27 กุมภาพันธ์ 2021

สาวไทยในชิคาโก้เผยประสบการณ์ฉีด Pfizer ครบ 2 โดส

23 Jan 2021 19:02 น.
อ่าน 547 ครั้ง

สาวไทยในชิคาโก้เผยประสบการณ์ฉีด Pfizer ครบ 2 โดส

สาวไทยในชิคาโก้ เผยประสบการณ์ฉีด Pfizer ครบ 2   โดส พร้อมตอบ 8 คำถาม คลายข้อข้องใจการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 และอาการข้างเคียงหลังได้รับวัคซีน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 23 ม.ค. 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Siriruk Ch (Siri)  สาวไทยในชิคาโก้  สหรัฐอเมริกา โพสต์เล่าประสบการณ์หลังเจ้าตัวฉีดวัคซีน โควิด-19 (mRNA) ของ Pfizer NBiotech ครบ 2 โดส พร้อมรวบรวมคำถามข้องใจของผู้รอรับวัคซีน โดยเธอได้เล่ากระบวนการทั้งหมดอย่างละเอียด ว่า...

หลังจากที่เข็มแรกผ่านไปเมื่อ 20 วันที่แล้ว วันนี้เรารับวัคซีน mRNA เข็มที่ 2 ของ Pfizer BioNTech เรียบร้อยโรงเรียนวัคซีนแล้วค่ะ!

ก็ถือว่าเป็นวันดีดี วันที่ชิคาโก้อากาศหนาว -14 องศา ฤกษ์งาม ยามเหมาะสมกับอุณหภูมิที่คุณวัคซีน mRNA เขาชอบ

วันนี้ในหน่วยฉีดวัคซีน เริ่มมีผู้สูงอายุทะยอยมารับวัคซีนเข็มแรกกัน ระหว่างที่นั่งรอสังเกตุอาการหลังฉีด ก็มีคุณป้าอายุ 65+ กำลังนั่งอ่านเอกสารวัคซีน แล้วถามพยาบาลว่า "ทำไมในเอกสารบอกว่าวัคซีนตัวนี้ถึงเขียนว่าเป็น Emergency Use ละคะ มันหมายถึงอะไรคะ แล้วจะอันตรายมั้ย" "จะมีอาการข้างเคียงอะไรมั้ย คุพยาบาลได้ฉีดวัคซีนรึยัง" "ฉีดแล้วจะดีกว่าไม่ฉีดใช่มั้ย" "ถ้ารับวัคซีนแล้วไปตรวจ จะเป็น Positive มั้ย" ฯลฯ

มาค่ะ หลังจากที่เรารับบทนางแอบฟังชาวบ้าน ภายใน 15 นาที ก็สามารถรวบรวมคำถามจากคุณลุงคุณป้าก็จะประมาณนี้ค่ะ

สาวไทยในชิคาโก้เผยประสบการณ์ฉีด Pfizer ครบ 2 โดส



การขึ้นทะเบียนภาวะฉุกเฉิน และความปลอดภัย?

วัคซีนที่ขึ้นทะเบียนภาวะฉุกเฉิน (Emergency Use Autherization) ไม่ได้นึกจะขอขึ้นก็ขึ้นกันได้ง่ายๆนะคะ หลักๆเลยคือทางผู้ผลิตจะต้องมีการรายงานผล 1. ประสิทธิภาพ 2. ความปลอดภัยของวัคซีน ที่ได้เก็บรวบรวมในช่วงระยะทดลองวัคซีน แล้วหลังรับวัคซีนแล้ว 2 เดือน ผู้รับวัคซีนปลอดภัยไม่มีผลร้ายแรงอันเกิดมาจากการได้รับวัคซีน จึงจะขอยื่นต่อ อย. ขึ้นทะเบียนภาวะฉุกเฉินได้ และจะขึ้นทะเบียนอย่างสมบูรณ์เต็มศักดิ์ศรี โอเคนัมเบอร์วัน นั่นก็ต่อเมื่อทางผู้ผลิตได้ส่งผลความปลอดภัยของวัคซีนว่ามีปลอดภัยหลังรับวัคซีนไปแล้ว 6 เดือน เพราะฉะนั้นช่องว่างระหว่างรอผล ก็สามารถฉีดไปก่อนได้ เพื่อให้สร้าง herd immunity ให้เร็วที่สุด **สำคัญคือต้องไม่ได้ข้ามขั้นตอนใดๆ ในระยะการทดลอง**

และขั้นตอนกระบวนการกว่าจะได้มาซึ่งความปลอดภัย ก็จะต้องผ่านด่านหลายอย่างค่ะ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นที่ทดลองในสัตว์ ทดลองในคนตั้งแต่หลักสิบ และเพิ่มปริมาณคนมากขึ้นในระยะที่สาม (Phase III) เป็นหมื่นๆคน (Pfizer ~44,000 คน ส่วน Moderna ~30,000 คน) ซึ่งเป็นการกระจายผลทดลองในวงกว้าง และหลากหลาย เพื่อมั่นใจได้ว่าสิ่งที่คุณได้รับเข้าไปในแขนของคุณจะเกิดการสร้างภูมิคุ้มกันในทิศทางเดียวกัน นั้นคือ การสร้างภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค

อาการข้างเคียง

ทั่วไปที่พบในอาสาสมัครระยะทดลองคือ "มีอาการเหมือนไข้หวัด ที่ไม่ได้ติดไข้หวัด" อาการจะอยู่ในช่วง ปวดเมื่อย ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ หนาวสั่น ปวดข้อ มีไข้ตัวร้อน และไม่ต้องตกใจ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีว่าร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนแล้ว จากผลทดลองของอาสาสมัครทั้ง Pfizer และ Moderna พบว่า ~50% มีการข้างเคียงเบื้องต้น(ตามด้านบน) หลังรับเข็มแรก และ กว่า 70-80% มีอาการหลังรับเข็มสอง แล้วก็มีประมาณ 10-20% ที่ต้องลาป่วย ไปทำงานไม่ได้ (อาการหนักกว่าอาการเบื้องต้นนั่นเอง)

และหลังจากวัคซีนได้เริ่มให้ในวงกว้าง ก็จะต้องมีการตามเก็บผลประสิทธิภาพ และอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากวัคซีนได้อีกมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เท่าที่ถามเพื่อนที่ได้รับเข็มสองไปแล้ว ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอาการหนักกว่าครั้งแรก ปวดเมื่อยปวดหัว ตัวร้อน บางคนมีต่อมน้ำเหลืองใต้จั๊กแร้โต (จุดที่ใกล้เคียงกับบริเวณที่ฉีด) มีเพื่อนคนนึงบอก โอ้ย ฉันปวดไปหมดทั้งร่างกาย ส่วนอีกคนมีบอก ฉันมีแรงแค่กอดแฟนได้เท่านั้น #ร้าย แต่อาการเหล่านี้หายไปภายใน 48 ชั่วโมง ! แล้วกลับมาดี๊ด๊าได้เหมือนเดิม

การใช้ยาในช่วงขณะรับวัคซีน

หากคุณมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำ ต้องปรึกษาแพทย์ ก่อนได้รับวัคซีนค่ะ ยกตัวอย่าง คนที่รู้จัก มียาที่ต้องกินทุกวันเนื่องจากมีโรคประจำตัวทางพันธุกรรม เค้าต้องปรึกษาแพทย์ที่รักษาก่อนว่ายาที่กินจะไม่ไปตีกับวัคซีน ถึงจะมารับวัคซีนได้อย่างสบายใจ อยู่ในเรดาห์ของแพทย์ประจำตัว

กลัวจะเป็นไข้หนัก กินยาพารา ยาแก้ปวดดักไว้ก่อนฉีดวัคซีนได้มั้ย ?

ไม่ควรค่ะ เพราะการกินยาแก้ปวดลดไข้ ก่อนฉีด จะส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนลดลงแต่กรณีถ้ามีอาการไข้หรือปวดหลังรับวัคซีน สามารถกินยาแก้ปวดลดไข้ได้ค่ะ

ถ้าฉีดวัคซีนแล้วไปตรวจเชื้อจะเจอว่าผลบวกมั้ย?

ไม่เจอค่ะ เพราะวัคซีนชนิดนี้เป็นเพียงสารพันธุกรรม ไม่ใช่เชื้อจริง ไม่มีคุณสมบัติในการติดเข้าสู่เซลล์เยื่อบุเลย ให้มั่นใจได้

ถ้ามาฉีดเข็มสองช้ามีผลอะไรมั้ย?

เป็นไปได้ก็ควรได้มาฉีดเข็มสองตามระยะเวลาที่กำหนดค่ะ วัคซีนส่วนใหญ่จะมีกฎเกณฑ์ของเค้าว่าช้าได้ไม่เกินกี่วัน ถ้าเกินกี่วันจะต้องเริ่มนับเข็มหนึ่งใหม่ สำหรับวัคซีนโควิดตอนนี้ยังไม่มีผลตรงส่วนนั้น จนกว่ากรมควมคุมโรค CDC จะออกมาประกาศอย่างเป็นทางการอีกที ซิสทั้งหลายอย่านิ่งนอนใจว่า ได้อยู่ รับเข็มแรกไปแล้ว ไม่เป็นไรหรอก ได้อยู่ แปลว่า ไม่ได้

