“จุรินทร์”จับมือผู้ส่งออกข้าว เดินหน้าเร่งรัดจีทูจี

24 มี.ค. 2564 เวลา 7:40 น.227

“จุรินทร์” จับมือผู้ส่งออกข้าว เร่งผลักดันแผนจีทูจี เจาะ4ตลาด อินโดนีเซีย บังคลาเทศ อิรัก และจีน ยังตั้งเป้าส่งออกข้าว6ล้านตัน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ว่า ในการประชุมครั้งนี้ ได้จัดให้ทูตพาณิชย์ ในต่างประเทศที่มีการนำเข้าข้าวไทย พาณิชย์จังหวัดร่วมประชุมผ่านระบบประชุมทางไกลด้วยโดยเป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรกเพื่อกำหนดเป้าหมายส่งออกปีนี้ 6 ล้านตัน มูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 150,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วส่งออกได้ 5.7 ล้านตัน โดยมุ่งมนตลาด 3 ระดับคือ พรีเมียม ที่จะส่งออกข้าวหอมมะลิ ที่ต้องเป็นบวกจากปีก่อน 4.8% ข้าวหอม 5.2% ตลาดทั่วไป เน้นข้าวขาว บวก4.7% ข้าวนึ่ง บวก 4.9% และตลาดเฉพาะ เน้นข้าวเหนียว บวก3.6% ส่วนข้าวกล้องและข้าวสี บวก 12.5%

“จุรินทร์”จับมือผู้ส่งออกข้าว  เดินหน้าเร่งรัดจีทูจี

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังกำหนดมาตรการเพื่อผลักดันการส่งออกข้าวให้ได้ตามเป้าหมาย 6 มาตรการคือ 1. กระทรวงพาณิชย์ จะจับมือกับสมาคมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวไทยด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์ข้าวไทยภายใต้แนวคิด "Think rice Think Thailand” โดยให้หน่วยงานทั้งทูตพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัดทำการประชาสัมพันธ์ในแนวทางเดียวกัน
 

2.เร่งรัดการเปิดตลาดการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี ในเชิงรุก ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้ให้ความเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์จัดทำข้อตกลงร่วมกัน(เอ็มโอยู) กับอินโดนีเซีย เพื่อเปิดตลาดข้าวอินโดนิเซีย 4 ปีจำนวนไม่เกิน 4,000,000 ตัน อีกตลาดคือตลาดบังกลาเทศ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในการทำเอ็มโอยูกับบังคลาเทศ 5 ปี 5,000,000 ตัน ตลาดอิรักซึ่งเป็นตลาดที่ไทยประสบปัญหาหลายปีที่ผ่านมาเพราะผู้ส่งออกข้าวไทยรายหนึ่งส่งข้าวด้อยคุณภาพไปทำให้อิรักแบนข้าวไทยเป็นเวลาหลายปี ขณะนี้ประสบความสำเร็จแล้วอิรักเปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถเข้าไปประมูลขายข้าวในอิรักได้แล้ว แต่ยังติดเรื่องความเข้าใจมาตรฐานข้าวขาว 100% ข้าวของไทยคือข้าว 5% ซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจ และการส่งข้าวไปยังอิรัก ต้องมีเอกสารรับรองจากสถานทูตอิรักประจำประเทศไทย ขณะนี้เราไม่มีสถานทูตอิรักประจำประเทศไทย จะมีการเจรจาขอปรับเงื่อนไขลดอุปสรรค ตลาดที่4 คือตลาดจีนที่ได้ทำเอ็มโอยูในอดีตและจีนยังมีภาระตามเอ็มโอยูที่ต้องนำเข้าข้าวเก่าอีก 300,000 ตัน ตกค้างต้องเดินหน้าต่อไป

“จุรินทร์”จับมือผู้ส่งออกข้าว  เดินหน้าเร่งรัดจีทูจี

 

 

3. ในการเจรจาเพื่อส่งออกข้าวจะเน้นการเจรจาเพื่อขอลดภาษีนำเข้า ด้วยการใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีทางการค้า(เอฟทีเอ) กับประเทศต่าง ๆเช่น เม็กซิโก สหภาพยุโรป (อียู) และสหราชอาณาจักร (ยูเค) 4. จับมือกับหน่วยงานต่าง ๆเพื่อลดต้นทุนการส่งออกข้าวให้ผู้ส่งออก เช่น ค่าระวางเรือ เป็นต้น

5.เร่งรัดขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ 6. สมาคมฯจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำการวิจัย พัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ ทั้ง 3 กลุ่ม คือ ข้าวพื้นนุ่ม พื้นแข็ง ข้าวหอม ด้วยการจัดประกวดพันธุ์ข้าวดังกล่าว และนำไปสู่การส่งเสริมให้มีการส่งออกข้าวทั้ง3 สายพันธุ์ให้มากขึ้น เพื่อสนองความต้องการของตลาดต่างประเทศ

“จุรินทร์”จับมือผู้ส่งออกข้าว  เดินหน้าเร่งรัดจีทูจี

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ทั้ง 6 มาตรการนี้เป็นวาระในการประชุมของประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและะเอกชนด้านการพาณิชย์ ( กรอ.พาณิชย์) เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานต่อไป

“จุรินทร์”จับมือผู้ส่งออกข้าว  เดินหน้าเร่งรัดจีทูจี

ด้านนายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า หากจะส่งออกข้าวให้ได้ 6 ล้านตันไทยต้องส่งออกข้าวให้ได้เดือนละ 5 แสนตัน แต่จากการติดตามสถานการณ์การส่งออกพบว่าไทยส่งออกข้าวสองเดือนแรกรวมกันได้ 4 แสนตันหรือเดือนละ 4 แสนตัน  ซึ่งเกิดจากราคาข้าวไทยสูงกว่าราคาข้าวของคู่แข่ง ซึ่งเกิดจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ปริมาณข้าวน้อยกว่าปกติที่เกิดจากภัยแล้ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง