
เฮ รัฐลดค่าธรรมเนียมรายปีค้าของเก่า "โบราณวัตถุ เพชร พลอย ทอง รถยนต์"
ข่าวดี รัฐบาลไฟเขียวปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมในการออกใบอนุญาตประกอบอาชีพขายทอดตลาด และค้าของเก่า ครอบคลุมทั้ง โบราณวัตถุ เพชร พลอย ทอง เงิน และรถยนต์ กลุ่มไหนได้ลดท่าไหร่ เช็คเลยที่นี่
การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีมีติเห็นชอบให้ปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมในการออกใบอนุญาตประกอบการอาชีพขายทอดตลาด และค้าของเก่า ตามกฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 (ฉบับที่ 2)
การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามแนวทางของสำนักงาน ก.พ.ร. โดยมีความเห็นว่า สมควรปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมในการออกใบอนุญาตประกอบอาชีพขายทอดตลาดและค้าของเก่าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากได้นำแนวทางการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการอนุญาต
โดยมีผลเป็นการลดต้นทุนการดำเนินการของภาครัฐและลดภาระต้นทุนใน การประกอบอาชีพของประชาชน และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อมูลของผู้กำกับดูแล รวมทั้งสร้างความโปร่งใสและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอีกด้วย
สำหรับการปรับลดค่าธรรมเนียมรายปีครั้งนี้ ประกอบด้วย
1.การขายทอดตลาด
- เดิมจัดเก็บปีละ 15,000 บาท ลดเหลือ 7,500 บาท
2.การค้าของเก่า แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
- โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เดิมจัดเก็บปีละ 1,250 บาท ลดเหลือ 6,250 บาท
- เพชร พลอย ทอง นาก เงิน หรืออัญมณี เดิมจัดเก็บปีละ 10,000 บาท ลดเหลือ 5,000 บาท
- รถยนต์ตามกฎมายว่าด้วยรถยนต์ เดิมจัดเก็บปีละ 7,500 บาท ลดเหลือ 3,750 บาท
- อื่น ๆ เดิมจัดเก็บปีละ 5,000 บาท ลดเหลือ 2,500 บาท
ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมีสาระสำคัญเป็นการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบอาชีพขายทอดตลาดและค้าของเก่า ซึ่งจะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้เฉลี่ยประมาณปีละ 117,065,000 บาท (พิจารณา จากจำนวนใบอนุญาตประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 24,485 ฉบับ และรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจำนวน 234,130,000 บาท)
อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่มีเงินทุนจำนวนน้อยในการเริ่มต้นประกอบธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคธุรกิจขายทอดตลาดและค้าของเก่า
ประกอบกับการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการในการเข้ามาอยู่ในระบบการกำกับดูแลของภาครัฐ อีกทั้ง ยังเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
ทั้งนี้ในขั้นตอนต่อไป ที่ประชุมครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย รับความเห็นของสำนักงบประมาณไปพิจารณา ก่อนดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อประกาศใช้ต่อไป
สำหรับ การขอใบอนุญาตขายทอดตลาดและค้าของเก่า มีวิธีการดังนี้
สถานที่ติดต่อ
- กรุงเทพฯ ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง (วังไชยา)
- ต่างจังหวัด ที่ทำการปกครองอำเภอ
เอกสาร/หลักฐานที่ใช้
- 1บัตรประจำตัวประชาชน
- หนังสือเดินทาง/หนังสือสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว - เอกสารต้องเปลเป็นภาษาไทย - หนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ ต้องออกโดยประเทศเจ้าของสัญชาติ)
- ใบอนุญาตให้ทำงาน
- ทะเบียนพาณิชย์
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล(กรณีนิติบุคคล)
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ทำการค้า หรือหลักฐานการเป็นเจ้าของสถานที่ทำการค้าหรือสัญญาเช่า
- รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว 3 รูป
- ใบอนุญาตจากกรมศิลปากร (กรณีประกอบอาชีพขายทอดตลาด หรือ ค้าของเก่า ประเภทโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ)
- ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (กรณีประกอบการซื้อขายเศษวัสดุ (วัสดุรีไซเคิล))
ระยะเวลา
- 12 วันทำการ
คุณสมบัติ
- มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- มีความรู้หนังสือไทยพออ่านออกเขียนได้
- เป็นผู้ไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับดวงตราแสตมป์ และตั๋ว ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดเกี่ยวกับการค้า ความผิดฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ และรับของโจร
คำเตือน
- ผู้ประกอบการอาชีพขายทอดตลาดและค้าของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ใบอนุญาตขายทอดตลาดและค้าของเก่า ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ออกใบอนุญาต
- สามารถขอต่อใบอนุญาตได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี
- ใบอนุญาตขาดอายุต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000บาท





