4 ข้อระดับนโยบายที่ต้องพิจารณาสู้ศัตรูร้ายที่ชื่อโควิด-19

29 เม.ย. 2564 เวลา 3:35 น.441

หมอธีระเผย 4 ข้อระดับนโยบายที่ต้องพิจารณาสู้ศัตรูร้ายที่ชื่อโควิด-19 เชื่อประชาชนพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่

รายงานข่าวระบุว่า รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ (หมอธีระ) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Thira Woratanarat (ป๊ามี้คีน)" โดยมีข้อความว่า สถานการณ์ทั่วโลก 29 เมษายน 2564

ทะลุ 150 ล้านไปแล้ว ในขณะที่อินเดียทำลายสถิติอีกครั้ง ติดเพิ่มเกือบสามแสนแปดหมื่นคน และมีจำนวนผู้เสียชีวิตต่อวันสูงที่สุดในโลกกว่าสามพันหกร้อยคน เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 895,542 คน รวมแล้วตอนนี้ 150,189,056 คน ตายเพิ่มอีก 15,478 คน ยอดตายรวม 3,162,701 คน คงต้องจับตาดูว่าระลอกล่าสุดนี้จะมีจำนวนการตายสูงสุดต่อวันมากกว่าเดิมหรือไม่ สถิติเดิมอยู่ที่ 17,347 คน ณ วันที่ 20 มกราคม 2021 5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดยังคงเป็น อินเดีย บราซิล อเมริกา ตุรกี และฝรั่งเศส

อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 52,358 คน รวม 32,979,449 คน ตายเพิ่ม 834 คน ยอดเสียชีวิตรวม 588,217 คน อัตราตาย 1.8%

อินเดีย เกิน 18 ล้านไปเรียบร้อยแล้ว วันเดียวติดเพิ่มมากถึง 379,459 คน รวม 18,368,096 คน ตายเพิ่ม 3,647 คน ยอดเสียชีวิตรวม 204,812 คน อัตราตาย 1.1%

บราซิล ติดเพิ่ม 74,748 คน รวม 14,521,289 คน ตายเพิ่มถึง 2,861 คน ยอดเสียชีวิตรวม 398,185 คน อัตราตาย 2.7%

ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 31,539 คน ยอดรวม 5,565,852 คน ตายเพิ่ม 315 คน ยอดเสียชีวิตรวม 103,918 คน อัตราตาย 1.9%

รัสเซีย ติดเพิ่ม 7,848 คน รวม 4,787,273 คน ตายเพิ่ม 387 คน ยอดเสียชีวิตรวม 109,367 คน อัตราตาย 2.3%

อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวัน

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์

แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น

ล่าสุดมาเลเซียเป็นขาขึ้นของระลอกสามอย่างชัดเจน จำนวนการติดเชื้อต่อวันมากขึ้นเกินสามพันคนแล้ว

แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า

แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง

เกาหลีใต้ และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนาม นิวซีแลนด์ และฮ่องกง ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ

การประเมินสถานการณ์เพื่อวางแผนจัดการรับมือนั้น ต้องรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนสังเคราะห์ออกมาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

ยังจำได้สมัยระลอกสองเริ่มใหม่ๆ วงบริหารหนึ่งเคยแซวว่าชอบมาขู่ให้กลัว หลังจากที่ได้รับฟังการนำเสนอ คาดการณ์ว่าจะรุนแรงกว่าระลอกแรก และมียอดการติดเชื้อต่อวันสูงสุดราว 5 เท่า หรือ 940 คนต่อวัน โดยใช้เวลาในการต่อสู้ยาวนาน 2 เท่าหรือ 88 วัน และคาดว่าจะมีคนติดเชื้อจากระลอกสองนี้ระหว่าง 23,635-33,088 คน

เวลาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเราสิ้นสุดระลอกสองด้วยตัวเลขใกล้เคียงประมาณนั้น

