25 กุมภาพันธ์ 2021

“อาลีบาบา” เปิดแข่งแผนธุรกิจ JUMPSTARTER 2021

29 Jul 2020 17:32 น.
อ่าน 155 ครั้ง

“อาลีบาบา” เปิดแข่งแผนธุรกิจ JUMPSTARTER 2021

กองทุน Alibaba Hong Kong Entrepreneurs Fund เปิดตัวการแข่งขัน JUMPSTARTER 2021 เพื่อนำเสนอแผนธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก  ถือเป็นการแข่งขันออนไลน์สำหรับสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อส่งเสริมความคิดเชิงนวัตกรรม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอาลีบาบา ในนาม กองทุน Alibaba Hong Kong Entrepreneurs Fund เชิญชวนสตาร์ทอัพจากทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย สมัครเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อนำเสนอแผนธุรกิจเชิงนวัตกรรม และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคม  โดยการแข่งขัน JUMPSTARTER 2021 Global Pitch Competition หรือ JUMPSTARTER 2021 จัดขึ้นสำหรับสตาร์ทอัพเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้เพื่อความปลอดภัยในระหว่างที่โควิด-19 ระบาด จึงจัดผ่านช่องทางออนไลน์ และคาดว่าจะมีการนำเสนอแผนธุรกิจแบบตัวต่อตัวมากถึง 200 ทีม จึงถือเป็นการแข่งขันนำเสนอแผนธุรกิจแบบออนไลน์สำหรับสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก

JUMPSTARTER 2021 เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ โดยมีกำหนดปิดรับสมัคร 3 รอบ ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 19 ตุลาคม 2563 (กำหนดปิดรับสมัครแต่ละรอบดูได้จากเว็บไซต์) ซึ่งคาดว่าในระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนจะสามารถคัดเลือกทีมที่ผ่านเข้ารอบแรกได้สูงสุด 200 ทีม จากนั้นจะคัดเลือกทีมที่ดีที่สุด 20 ทีมเข้าไปแข่งขันกันต่อในรอบที่สอง แล้วคัดให้เหลือ 10 ทีมสุดท้ายเพื่อแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2564 ชิงเงินรางวัลสำหรับธุรกิจสูงสุด 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 32 ล้านบาท

JUMPSTARTER 2021 ยังเป็นพื้นที่ให้เหล่าสตาร์ทอัพได้ทำความรู้จักและสร้างเครือข่ายในการแบ่งปันความรู้กับสตาร์ทอัพรายอื่นๆ จากทั่วโลก รวมทั้งเป็นโอกาสในการเชื่อมต่อกับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของอาลีบาบาที่มีข้อมูลเชิงลึก ประสบการณ์ และทรัพยากรที่มีประโยชน์มากมาย

นอกจากนี้ ทีมสตาร์ทอัพที่ติดอันดับ 1 ถึง 5 จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมอบรมหลักสูตร eFounders Fellowship ซึ่งเป็นหลักสูตรที่จัดร่วมกันระหว่างอาลีบาบา บิสเนส สคูล และการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด เพื่อบ่มเพาะผู้ประกอบการ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฉลองวัน‘อาลีเดย์’ ยึดมั่นจิตวิญญาณและปรับตัวอยู่เสมอ

อาลีบาบา สนับสนุนงบต่อสู้โควิดทั่วโลกแล้วกว่า 3,400 ล้านหยวน

เถาเป่า เสริมความรู้เอ็มอีสู่เศรษฐกิจแบบใหม่



ซินดี้ เชา ผู้อำนวยการบริหาร ของ Alibaba Hong Kong Entrepreneurs Fund กล่าวว่า “Alibaba Hong Kong Entrepreneurs Fund ต้องการให้เกิดการรวมตัวของสตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ และนักลงทุนจากทั่วโลกในงาน JUMPSTARTER 2021 ซึ่งจะช่วยดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถด้านการคิดเชิงนวัตกรรม และผลักดันให้คนเหล่านี้ได้ก้าวต่อไป รวมทั้งช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฮ่องกงในการเป็นฮับของผู้ประกอบการจากทั่วโลก”

จากความสำเร็จของการแข่งขันในปีที่ผ่านมา ทำให้ JUMPSTARTER 2021 เป็นอีกครั้งที่น่าจะมีทีมจากทั่วโลกสนใจสมัครเข้าร่วม แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขันนี้จะมุ่งเน้นสตาร์ทอัพในสายค้าปลีก เทคโนโลยีการเงิน เมืองอัจฉริยะ และเทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจฮ่องกงในระยะยาว

ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และจิตวิญญาณของสตาร์ทอัพ ไม่เพียงขับเคลื่อนธุรกิจและการพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังเป็นพลังเชิงบวกที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชนท้องถิ่นได้ ดังนั้นในปีนี้ JUMPSTARTER 2021 จึงเพิ่มการส่งเสริมให้สตาร์ทอัพมองหาแนวทางช่วยเหลือสังคม โดยได้เพิ่มรางวัลใหม่เป็นครั้งแรกใน JUMPSTARTER 2021 คือ “Innovation” และ “Social Impact” รวมทั้ง “Women and Entrepreneurship” เพื่อสร้างความรับรู้ถึงความจำเป็นในเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น

“เราสนับสนุนให้สตาร์ทอัพตอบแทนแก่สังคม และดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ เราหวังว่าทุกคนที่เข้าร่วมจะได้รับประสบการณ์ที่มีค่าจากงานนี้ และมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ในภูมิภาค รวมทั้งสานต่อแผนธุรกิจที่นำเสนอในฮ่องกงออกไปสู่ระดับโลก” ซินดี้ กล่าวเสริม


ทั้งนี้ การแข่งขัน JUMPSTARTER 2020 ที่จัดขึ้นในปีที่แล้ว มีผู้สมัครเข้ามามากว่า 2,000 ทีมจาก 65 ประเทศในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศได้จัดขึ้นแบบออนไลน์เนื่องจากเกิดโรคระบาด โดยมีผู้ให้ความสนใจเข้าชมการแข่งขันรอบสุดท้ายเกือบ 20,000 คน จาก 100 ประเทศในทุกภูมิภาค

“ตลาดทั่วโลก รวมถึงในฮ่องกง ต้องพบสถานการณ์ทั้งดีและร้ายในหลายปีที่ผ่านมา แต่เราก็ยังคงเห็นความคิดเชิงนวัตกรรมและพร้อมปรับตัวจากสตาร์ทอัพอย่างต่อเนื่อง หลายรายยังมีส่วนช่วยเหลือเชิงรุกในการต่อสู้กับโรคระบาด การแข่งขันในปีนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าแม้จะเกิดโควิด-19 แต่ Alibaba Hong Kong Entrepreneurs Fund ก็ยังคงเดินหน้าสนับสนุนสตาร์ทอัพต่อไป” ซินดี้ กล่าว

ในอนาคต เราจะเดินหน้าสร้างสภาพแวดล้อมในตลาดที่เอื้อต่อสตาร์ทอัพ และสนับสนุนความคิดในการเป็นผู้ประกอบการของคนรุ่นใหม่ รวมทั้งร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ที่มีแนวคิดเดียวกัน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้อีโคซิสเท็มในฮ่องกงสำหรับสตาร์ทอัพสามารถเติบโตต่อไป”

นับตั้งแต่เริ่มจัดการแข่งขึ้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 กองทุน Alibaba Hong Kong Entrepreneurs Fund ได้สนับสนุนเงินทุนให้สตาร์ทอัพแล้ว 41 ราย รวมเป็นเงิน 60 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,920 ล้านบาท (รวมถึงแบรนด์ HKAI LAB) ในหลายสายธุรกิจ เช่น เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เทคโนโลยีการเงิน การแพทย์และสาธารณสุข โลจิสติกส์ และอีคอมเมิร์ซ

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend