
ตามล่า “อ้างเป็นทหาร” หลอกขายหน้ากากอนามัย"
มีผู้เสียหาย โดนหลอกโอนเงินซื้อหน้ากากอนามัยทางเฟซบุ๊ก ซึ่งพบว่าคนร้ายอ้างทำงานที่ "กองทัพบก"
จากกรณีที่ “ฐานเศรษฐกิจ” เคยนำเสนอข่าว ตะลึง สต๊อก "หน้ากากอนามัย" ร้อยถึงล้านชิ้น โผล่ขายในเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยการเปิดประเด็นกลุ่มพื้นที่ซื้อ/ขายหน้ากากอนามัยเป็น “กลุ่มสาธารณะ” ในเฟซบุ๊กที่ชื่อกลุ่มว่า “กลุ่มซื้อ-ขาย หน้ากากอนามัย pm2.5/N95”
ล่าสุด วันนี้(7มี.ค.63) มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเป็นสุภาพสตรี โพสต์รูปและข้อความระบุว่า “โดนโกงค้า จะซื้อแมสให้หลานมีใครแนะนำวิธีทวงคืนได้มั่งค่า” ซึ่งจากโพสต์นี้เอง ทำให้มีผู้แสดงความคิดเห็น โดยบางคนระบุว่า “มะวานก็มีคนเพิ่งโดนไปนิค่ะ” อีกรายระบุว่า “โดนมันโกงละค่ะ ประกาศไว้อาทิตย์ที่แล้ว มันยังขายอีกหรอคะ มันใช้รูปคนอื่นนะคะ” และมีอีกรายระบุว่า “เราโดนเมื่อวันพฤหัสค่ะ”
จากการตรวจสอบผู้ที่กล่าวหาว่าเป็นผู้หลอกลวงใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า “Aof Runner” ซึ่งทีมข่าวตรวจสอบพบว่า รูปประจำตัวของเฟซบุ๊กดังกล่าว เป็นรูปผู้ชายหัวเกรียนสวมเสื้อกล้ามสีเหลือง ใต้ชื่อ Aof Runner เขียนว่า “You,ll Never Walk Alone
ส่วนประวัติการทำงานระบุว่า ทำงานที่กองบัญชาการกองทัพบก เรียนจบที่นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา อาศัยอยู่ที่อำเภอเมือง ราชบุรี แต่ปรากฏว่าเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ปิดหนีไปแล้ว
ทั้งนี้จากหลักฐานการโอนเงินของผู้เสียหายระบุว่า โอนจากบัญชีธนาคารกสิกรไทยไปยังบัญชีชื่อ “นายสันติ ธรรมราช” ธ.กสิกรไทย จำนวน 1,700 บาท
ขณะเดียวกันผู้ที่มาแสดงความคิดเห็นเป็นสุภาพสตรีท่านหนึ่ง ได้เปิดเผยกับทีมข่าวฐานเศรษฐกิจว่า เธอถูกชายคนเดียวกันหลอกให้โอนเงินเช่นกัน
โดยผู้เสียหายระบุว่า ได้โอนเงินสั่งซื้อหน้ากากอนามัยเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยซื้อ 8 กล่อง ราคากล่องละ 820 บาท รวมเป็นเงิน 6,560 บาท โดยมีการโอนเงินจากธนาคารกสิกรไทย ไปยังบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี “นายแสงชัย คำนวน”
ผู้เสียหายรายนี้เปิดเผยว่า วันที่ 7 มี.ค. ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ชูชัย จับเทียน รองผู้กํากับการ(สอบสวน) สถานีตํารวจนครบาลคันนายาว เพื่อขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์ตรวจตรวจสอบบัญชีและอายัดบัญชีธนาคาร และให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาตัวผู้กระทําความผิดมาดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
แหล่งข่าวจากกองบังคับการตำรวจนครบาล(บช.น.) เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่าในเบื้องต้นจากการตรวจสอบเฟซบุ๊กดังกล่าว เป็นคนละคนกับเจ้าของบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ที่ผู้เสียหายถูกหลอกให้มีการโอนเงินไป จึงไม่อาจสรุปได้ว่าเจ้าของเฟซบุ๊กเป็นผู้ที่หลอกลวง และเจ้าของบัญชีจะเป็นผู้หลอกหลวงด้วย หรือถูกยืมใช้บัญชีในการโอนเงินเท่านั้น ซึ่งจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามคนร้ายต่อไป






