วันน้ำโลก 22 มี.ค.: ใช้น้ำอย่างประหยัดรู้คุณค่า

22 มี.ค. 2564 เวลา 6:08 น.112

กปน. เผย 22 มีนาคมของทุกปี คือ “วันน้ำโลก” หรือ “World Day for Water” องค์การสหประชาชาติ ได้รณรงค์ให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องน้ำ ภายใต้ธีม "Valuing Water” ให้ประชาชนรู้จักรักษา อนุรักษ์ พัฒนาแหล่งน้ำ และจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนขณะที่นายกรัฐมนตรี ย้ำการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (2558 -2569)

ในปีนี้ องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดธีมของวันน้ำโลกไว้ว่า “Valuing Water” เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักว่า น้ำมีคุณค่าและมีความหมายต่อเราทุกคนอย่างไรบ้าง ในระดับครัวเรือน น้ำทำให้เรามีสุขอนามัยที่ดี สร้างความสดชื่นให้ร่างกาย พร้อมทำกิจวัตรต่างๆ ในทุกวัน ในระดับสังคม น้ำทำให้สังคมและเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ ทั้งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม และน้ำยังมีบทบาทในพิธีต่างๆ ตามวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป และในระดับโลก 

น้ำคือผู้ที่ดูแลระบบนิเวศ ดูแลปกป้องทุกชีวิตอย่างสมดุล น้ำจึงเป็นทรัพยากรที่ทั่วโลกให้ความสำคัญและร่วมมือกันกำหนดเป้าหมายเพื่อการรักษาและใช้น้ำอย่างยั่งยืน

ล่าสุด ในการประชุมผู้นำระดับโลกเพื่อติดตามและส่งเสริมการดำเนินการตามเป้าหมายที่เกี่ยวกับน้ำภายใต้วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน พ.ศ.2573 “High-Level Meeting on the Implementation of the Water-related Goals and Targets of the 2030 Agenda” ซึ่งจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

วันน้ำโลก 22 มี.ค.: ใช้น้ำอย่างประหยัดรู้คุณค่า
มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนและเร่งการขับเคลื่อนประเด็นด้านน้ำภายใต้ทศวรรษของน้ำเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเน้นย้ำถึง ท่าทีประเทศไทยที่ให้ความสำคัญในการจัดการน้ำที่ยั่งยืน โดยมีแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (2558 -2569) เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

รวมทั้งการสื่อสารข้อมูล เพื่อความร่วมมือในการปรับวิถีการใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่าของประชาชนและสังคมไทย รวมทั้ง ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน พัฒนานวัตกรรม ฟื้นฟูและดูแลรักษาป่าต้นน้ำ การบำบัดและใช้น้ำหมุนเวียนอย่างเหมาะสม เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบให้มีประสิทธิภาพและมั่นคง

การประปานครหลวง (กปน.) ในฐานะหน่วยงานที่ผลิตและบริการน้ำประปาสะอาดปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ จึงขอเชิญชวนประชาชน ร่วมมือกันใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากที่เราได้เห็นแล้วว่าสถานการณ์ภัยแล้งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพน้ำประปา แม้ว่าปีนี้รัฐบาลมีมาตรการผลักดันน้ำจืด เพื่อแก้ไขปัญหาปัญหาน้ำเค็มไม่ให้ส่งผลกระทบในช่วงฤดูแล้งนี้ แต่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน คือ การร่วมมือกันประหยัดน้ำ เพื่อให้เรามีน้ำต้นทุนน้ำดิบใช้อย่างพอเพียง

วิธีประหยัดน้ำ สามารถเริ่มได้ง่าย ๆ ที่บ้านของเราเอง เช่น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำ ปิดน้ำระหว่างถูสบู่และสระผม ใช้ฝักบัวรดน้ำแทนสายยาง รองน้ำใส่ถังเพื่อล้างรถ แทนการใช้สายยางฉีดโดยตรง และหมั่นตรวจระบบประปาภายในบ้าน หากพบรอยรั่วควรรีบซ่อมแซมทันที รวมทั้งเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่มีฉลากประหยัดน้ำของ กปน. ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราจะได้ร่วมมือกันใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและรักษาทรัพยากรน้ำของประเทศให้มีใช้อย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน