16 ตุลาคม 2019

MG ZS EV จองเกลี้ยง1,000 คัน-ส่งดาบสอง‘สมาร์ทปิกอัพ’สู้ญี่ปุ่น

26 Jul 2019
อ่าน 36175 ครั้ง

 

“เอ็มจี แซดเอส อีวี” เปิดตัวไม่ถึง 1 เดือนกวาดยอดจองทะลุ 700 คัน คาดสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ตัวเลขรวมถึง 1,000 คันแน่นอน พร้อมดันดาบสองปิกอัพ “เอ็กซ์เทนเดอร์” ชูสมาร์ทเทคโนโลยี ตัวท็อปราคา 1 ล้านบาท ส่วน “นิสสัน ลีฟ” ส่งมอบแล้ว 76 คัน

ค่ายรถยนต์น้องใหม่ “เอ็มจี” ก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 อย่างแข็งแกร่ง หลังยอดขาย 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตต่อเนื่อง หรือ ปี 2561 ทำได้ 23,740 คัน เพิ่มขึ้น 98% เมื่อเทียบกับปี 2560 ด้วยโปรดักต์ในกลุ่มรถยนต์นั่งล้วนๆคือ เอ็มจี 3,5,6 และเอสยูวี แซดเอส, จีเอส ที่ประกอบจากโรงงาน เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี ประเทศไทย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมายังเสริมทัพ รถพลังงานไฟฟ้า 100% “แซดเอส อีวี” นำเข้ามาจากเมืองจีน โดยใช้สิทธิ์เขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน ไม่เสียภาษีนำเข้า

สำหรับ แซดเอส อีวี ราคา 1.19 ล้านบาท หากเทียบกับแซดเอส รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ขายอยู่ 6.79 แสนบาท แต่ แซดเอส อีวี ถือเป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ทำตลาดโดยเมเจอร์แบรนด์ที่ราคาถูกสุดในตอนนี้ (นิสสัน ลีฟ 1.99 ล้านบาท, ฮุนได โคน่า 1.849 ล้านบาท, ฮุนได ไอออนิก 1.749 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มรถหรู อาวดี้ อี-ตรอน 5.099 ล้านบาท และจากัวร์ ไอ-เพซ 5.499-6.999 ล้านบาท)


เอ็มจี ยังกระตุ้นการตัดสินใจซื้อด้วยแคมเปญพิเศษสำหรับรถ 1,000 คันแรก ให้ฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรี โฮม ชาร์เจอร์ พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่ารวมเกือบ 1 แสนบาท พร้อมการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งรถล็อตแรกทยอยส่งให้โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ ขณะที่ยอดจองล่าสุดใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือน กวาดตัวเลขไปกว่า 700 คันแล้ว

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยยอดจองกว่า 700 คัน ในเวลาไม่ถึงเดือน ถือว่า แซดเอส อีวี ได้กระแสตอบรับดีเกินความคาดหมาย ส่วนหนึ่งเพราะการทำกิจกรรม และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ช่วงก่อนจะแนะนำโปรดักต์ลงสู่ตลาด ประกอบกับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมแคมเปญพิเศษ คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้ยอดจองรวมจะถึง 1,000 คัน

แซดเอส อีวี มาพร้อมความโดดเด่นทั้ง คุณภาพ สมรรถนะ ความอัจฉริยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากการเป็นรถพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของเอ็มจีแล้ว รถรุ่นนี้ยังคงไว้ซึ่งแนวคิดของเอ็มจีในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมทำให้การใช้งานรถพลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่อง“ง่าย” สำหรับทุกคน

“เราทำกิจกรรมวอร์มอัพกันมานานกว่าจะเปิดตัว แซดเอส อีวี ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ส่วนแคมเปญพิเศษช่วงเปิดตัวมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคเช่นกัน และถ้าหมด 1,000 คันแรก เรากำลังพิจารณาอยู่ว่าจะต่อแคมเปญดังกล่าวออกไปอีกหรือไม่” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

ส่วนคู่แข่ง นิสสัน ลีฟ อีวี รุ่นขายดีที่สุดในโลก และเป็นผู้บุกเบิกการทำตลาดอีวีในไทย นำเข้ารถจากญี่ปุ่นมาส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ขายได้แล้ว 76 คัน

นอกเหนือจาก แซดเอส อีวี ที่เป็นการนำเข้ามาเพื่อโชว์เทคโนโลยี และบุกเบิกการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว เอ็มจี ยังมีแผนขึ้นไลน์ประกอบรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ในเมืองไทย หลังได้รับอนุมัติแผนส่งเสริมการลงทุนจาก บีโอไอ โดยไม่เกิน 2 ปีนับจากนี้จะเริ่มทำตลาด

ส่วนรถใหม่ของเอ็มจี ที่เตรียมเปิดตัวให้ดีลเลอร์ชื่นใจในเดือนสิงหาคมนี้คือปิกอัพ “แมกซัส ที60” ที่ขายในประเทศจีน แต่การขึ้นไลน์ประกอบในไทยและทำตลาดในแบรนด์เอ็มจีจะใช้ชื่อว่า “เอ็กซ์เทนเดอร์”


สำหรับ “เอ็มจี เอ็กซ์เทนเดอร์” มีให้เลือกทั้งตัวถังตอนครึ่ง และ 2 ตอน (ดับเบิลแค็บ) กับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบแปรผัน เพียงทางเลือกเดียว และส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ ทั้งนี้รุ่นเริ่มต้นคาดว่าราคากว่า 5 แสนบาท ไล่ไปถึงรุ่นท็อปพร้อมออพชันเต็มรวมถึงระบบไอ-สมาร์ท ราคา 1 ล้านบาท เริ่มส่งมอบเดือนกันยานนนี้

“การเปิดตัว แซดเอส อีวี ไปก่อนหน้านี้ ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดีขึ้น และการเปิดตัวปิกอัพรุ่นใหม่ในช่วงนี้ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสม แม้ตลาดปิกอัพในเมืองไทยเป็นเซ็กเมนต์ที่แข่งขันกันดุเดือด แต่เราเชื่อมั่นในคุณภาพ สมรรถนะและความคุ้มค่าของเอ็กซ์เทนเดอร์ จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ลูกค้าชาวไทย” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

นอกจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆในเมืองไทยอย่างต่อเนื่องแล้ว ในระดับโลก “เอ็มจี” ยังเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรด้านการค้ากับสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ของโลกอย่าง “ลิเวอร์พูล” อีกด้วย

เอสเอไอซี มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี (MG) ร่วมลงนามในสัญญาเป็นพันธมิตรระดับโลก (Global partnership) อย่างเป็นทางการ กับ “สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล” แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ปีล่าสุดเพื่อขยายความร่วมมือกับลิเวอร์พูล เสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มีความหนุ่ม ความสปอร์ต และมาพร้อมแรงบันดาลใจใหม่ๆ

การเป็นพันธมิตรกันระหว่างตำนานรถยนต์กับสุดยอดสโมสรฟุตบอลแห่งสหราชอาณาจักร ยังหมายถึงการคลอดแคมเปญในการมีส่วนร่วมของแฟนๆ ทั่วโลก พร้อมเปิดประสบการณ์แบบ VIP เช่น มีโอกาสบินไปชมการแข่งขันถึงประเทศอังกฤษ เข้าชมการฝึกซ้อมของทีมลิเวอร์พูล รับของที่ระลึกพร้อมลายเซ็นจากเหล่านักเตะ และกิจกรรมอีกมากมาย

ทั้งนี้ เอ็มจี เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ในสาธารณรัฐประชาชนจีน มาตั้งแต่ พ.ศ. 2559 

 

หน้า 28-29 หนังสือฐานเศรษฐกิจปีที่ 39 ฉบับที่ 3,490 วันที่ 25 - 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2562


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij