
ลุยสร้างแทรมเชียงใหม่ ค่าโดยสาร 14บาท
รฟม. เดินหน้าศึกษาแทรมป์เชียงใหม่ ระยะทาง 16 กม. คาดผู้โดยสารใช้บริการปี 70 ราว 16,000 คนต่อวัน เตรียม ชงครม.ไฟเขียวกลางปี 64 พร้อมประเมินค่าโดยสารเริ่มต้น 14 บาท
วันนี้ (13 มีนาคม 2563) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดงานสัมมนาสื่อมวลชน (Press Seminar) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการฯ และสร้างการรับรู้บทบาทของ รฟม. ในการริเริ่มดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าเมืองภูมิภาคให้สื่อมวลชนรับทราบ โดยมี นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. ให้เกียรติเป็นประธาน และเข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “Red Line Chiang Mai จากรถไฟฟ้ามหานครสู่รถไฟฟ้าเมืองภูมิภาค” พร้อมด้วย นายถนอม รัตนเศรษฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. นายกันต์ณธีร์ เนติโรจนชัยชาญ ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการ กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาโครงการ นายเฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และนายสมชาย เอื้อวงษ์ชัย กรรมการเลขาธิการหอการค้าเชียงใหม่ เข้าร่วมเสวนา ณ ห้องดอยหลวง โรงแรมแคนทารีฮิลล์ จังหวัดเชียงใหม่
นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. ได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ในการพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมืองทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนเมืองหลักในภูมิภาค ซึ่งโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะสมานสามัคคี เป็นหนึ่งในโครงการระบบขนส่งมวลชนในเมืองภูมิภาคที่ รฟม. ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินโครงการ
นายภคพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับรูปแบบแทรมป์เชียงใหม่ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะ นั้นเป็นระบบรถรางไฟฟ้า (LRT/Tram) ทางวิ่งผสมระดับดินและใต้ดิน มีแนวเส้นทางตามแนวเหนือใต้ ระยะทางรวมประมาณ 16 กิโลเมตร มีจำนวนสถานีทั้งหมด 16 สถานี แบ่งเป็นสถานีระดับพื้นดิน 9 สถานี และสถานีใต้ดิน 7 สถานี ได้แก่ สถานีโรงพยาบาลนครพิงค์ สถานีศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ สถานีสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี สถานีศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ สถานีแยกหนองฮ่อ สถานีโพธาราม สถานีข่วงสิงห์ สถานีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สถานีขนส่งช้างเผือก สถานีมณีนพรัตน์ สถานีประตูสวนดอก สถานีแยกหายยา สถานีแยกท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ สถานีท่าอากาศยานเชียงใหม่ สถานีบ้านใหม่สามัคคี และสถานีแม่เหียะสมานสามัคคี มีอาคารจอดแล้วจร (Park & Ride) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณจุดเริ่มต้นโรงพยาบาลนครพิงค์ รองรับรถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 1,600 คัน และรถจักรยานยนต์ 800 คัน และบริเวณที่ว่างข้างสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ รองรับรถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 1,200 คัน และรถจักรยานยนต์ 2,800 คัน มีศูนย์ซ่อมบำรุงของโครงการตั้งอยู่บริเวณแยกหนองฮ่อ ขนาดพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ โดยมีกรอบวงเงินลงทุนโครงการรวมประมาณ 27,000 ล้านบาท
สำหรับการดำเนินงานขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษารายละเอียดความเหมาะสม ออกแบบ และจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา ซึ่งตามแผนงานเมื่อการศึกษาออกแบบแล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถนำเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการจากคณะรัฐมนตรีประมาณกลางปี 2564 และเริ่มก่อสร้างภายในปี 2565 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2570 ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์จะเป็นการเพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐาน มีความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัย ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงสามารถลดการใช้รถยนต์โดยรวมบนท้องถนน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณมลพิษในอากาศที่เกิดจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ได้
นายถนอม รัตนเศรษฐ ผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่าในช่วงการเปิดให้บริการแทรมป์เชียงใหม่ในปี 70 ซึ่งเป็นปีแรกนั้น คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารมาใช้บริการ ราว 16,000 คนต่อวัน และมีจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการต่อชั่วโมง ราว 1,200 คน ขณะที่อัตราค่าโดยสารเบื้องต้นจะมีดารจัดเก็บ 2 ส่วน ประกอบด้วย ค่าแรกเข้า 14 บาท และตามระยะทาง +1 บาท ทุกๆ 1 กิโลเมตร
"เรามองว่าสำหรับการจัดเก็บอัตราค่าโดยสารนั้น เป็นราคาที่เหมาะสมเมืาอเทียบกับค่าครองชีพของประชาชนผู้ใช้บริการ ขณะเดียงกันมีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ อยู่ที่ 13% โดยภาครัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบด้านงานโยธา ราว 70-80% และเอกชนเป็นผู้รับผิดชอบอีก 20%"
นอกจากนี้ความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าในเมืองภูมิภาคอื่นๆ ได้แก่ โครงการระบบขนส่งมวลชน จังหวัดภูเก็ต ช่วงท่าอากาศยานฯ – ห้าแยกฉลอง และโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียว ช่วงตลาดเซฟวัน – สถานคุ้มครองฯ บ้านนารีสวัสดิ์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการ ทั้งนี้ในส่วนของโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดพิษณุโลก สายสีแดง ช่วง ม.นเรศวร – เซ็นทรัลฯ พิษณุโลก คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้ รฟม. ดำเนินกิจการรถไฟฟ้าฯ จังหวัดพิษณุโลก






