กทม.เร่งประสานโรงแรมจัดตั้ง Hospitel รับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19

20 เม.ย. 2564 | 15:12 น.

กทม. เดินหน้าประสานโรงแรมจัดตั้ง Hospitel รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องเฝ้าระวังอาการ

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกรุงเทพมหานครจึงได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดที่มีจำนวนมากขึ้น ตามแผนการรองรับระดับที่ 2 คือ การจัดตั้งโรงพยาบาลโรงแรม (Hospitel) โดยเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังอาการ หรือ หอผู้ป่วยเฉพาะกิจสำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ให้รักษาตัวในโรงแรมที่จัดหาไว้ให้  เพื่อให้โรงพยาบาลหลักมีเตียงเพียงพอรองรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดต่อกับโรงแรมที่จะเข้ามาเป็นเครือข่ายกับโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร

กทม.เร่งประสานโรงแรมจัดตั้ง Hospitel รับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19

สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่กรุงเทพมหานครหากมีความประสงค์จะเข้าร่วมเป็นเครือข่ายกับโรงพยาบาล กทม. เพื่อปรับโรงแรมเป็น Hospitel สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตพื้นที่

 

ทั้งนี้การจัดตั้ง Hospitel เป็นการพัฒนาหอผู้ป่วยเฉพาะกิจนอกสถานพยาบาล โดยการขยายพื้นที่การดูแลรักษาผู้ป่วยหรือเพิ่มจำนวนเตียงรักษาอย่างรวดเร็วใน ระยะเวลาที่จำกัด เพื่อให้ผู้ป่วยโรคติดเชื้อที่สามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ อาการไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องอาศัยเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ชับซ้อน แต่ยังอยู่ในระยะที่สามารถแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่นได้ สามารถได้รับการดูแลโดยทีมบุคลากรทางการแพทย์ และป้องกันไม่ให้กลับไปแพร่กระจายเชื้อในชุมชน โดยหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ ( HospiteI) จะต้องผ่านการตรวจประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเกณฑ์ที่กำหนด

 

สำหรับแนวทางการปรับโรงแรมเป็น Hospitel ดำเนินการตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดว่าจะต้องเป็นโรงแรมที่มีห้องพักมากกว่า 30 ห้องขึ้นไป มีเกณฑ์สำหรับโรงแรมที่จะเปลี่ยนเป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่

หมวด 1 โครงสร้างอาคาร และวิศวกรรมปลอดภัยพร้อมเครื่องปรับอากาศแยกส่วน

หมวด 2 บุคลากรทางการแพทย์ และ เจ้าหน้าที่สนับสนุนที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเกี่ยวกับมาตรการด้านสุขภาพ หมวด 3 ติดตั้งวัสดุ อุปกรณ์สำนักงาน และอุปกรณ์ทางการ

แพทย์ที่จำเป็น หมวด 4 ความพร้อมด้านเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

และหมวด 5 มีสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อชุมชนและระบบการจัดการของเสีย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง