16 พฤษภาคม 2021

ศบค.เผยข้อมูลวิเคราะห์การเสียชีวิตจากโควิด 3 ระลอก

22 Apr 2021 16:25 น.
อ่าน 93 ครั้ง

ศบค.เผยข้อมูลวิเคราะห์การเสียชีวิตจากโควิด 3 ระลอก

ศบค.เผยข้อมูลวิเคราะห์การเสียชีวิตจากโควิด-19 เปรียบเทียบการระบาด 3 ระลอก


นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวันช่วงหนึ่งว่า ที่ประชุมศบค.ชุดเล็กนำข้อมูลที่กรมควบคุมโรค วิเคราะห์อัตราการเสียชีวิต เปรียบเทียบ 3 ระลอก ดังนี้

ระลอก ม.ค.ปี 63 มีผู้เสียชีวิต 67 คน จากยอดอยู่ติดเชื้อ  6,772 ราย อัตราเสียชีวิต 0.82%

ระลอก ม.ค.-มี.ค.64 มีผู้เสียชีวิต 27 คน จากยอดผู้ติดเชื้อ 21,035 ราย อัตราเสียชีวิต 0.13%

ระลอก เม.ย.64 มีผู้เสียชีวิต 16 คน จากยอดผู้ติดเชื้อ 17,780 ราย อัตราเสียชีวิต 0.10%

ศบค.เผยข้อมูลวิเคราะห์การเสียชีวิตจากโควิด 3 ระลอก

ปัจจัยเสี่ยงหรือประวัติเสี่ยงที่โยงกับสถานที่ มีอะไรบ้าง ทั้ง 3 ระลอกมีลักษณะคล้ายๆกัน คือ จากสถานบันเทิง ทำงานในแหล่งชุมชน ตลาด การติดเชื้อจากคนในครอบครัว

อายุของผู้เสียชีวิต อายุน้อยสุดอยู่ที่ระลอก เม.ย.64  อายุ 56 ปี ระลอก ม.ค.-มี.ค.64 อายุ 64 ปี และระลอก ม.ค.ปี 63 อายุ 58 ปี

เกือบครึ่งของผู้เสียชีวิตระลอกนี้เกิดขึ้นจากการติดเชื้อของคนในครอบครัว

ศบค.เผยข้อมูลวิเคราะห์การเสียชีวิตจากโควิด 3 ระลอก

ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 และโรคประจำตัว ระลอกม.ค.ปี 63 มี 43 คน คิดเป็น 64% ระลอก ม.ค.-มี.ค.64 มี 24 คน คิดเป็น 89% และระลอก เม.ย.64 มี 13 ราย คิดเป็น 93% โดยโรคประจำตัว(อาจมีมากกว่า 1 โรค) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน  ปอด หลอดเลือดหัวงใจ/สมอง โรคอื่น อาทิ ไทรอยด์ ไขมันสูง ไตวาย ติดเตียง

ข้อมูลค่ามัธยฐานระยะเวลา นับจากวันทราบผลตรวจพบเชื้อถึงวันที่เสียชีวิต ระลอก เม.ย.64 อยู่ที่ 6 วัน ระลอก ม.ค.-มี.ค.64 อยู่ที่ 7 วัน และระลอก ม.ค.ปี 63 อยู่ที่ 12 วัน

โฆษก ศบค.ตอบคำถามถึงกรณีที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาอยู่รวมกันที่โรงพยาบาลสนามจะทำให้ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อยรับเชื้อเพิ่มหรือไม่ รวมถึงจะนำไปสู่การรับเชื้อซ้ำซ้อน การกลายพันธุ์ของเชื้อ หรือทำให้อาการรุนแรงขึ้นหรือไม่ว่า ระบบของการนำผู้ป่วยไปอยู่รวมกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลสนาม หรือ COHORT WARD คือ คนกลุ่มโรคเดียวกันมาอยู่ที่เดียวกัน มีวัตถุประสงค์ในเรื่องการเกิดโรคระบาด ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรทั้งแพทย์ พยาบาล ชุดอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงสถานที่ 

การมาอยู่รวมกันไม่ใช่การให้มาคลุกคลีกัน แต่จะต้องมีการเว้นระยะห่าง ที่สำคัญคือทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ซึ่งจะเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 การอยู่รวมกันภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์เป็นมาตรฐานที่สูงกว่าการอยู่ที่บ้านหรืออยู่ในชุมชนแน่นอน โดยระบบนี้มั่นใจได้ในระดับหนึ่ง และไม่ได้มีเพียงประเทศไทย ต่างประเทศก็มีการสร้างโรงพยาบาลสนามเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ต้องเกิดความร่วมมือจากผู้ป่วยที่มาอยู่รวมกันด้วย ขอให้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเป็นผู้ป่วยที่ดี เราจะผ่านพ้นไปด้วยกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend