svasdssvasds

ฟันธง ปีหน้าต่างชาติหอบเงินซื้อหุ้นไทย

18 ธ.ค. 2563 เวลา 8:45 น. 2.5k

โบรกชี้ปลายปี 63 ต่างชาติชะลอซื้อหุ้นไทยพักฐาน ปรับพอร์ตปกติ หลังใกล้วันหยุดยาวเทศกาลฉลอง และรอติดตามมาตรการคุมค่าเงินบาทของธปท.มั่นใจต้นปีหน้ากลับเข้ามาซื้อ 

การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเดินมาถึงครึ่งหลังเดือนสุดท้ายของปี 2563 เรียกได้ว่า ผันผวนจนนาทีสุดท้าย เพราะดัชนีหุ้นไทยในทุกวันจะเคลื่อนไหวไม่เหมือนกัน สามารถปรับขึ้นสูงและลดลงแรงได้ในวันเดียวกัน ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นสูงสุดของปีที่ 213.36 จุด หรือ 17.86% และเป็นเดือนแรกที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อสุทธิที่ 32,643.75 ล้านบาท 

 

ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 1-14 ธันวาคม 2563 มูลค่าซื้อขายสะสมของนักลงทุนต่างชาติยังเป็นซื้อสุทธิ 4,930.88 ล้านบาท แม้วันทำการทั้งหมด 7 วัน เป็น การซื้อสุทธิต่อเนื่อง 5 วัน และขายสุทธิ 2 วันก็ตาม

 

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซีย พลัส จำกัดเปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิหุ้นไทยนั้นมองว่า เป็นเพียงการพักฐานปกติ ไม่ใช่การเริ่มชะลอไหลเข้าของกระแสเงินทุนต่างชาติ โดยนักลงทุนยังรอติดตามประเด็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมประกาศมาตรการดูแลเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งหลังจากนั้นหากไม่มีปัจจัยอะไรเข้ามาเปลี่ยนแปลง ก็จะเห็นการกลับเข้ามาซื้อของนักลงทุนต่างชาติอีกต่อเนื่อง

ฟันธง ปีหน้าต่างชาติหอบเงินซื้อหุ้นไทย

อย่างไรก็ตาม ยังคาดการณ์ระยะเวลาที่ชัดเจนไม่ได้ว่า กระแสเงินทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาในหุ้นไทยถึงเมื่อไหร่ แต่ถ้าปัจจัยบวกยังไม่หมดคือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย กำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เติบโตได้ดี ทุนสำรองของประเทศยังแข็งแกร่ง และนโยบายของนายโจ ไบเดน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยังเชื่อว่าเงินจะไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐ กลับเข้ามาในตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความกังวลต่อการปรับฐานทั้งดัชนีหุ้นและการซื้อขายของ นักลงทุนต่างชาติ

ฟันธง ปีหน้าต่างชาติหอบเงินซื้อหุ้นไทย

“ช่วง 2 วันที่ผ่านมา ที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธินั้น ไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะก่อนหน้านี้เข้ามาซื้อสุทธิถึง 1 เดือน ซึ่งหลังจากนี้หากไม่มีอะไรแล้ว ก็จะเห็นการกลับเข้ามาเหมือนเดิม"

 

ส่วนเม็ดเงินต่างชาติ จะเข้ามาหนุนดัชนีแทนเม็ดเงินที่หายไปของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว(แอลทีเอฟ)ได้หรือไม่นั้น คงเทียบขนาดกันไม่ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาเงินซื้อกองทุนแอลทีเอฟ แค่เดือนธันวาคมจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 ล้านบาท แต่เงินต่างชาติไม่เข้ามากถึงขนาดนั้น โดยคาดว่าปลายปีนี้ดัชนีหุ้นไทยจะปิดที่ประมาณ 1,500 จุด และปี 2564 เป้าหมายดัชนีอยู่ที่ 1,550 จุด ประเมินจาก Market Earning Yield Gap. ที่ระดับ 3.7%” 

ขณะเดียวกัน มองว่ากระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังไหลเข้าต่อเนื่อง อาจกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อในช่วงที่ทาง ธปท.ยังไม่มีมาตรการใหม่มารองรับ ส่วนการปรับฐานของดัชนียังไม่น่ากังวล โดยประเมินกรอบแนวรับไว้ที่ 1,445 จุด ซึ่งเหมาะสำหรับการเข้าซื้อสะสม ประเมินจาก Market Earning Yield Gap. ที่ระดับ 4% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตเล็กน้อย และถือเป็นระดับที่เงินต่างชาติแทบจะไม่ได้ไหลเข้า ภายใต้ดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% และ EPS ปี 2564 ที่ 65.04 บาทต่อหุ้น 

 

นายอาทิตย์ จันทร์สว่าง นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้ กระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติอาจจะมีการชะลอซื้อ เพื่อพักเงินในหุ้นที่มีความปลอดภัย รวมถึงเป็นช่วงใกล้วันหยุดยาวเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่ของชาวต่างชาติ อีกทั้งนักลงทุนยังคงมีความกังวลและรอติดตามการออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทของธปท. ก่อนกลับเข้ามาซื้อต่อเนื่องในช่วงเดือนมกราคมปี 2564 ทั้งนี้ มองว่าจะมีทั้งเม็ดเงินที่ขายปรับพอร์ตในช่วงนี้ รวมถึงเงินที่ยังอยู่นอกประเทศไทย เพราะการขายสุทธิในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ยังไม่ได้มี การนำเงินออกจากไทย สะท้อนจากค่าเงินบาทที่ไม่อ่อนค่าตาม 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่างชาติเทหุ้นไทย 9 เดือน 2.76 แสนล้าน

ต่างชาติทิ้งบอนด์ไทย 7.1 หมื่นล้านบาท

ต่างชาติขนเงินกลับกดค่าเงินบาทอ่อน

การเมืองร้อน ทุนต่างชาติชะงัก

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,636 วันที่ 17 - 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563

logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด