
QI Group มองอาเซียนศักยภาพดี ไทยศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลโต 19%
QI Group มองอาเซียนศักยภาพดี ด้วยประชากรกว่า 650 ล้านคนที่มีความหลากหลาย ส่วนไทยจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน คาดเติบโต 19% เมื่อปีที่ผ่านมา
นายวิชัย เอสวารัน ผู้ร่วมก่อตั้ง และ ประธานบริหารของกลุ่มบริษัท QI Group ดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยมีธุรกิจที่หลากหลายครอบคลุมด้านการค้าปลีกและการขายตรง, โทรคมนาคม, ไลฟ์สไตล์และการพักผ่อน, สินค้าหรูหราและของสะสม, การศึกษา, การฝึกอบรมและการจัดการประชุม, การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และโลจิสติกส์ ซึ่งได้ทำการประเมินศักยภาพของประเทศกลุ่มอาเซียน
โดยระบุว่า อาเซียน จะเป็นจุดเปลี่ยนแห่งอนาคตในเวทีโลก ซึ่งการเมืองและเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ และภูมิภาคอาเซียนก็กำลังยกระดับสถานะตัวเองให้กลายเป็นผู้เล่นหลักบนเวทีระหว่างประเทศ ท่ามกลางความท้าทายและความไม่แน่นอน อาเซียนมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อโลก
ทรัพยากรมนุษย์และนวัตกรรม: พลังขับเคลื่อนของอาเซียน
ทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่สุดของอาเซียนคือประชากรกว่า 650 ล้านคน ซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลาย เยาวชน และพลวัตสูง ภูมิภาคนี้ไม่เพียงแต่เป็นตลาดขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นแหล่งบ่มเพาะนวัตกรรมที่มีศักยภาพ ประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการดึงดูดการลงทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยี
การประชุม World Economic Forum ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญให้อาเซียนได้แสดงศักยภาพของตน โดยเน้นประเด็นสำคัญ เช่น การสร้างความไว้วางใจใหม่ การเติบโตอย่างยั่งยืน การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาอุตสาหกรรมในยุคปัญญาประดิษฐ์
จุดแข็งของอาเซียนในการทรงตัวท่ามกลางความผันผวน
อาเซียนแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทรงตัวท่ามกลางความผันผวนทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในการสร้างดุลยภาพระหว่างความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าหลัก สิงคโปร์เองก็ได้แสดงบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางทางการเงินที่ช่วยขับเคลื่อนภูมิภาคไปข้างหน้า
การพัฒนาดิจิทัล: โอกาสและความท้าทาย
ยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลถือเป็นหัวใจสำคัญของอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยที่กำลังวางตำแหน่งตนเองให้เป็นผู้นำในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล รัฐบาลได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่รวบรวมบริการภาครัฐกว่า 153 บริการ พร้อมทั้งเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีดิจิทัลอาเซียน
ในระดับภูมิภาค นโยบาย "จีนบวกหนึ่ง" ช่วยกระจายห่วงโซ่อุปทาน ทำให้อาเซียนกลายเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญของโลก ความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมผ่านโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น หน่วยงาน depa ของไทย เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนภูมิภาคสู่อนาคตแห่งเทคโนโลยี
ความร่วมมือและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ถึงแม้ว่าอาเซียนจะมีศักยภาพสูง แต่ความท้าทายที่สำคัญยังคงอยู่ที่การสร้างความร่วมมืออย่างแท้จริงระหว่างประเทศสมาชิก การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการส่งเสริมนวัตกรรมอย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นจากผู้นำในภูมิภาค
บทบาทของไทยในอาเซียน
ไทยได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการรับมือกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโต 2.6% ในปี 2567 และเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะเติบโต 19% จากปีก่อนหน้าเป็นมูลค่า 46,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีเดียวกัน
นอกจากนี้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการส่งเสริมนโยบายเศรษฐกิจใหม่ เช่น การสนับสนุนระบบนิเวศของสตาร์ทอัพ และการสร้างเส้นทางอาชีพใหม่ๆ ให้กับเยาวชน ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและครอบคลุม
อาเซียนในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งอนาคต
อาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลกอย่างรวดเร็ว ความสำคัญที่ภูมิภาคนี้ให้กับการพัฒนาทักษะใหม่และการยกระดับทักษะแรงงานผ่านโครงการฝึกอบรม เป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นในด้านนวัตกรรมดิจิทัล
ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นผู้นำในเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และการสร้างความร่วมมือเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ
บทสรุป
อาเซียนไม่ได้เป็นเพียงภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเป็นพลังทางเศรษฐกิจโลกเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและเท่าเทียมให้กับประชาคมโลก การประชุมฟอรัมเศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาเซียนสามารถแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่
ในยุคแห่งความไม่แน่นอน อาเซียนได้พิสูจน์ให้เห็นถึงเสถียรภาพ นวัตกรรม และความร่วมมือที่แข็งแกร่ง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภูมิภาคนี้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งอนาคตในเวทีโลก