ในช่วงระยะทดลองวัคซีน ของทั้ง Pfizer และ Moderna ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้รับวัคซีนแล้วเอาอยู่ในเข็มเดียว การได้รับประสิทธิภาพสูงสุดคือต้องได้รับเข็มที่สองแล้วเท่านั้น Pfizer เคลมว่าวัคซีนจะป้องกันได้สูงสุดก็ต่อเมื่อรับเข็มที่สองไปแล้ว 7 วัน (ระยะเวลาระหว่างเข็มแรก กับเข็มสองเว้น 21 วัน) ทางฝั่ง Moderna อยู่ที่ 14 วัน (ระยะเวลาระหว่างเข็มแรก กับเข็มสองเว้น 28 วัน) ถ้าคนไหนที่ยังไม่ชัวร์ว่าจะมารับเข็มสองได้ตามเวลาที่กำหนด ก็อย่าเพิ่งฉีดเข็มแรกนะคะซิส (ตอนนี้มีของ Johnson and Johnson ที่กำลังเร่งเก็บผลจากวัคซีนประเภทเข็มเดียวเอาอยู่ อาจจะได้ข่าวดีในเร็วๆนี้)

ถ้าติดเคยเชื้อมาก่อนหน้านี้ ยังรับวัคซีนได้มั้ย?

ได้ค่ะ เพราะตอนนี้ยังบอกไม่ได้เลยว่าการติดเชื้อโดยธรรมชาติจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน แต่การได้รับวัคซีนคือการยืนยันว่าคุณมีภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพ มีผลการทดลองยืนยันในกลุ่มคนกลุ่มใหญ่แล้ว แต่เดี๋ยวก่อน! เราไม่ควรรับวัคซีนในขณะที่เรากำลังติดเชื้อนะคะ ควรจะรับหลังจากที่หาย กลับมาใช้ชีวิตปกติทั่วไปแล้วเท่านั้น อย่าเปรี้ยวเกินไป

ถ้าเลือกได้ว่าจะฉีดเลยหรือรอก่อน จะเลือกอะไรดี?

คำถามนี้เราว่าแล้วแต่บุคคล สถานการณ์และสถานที่ เราต้องประเมินว่าตัวเองว่าเรามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนที่จะได้รับเชื้อ หรือถ้าเราได้รับเชื้อแล้วเราจะมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และถ้าถามเรา ตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า เรารับแน่นอน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติ และจำนวนเคสคนติดเชื้อ คนเสียชีวิตในแต่ละวัน มันได้ตอบแล้วว่า เราควรมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ ที่เราไม่อาจะรู้เลยว่าวันดีคืนร้ายเราจะติดเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วถ้าเราติด เราก็แพร่เชื้อให้คนอื่นได้ต่อๆกันไป แพร่ไปให้คนอื่นแล้วคนอื่นอาจจะเป็นหนักเสียชีวิตได้ เป็นตราบาปไปตลอดชีวิตเราอีก ข้อมูลและผลการทดลองที่มีน่าเชื่อถือได้ว่าเราจะปลอดภัยและมีการสร้างภูมิคุ้มกันแน่นอน แต่สิ่งที่เราไม่รู้เลยคือจะยาวนานแค่ไหน ต้องฉีดทุกปีมั้ย ตรงนี้ก็ยังต้องรอดูต่อไปเนอะ


จบช่วงถาม-ตอบ ลุงป้ากันไป กลับมาที่ขั้นตอนการรับเข็มสองสำหรับวันนี้

ก็เหมือนเดิมค่ะ หลังจากได้ทำการนัดหมายผ่านทาง MyChart ตั้งแต่รับเข็มแรกไปแล้ว (เราเลือกวันศุกร์ช่วงเย็นเพราะจะได้มีเวลารับมือกับความเดี้ยงช่วงเสาร์อาทิตย์) วันนี้ก็ต้องไปยืนยันตัวตรงจุด check-in แล้วก็เข้าห้องฉีด จะมีพยาบาลถามว่าหลังรับเข็มแรกเป็นยังไงบ้าง ? แล้วก็ถามคำถามเดิมเหมือนตอนที่รับเข็มแรก คร่าวๆคือ เคยมีประวัติการแพ้อะไรรุนแรงมั้ย? ก่อนหน้านี้ 90 วันเคยตรวจเจอเชื้อโควิดมั้ย? พี่พยาบาลก็ถามว่าอยากให้ฉีดข้างไหน เราก็ขอฉีดข้างเดิม จิ้มเสร็จเขาก็บอกว่า ยูรับเข็มที่สองแล้วนะ ยินดีด้วย พร้อมแปะสติ๊กเกอร์ "I got my COVID-19 vaccine!" บนบัตรทำงานของเรา เป็นสัญลักษณ์บอกว่าจีบได้ ฉีดวัคซีนแล้ว #หยอกๆ เราก็ "เย้~~~" พี่พยาบาลก็ "เย้ ~~"

รับวัคซีนเสร็จ เราก็ยังกลับมาทำแลบต่อ อาการสองชั่วโมงแรกไม่มีอะไรเลย ตอนนี้ผ่านไป 8 ชั่วโมงแล้ว เรารู้สึกตัวร้อนนิดๆ และปวดบริเวณที่ฉีด ไม่ต่างกับเข็มแรก รอดูอาการในเช้าวันถัดไป เพื่อนทุกคนบอกว่า หนักกว่าเข็มแรกแน่นอน

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend