้ามบุคคลที่อายุน้อยกว่า 20 ปี บุคคลที่ถูกสั่งห้ามเข้า ผู้มีสัญชาติไทยที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนและชำระค่าธรรมเนียมเข้ากาสิโน
นอกจากนี้ กาสิโนต้องมีสัดส่วนของพนักงานคนไทยและต่างด้าวตามที่คณะกรรมการนโยบายฯ กำหนด โดยห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการเชิญชวน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เกี่ยวกับกาสิโน หรือให้ผู้ใดดำเนินการดังกล่าว และในกรณีผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ ต้องชำระค่าปรับและอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้
หมวด 8 บทกำหนดลงโทษ (มาตรา 60 – 62)
กรณีผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามที่ความกฎหมายกำหนด ให้ดำเนินการแก้ไขตามคำสั่งสำนักงานฯ ภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการตามระยะเวลาผู้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าปรับ และคณะกรรมการนโยบายฯ อาจพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตได้
หมวด 9 บทเฉพาะกาล (มาตรา 63 – 65)
ในวาระเริ่มแรกกำหนดให้มีข้าราชการในสำนักนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นเลขานุการทำหน้าที่คณะกรรมการนโยบายฯ และคณะกรรมการบริหารตามกฎหมายนี้ไปพลางก่อน โดยให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนให้แก่สำนักงานฯ ไปพลางก่อน





