14 ตุลาคม 2019

ขู่ฟ้องศาลปกครอง “บอร์ด” ทุบโต๊ะคืนตำแหน่ง “ธีธัช”ผู้ว่า กยท.

16 Jul 2019

‘อุทัย’ ขวาง ‘ธีธัช’ รั้งเก้าอี้ กยท.รัฐบาลบิ๊กตู่ 2 หวั่น 19 ก.ค. บอร์ดฟันธงคืนตำแหน่งให้ ชี้ไม่โปร่งใส บริหารผิดพลาด ทำให้ชาวสวนเสียโอกาส  ขายราคาขาดทุนทั้งในประเทศ- ตลาดโลก ดักคอชี้เป้าต้องประเมินไม่ผ่านสถานเดียว เพราะไม่ได้ทำงานเลย หากลงมติเห็นชอบจะไปยื่นฟ้องศาลปกครองกลางทันที

สืบเนื่องจากกรณีบอร์ดคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)จะมีประชุมในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้จะบรรจุวาระสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามอง ถึงอนาคตของนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท.ที่ไปนั่งทำงานอยู่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากคำสั่งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา 1 ปี กว่า 4 เดือน นั้นกลับมีผลงานโดดเด่นจนสำนักนายกรัฐมนตรีปรับเงินเดือนให้ แต่ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ได้รับจากการยางแห่งประเทศไทย และยังไม่พ้นจากตำแหน่งเดิมจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นประการอื่น

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์  ประธานสภาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยยท.) เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าไม่เห็นด้วยหากบอร์ด กยท.ตัดสินคืนตำแหน่งให้นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่า กยท.ที่ไปนั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมาทำงานไม่เข้าตาเกษตรกรเลย และไม่ทำให้องค์นี้เดินหน้าได้เลย หากเข้ามาใหม่ก็คงจะเหมือนเดิม อีกทั้งการที่โดนไปเข้ากรุนั่งสำนักนายกรัฐมนตรีต้องมีความผิดอยู่แล้ว แล้วถ้าให้มานั่งทำงานต่อไม่เห็นด้วย

"ก่อนหน้านั้นที่จะฟ้องศาลปกครองกลาง ในเรื่องของบอร์ด กยท.ที่มีมติป้อง นายธีธัช ไปร่วมลงทุนกับ 5 บริษัทค้ายาง ซึ่งมีนายนที ขลิบทอง เป็นประธานสอบสวน ได้มีมติว่าไม่มีความผิด โดยระบุเหตุผลว่าเป็นการปฎิบัติตามนโยบายยางธรรมชาติ หรือ กนย.นั้นให้ตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง ไม่ใช่ไปร่วมลงทุนบริษัท ผมเองก็นั่งในกรรมการ กนย. ตั้งคำถามว่า ทำได้ จะต้องขอมติ ครม.ก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว ถึงจะไปจัดตั้งบริษัทในภายหลังได้  แต่เรื่องดังกล่าวความผิดสำเร็จหมดแล้ว เช่น ไปตั้งบริษัท มีการซื้อขายยาง ขัด พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาตรา 65 (5) และ (6) แต่บอร์ด ที่มี พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข อดีตประธานบอร์ด (ปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา) ยังปกป้องแล้วมีมติว่าไม่มีความผิด"

นายอุทัย กล่าวว่า การโยกย้ายให้นายธีธัช ไปนั่งอยู่ในสำนักนายกรัฐมนตรี ทางบอร์ดจึงแต่งตั้งรักษาการ นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ ปฎิบัติหน้าที่แทนนายธีธัชไปก่อนโดยได้รับค่าตอบแทนจาก กยท. ตามมาตรา 49 (1) ค่าบริหาร กยท.ก็เป็นเงินค่าธรรมเนียม (เซสส์) ที่เกษตรกรถูกหัก 2 บาทต่อกิโลกรัม จึงทำให้ตัวแทนเกษตรกรสงสัยในการจ่ายเงินในอัตราเดียวกัน 2 คนพร้อมกัน ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวจะต้องมีความผิดหรือไม่ รวมถึงการบริหารจัดการของนายธีธัส ที่ผ่านมา หลังจากจดทะเบียนร่วมกับผู้ค้ายางแล้ว  ปรากฎว่าไปซื้อยางมาเก็บที่ 6 ตลาด ของ กยท.จนทำให้ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2560 กยท.ประกาศปิดตลาดกลางซื้อขายยาง ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2560  โดยไม่มีกำหนดเพราะซื้อยางกองไว้เต็มตลาด ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้นับตั้งแต่เปิดตลาดกลางมาไม่เคยปิดตลาดเลย จึงเป็นเหตุทำให้พ่อค้ายางกดราคายางให้ต่ำลง และเป็นข่าวไปถึงตลาดล่วงหน้าต่างประเทศทำให้ราคายางต่ำลงทันที นี่เป็นการบริหารงานที่ผิดพลาด

"หน่วยธุรกิจ" หรือ "บียู กยท." ที่ดำเนินการซื้อขายยางอยู่ได้ดำเนินการขายยางให้ตัวแทนประเทศจีนโดยการซื้อขายไม่รัดกุม เมื่อส่งยางไปแล้วไม่สามารถเก็บเงินได้ เป็นเงินจำนวน 93 ล้านบาท จนถึงทุกวันนี้ยังไม่สามารถทวงเงินมาคืนได้จึงเป็นการบริหารงานที่ผิดพลาดของนายธีธัช ที่บริหารงานโดยไม่เคยมีแนวทางในการรักษาเสถียรภาพราคายาง แต่กลับสร้างข่าวมาตลอดจนทำให้ราคายางตกต่ำลง"

นายอุทัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทาง สยยท. ยังมีหลักฐานการซื้อขายปุ๋ยเคมี ส่อเอื้อทุจริตปุ๋ย ประมูลราคาแพงกว่าท้องตลาด เร็ว ๆ นี้ จะนำหลักฐานต่าง ๆ จากชาวสวนยางกว่า 124 คน ไปมอบให้กับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)  มีหลักฐานแน่นหนา สามารถสาวโยงไปถึงผู้ร่วมขบวนการ เพื่อเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ดังนั้นที่กล่าวมาข้างต้นในฐานะตัวแทนเกษตรกรที่ถูกหักเงินเซสส์ 2 บาทต่อกิโลกรัม ต้องฟ้องศาลปกครองกลาง แต่กำลังจับตามองว่าในวันที่ 19 กรกฎาคม มีมติให้นายธีธัช เห็นชอบมาบริหาร กยท. ต่อ จะรวบฟ้องอีกกระทงหนึ่งทีเดียวกันเลย ต้องรอดูวันนั้นว่ามติบอร์ดจะสรุปอย่างไร 

 




ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij