จ่อ!ขยายเวลา ช่วยลูกหนี้เช่าซื้อ

05 พ.ค. 2564 | 19:45 น.

สมาคมเช่าซื้อเตรียมหารือธปท.ต่อมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ หากสถานการณ์โควิดแย่ลง หาวิธีช่วยเหลือลูกหนี้ ทั้งพักชำระหนี้ ปรับโครงสร้าง หลังครบมาตรการเดือนมิ.ย. เผยยอดขายรถยนต์กระทบหนักจากโควิดระลอก3  ฉุดสินเชื่อเช่าซื้อ คาดไตรมาส2 ลด 30%

การกลับมาระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 เป็นรอบที่3 ในช่วงปลายไตรมาส 1 ของปี 2564ต่อเนื่องถึงปัจจุบันที่สถานการณ์ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง  โดยเฉพาะจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มีจำนวนมากสูงและยังพบคลัสเตอร์ใหม่เพิ่มอีก ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตต่อวันก็เป็นตัวเลขที่สูงเช่นกัน ส่งผลกระทบต่อทุกระดับและภาพรวมเศรษฐกิจ โดยในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้มีมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ผ่านมาตรการ สินเชื่อฟื้นฟู วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท และมาตรการพักทรัพย์ พักหนี้อีก  1 แสนล้านบาท ซึ่งมีผลบังคับไปเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 อายุมาตรการ 2 ปี 

สำหรับลูกหนี้รายย่อย ก่อนหน้าธปท.ได้ขยายเวลามาตรการช่วยเหลือออกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2564 จากเดิมที่สิ้นสุดมาตรการ 31 ธันวาคม 2563  ทั้งการปรับลดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับเป็นการทั่วไป 2-4% ขยายวงเงินจากเดิม 1.5 เท่า เป็น 2 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเป็นการชั่วคราว สำหรับลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องใช้วงเงินเพิ่มเติม และมีพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท

สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนชำระเป็นงวดและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ให้ลดค่างวดอย่างน้อย 30% โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22%  ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อ ขยายไม่จำกัดวงเงิน จากเดิมที่เคยจำกัดวงเงินไม่เกิน  35,000 บาท สำหรับมอเตอร์ไซต์ และรถยนต์ทุกประเภทมไ่ม่เกิน 250,000 บาท ให้เลื่อนชำระค่างวด ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย  3 เดือนหรือ ลดค่างวดโดยขยายเวลาการชำระหนี้ออกไป    

พอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อธนาคารพาณิชย์

นายวิสิทธิ์ พึ่งพรสวรรค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ จำกัดในฐานะประธานสมาคมเช่าซื้อไทยเปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ตลาดรถยนต์และเช่าซื้อได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากการกลับมาระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 โดยยอดขายรถยนต์น่าจะลดลงประมาณ 30% ในช่วงไตรมาส 2 จากทั้งรถเก่าและรถใหม่กำลังทำยอดขายได้ดีในไตรมาสแรก โดยเฉพาะรถเก่าในกรุงเทพ ตลาดได้รับการตอบรับดีต่อเนื่องจากปีก่อน เพราะประชาชนกลัวโควิด-19 จึงเลี่ยงที่จะไม่ใช้บริการรถสาธารณะ โดยหันมาซื้อรถเก่าแทน ส่วนรถยนต์ใหม่ตลาดชะลอลงราว 20% ดูจากราคาประมูลขายรถออกไม่ได้ลดลงมาก 

ส่วนแนวโน้มช่วงที่เหลือปีนี้ ขึ้นอยู่กับการะแพร่กระจายของโควิด-19 หากการติดเชื้อยังมีแนวโน้มไม่ปรับลด โดยเฉพาะขณะนี้จะสังเกตุเห็นว่า การคมนาคมบนถนนจะโล่งมาก ร้านอาหารไม่มีคนนั่ง จึงไม่แน่ใจว่าจะต้องล็อกดาวน์อีกครั้งหรือไม่ แต่เชื่อว่า รัฐบาลไม่อยากทำ แต่หากบรรยากาศยังเป็นเช่นนี้ ยอดขายอาจจะลดลงถึง 30% ก็ได้ทั้งรถยนต์เก่าและรถยนต์ใหม่

สำหรับโครงการช่วยเหลือลูกค้าที่ยังดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีก่อน ส่วนใหญ่แต่ละค่ายให้ความช่วยเหลือในครั้งแรกกับลูกค้า ทั้งการพักชำระหนี้และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 50%ของพอร์ต ซึ่งแต่ละค่ายอาจจะให้ความช่วยเหลือไม่เท่ากันคือ มีตั้งแต่ 10-60% หลังจากนั้น ลูกค้าขอสมัครเข้าโครงการช่วยเหลือลดลงเรื่อยจนถึงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งธปท.ให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือลูกหนี้เฉพาะที่ได้รับความเดือดร้อนจนถึงเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งมี 2แบบคือ สำหรับลูกค้าที่เดือดร้อนโดยตรง เช่น สายการบิน โรงแรม ภัตตาคาร ส่วนใหญ่ยังช่วยเหลือด้วยการให้พักชำระหนี้

ขณะที่่กลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่มีความสามารถลดลง เนื่องจากถูกลดเงินเดือน ลดค่าล่วงเวลาหรือ โอที กลุ่มนี้จะเข้าสู่การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ คือขยายเวลาเพื่อให้ยอดผ่อนชำระลดลง ซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยเดิมโดยไม่ชาร์ตดอกเบี้ยลูกค้าแต่อัตราดอกเบี้ยจะไม่เท่ากัน

“ถ้าเหตุการณ์แย่ไปกว่านี้ ถ้าการติดเชื้อโควิด-19 ยังเอาไม่อยู่ และกระจายฉีดวัคซีนไม่ได้ตามแผน ผมเชื่อว่า คงจะมีการพูดคุยกับธปท.อีกครั้งในการหาวิธีจะช่วยเหลือลูกค้าอย่างไรต่อไป เพราะลูกค้าบางส่วนยังได้รับความเดือดร้อน แต่รูปแบบช่วยเหลือก็ไม่พ้นการพักชำระหนี้และปรับปรุงโครงสร้างหนี้”นายวิสิทธิ์กล่าว

สำหรับการทำตลาดเช่าซื้อปีนี้ ก่อนหน้าตลาดเริ่มฟื้น แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ระบาดของโควิดระลอก 3 ทุกคนต้องติดตามกันเป็นเดือนต่อเดือน เพราะยอดขายหายไป ซึ่งเดือนนี้ทำไม่ได้ตามเป้าหมาย ส่วนเดือนหน้าก็ต้องติดตามกันต่อไป เพราะยอดขายรถยนต์ยังลดลง รวมถึงในแง่การอนุมัติสินเชื่อเอง เนื่องจากตอนนี้ลูกค้าแต่ละกลุ่มเปลี่ยนแปลตลอดเวลา อย่างกลุ่มที่จะเริ่มเสี่ยงคือ กลุ่มสีเหลือง อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นกลุ่มสีแดงคือกลุ่มเสี่ยงไปเลย ดังนั้นการพิจารณาสินเชื่ออาจมีการเพิ่มเงินดาวน์ในกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่มสีเหลือง หรือเบรกการอนุมัติกลุ่มสีแดง ส่วนกลุ่มลูกค้าคุณภาพดียังมีการแข่งขันทำตลาดในปัจจุบัน เช่น ผ่อนศูนย์เปอร์เซ็นต์หรือ ใช้รถก่อน 3 เดือนค่อยผ่อนชำระ แต่การแข่งขันอาจจะไม่รุนแรงนัก โดยลดการผ่อนคลายลง

สำหรับซีไอเอ็มบีไทยเอง เป้าเดิมที่ 1.1 หมื่นล้านบาทนั้น ในไตรมาสแรกพลาดเป้าไม่มาก แต่สิ้นเดือนเมษายนพลาดเป้าประมาณ 20% และเชื่อว่า ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างปรับแผนงานใหม่  

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,676 วันที่ 6 - 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564