ระลอกสามนี้ หากจำกันได้ เคยเตือนแล้วเช่นกันว่าจะเกิดขึ้นได้แน่ เป็นผลต่อเนื่องจากระลอกก่อนหน้า เพราะเห็นจากบทเรียนต่างประเทศมากมายหลายประเทศที่เผชิญมาก่อนเรา

ปัจจัยหลักจะแปรผันตามจำนวนการติดเชื้อต่อวันที่กดได้จากระลอกก่อนหน้านั้น และนโยบายแวดล้อมที่จะส่งผลต่อเรื่องความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการนำเชื้อเข้ามา หรือระบบการกักตัว รวมถึงระดับความเข้มแข็งภายในประเทศ เช่น ระบบการตรวจคัดกรองโรค การจัดซื้อจัดหาเตรียมอาวุธป้องกันที่มีประสิทธิภาพและปริมาณมากเพียงพอ และการผ่อนคลายมาตรการใช้ชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเราประจักษ์ชัดแล้วว่า ศัตรูที่ชื่อโควิด-19 นี้มันร้ายกาจมาก และระบาดกระจายทั่วไป

สิ่งที่เราทุกคนจะทำได้คือ ช่วยกันสู้ยิบตา เพื่อปกป้องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง ครอบครัว และเพื่อประเทศของเรา เรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมา และระแวดระวังอย่าหวนกลับไปทำซ้ำอีก ใส่หน้ากากเสมอ ปิดจมูกปิดปาก ใส่สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า พกเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัวเสมอ ล้างมือบ่อยๆ ทุกครั้งหลังจับต้องสิ่งของสาธารณะ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร เจอกันน้อยๆ สั้นๆ ระวังเรื่องสุขาสาธารณะ ปิดฝาก่อนชักโครก ล้างมือทุกครั้ง และใส่หน้ากากเสมอ

เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร โรงอาหาร ศูนย์อาหาร ซื้อกลับจะดีกว่า ไม่ตะลอนท่องเที่ยว หรือพบปะสังสรรค์ คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ควรหยุดงาน แล้วรีบไปตรวจรักษา ระบาดช่วงถัดจากนี้ มีโอกาสเกิดทั้งที่ทำงานต่างๆ ห้าง ร้านอาหาร โรงอาหาร ศูนย์อาหาร ขนส่งสาธารณะ รวมถึงในที่พักอาศัย ทั้งบ้าน แฟลต หอพัก คอนโด อพาร์ตเมนท์ และชุมชนที่แออัด จึงต้องระวังอย่างยิ่ง

ที่สำคัญที่เราควรพิจารณาระดับนโยบายคือ

หนึ่ง "ไม่ควรโปรโมทให้คนท่องเที่ยว" เพราะระบาดต่อเนื่อง ได้จะไม่คุ้มเสียอย่างยิ่ง

สอง ควรจัดหาวัคซีนที่หลากหลาย มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย เพื่อให้ใช้ได้หลายสถานการณ์ และมีปริมาณครอบคลุมทุกคนในประเทศ โดยรวมถึงคนต่างชาติที่อาศัยในประเทศด้วย

สาม ระบาดระดับที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้ จำเป็นต้องใช้มาตรการเข้มข้นเพียงพอที่จะหยุดการระบาด การล็อคดาวน์ระยะสั้นในพื้นที่จังหวัดหรือภาคที่มีจำนวนการติดเชื้อต่อวันเกิน 10 คน เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพื่อจัดการการระบาด ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจะน้อยกว่า และจะช่วยให้ระบบสุขภาพมีเวลาฟื้นฟูสภาพ

สี่ เร่งเพิ่มศักยภาพระบบการตรวจคัดกรองโรค

ในสถานการณ์ปัจจุบัน การตัดสินใจข้างต้น ผมคิดว่าประชาชนทุกภาคส่วนน่าจะพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ เพื่อที่จะทวงชีวิตความเป็นอยู่กลับคืนมาจากโควิด-19 ประเทศไทยต้องทำได้ ถ้าเราทุกคนช่วยกัน

ด้วยรักและห่วงใย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :