30 พฤษภาคม 2020

ปลาทูหาย?  นายกกันตังโวยข้อมูลเท็จทำเสียชื่อเสียง

09 Jul 2019 16:15 น.
อ่าน 2,959 ครั้ง

ปลาทูหายลามปมขัดแย้งประมง “พาณิชย์-พื้นบ้าน” ส่อบานปลาย 2 ฝ่ายงัดเหตุผลโต้โยนสังคมตัดสินใครผิด ถูก “นายกฯกันตัง” เดือดสุด แฉสนั่น หลังจากโดนชี้ใช้เครื่องมือ“เรืออวนลากแผ่นตะเฆ่”  อยู่ในอำเภอกันตัง จ.ตรัง ทำลายล้างสุงสุด

 

สืบเนื่องจากกรณีที่สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า เรืออวนลาก และเรือประมงพาณิชย์ เป็นตัวการสำคัญในการทำลายล้าง ทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยเฉพาะเรืออวนลาก แผ่นตะเฆ่ ซึ่งมีอยู่ที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มากที่สุดนั้น

นายสฤษพัฒน์ ภมรวิศิษย์ นายกสมาคมประมงกันตัง จังหวัดตรัง  ได้ออกมาตอบโต้ว่า  ทั้งข้อมูลและรูปภาพที่ นำมาโพสต์นั้น ล้วนแต่เป็นเท็จทั้งสิ้น โดยใช้รูปภาพเก่า ๆ ที่มีประมาณ 2-3 ภาพตั้งแต่อดีต มาโพสต์ซ้ำ รวมทั้งตัดต่อภาพใหม่นำมาโพสต์โจมตีกล่าวหาเรือประมงพาณิชย์ ซึ่งสามารถเข้าไปดูย้อนหลังในเฟสบุ๊คได้ เพราะภาพแต่ละภาพมีการระบุปีไว้ด้วย  เพื่อให้ร้ายเรือประมงพาณิชย์  ทั้งนี้ การกล่าวหาและให้ร้ายเรือประมงพาณิชย์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ



นับตั้งแต่ข้อมูลเรือประมงพาณิชย์ของจังหวัดตรัง ที่เป็นสมาชิกสมาคมประมงกันตัง ระบุว่า มีเรืออวนลาก แผ่นตะเฆ่ 170 ลำ จาก 6 ผู้ประกอบการ  แต่ในความเป็นจริงมีเพียงแค่ 139 ลำเท่านั้น  จาก 66 ผู้ประกอบการ   ขณะที่ข้อมูลจากหน่วยแจ้งเข้าออกเรือประมงจังหวัดตรัง ช่วงระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย.62 ก็ระบุว่า มีเรืออวนลาก แผ่นตะเฆ่ จำนวน 130 ลำ โดยแบ่งเป็นเรือขออนุญาตในจังหวัดตรัง 119 ลำ และมาจากจังหวัดอื่น 11 ลำ  นอกจากนั้น เมื่อสอบถามไปยังเจ้าของเรือที่เป็นสมาชิกสมาคมประมงกันตัง ยับพบว่าที่อ้างถึงผู้ประกอบการแล้วนำมาโพสต์ก็คลาดเคลื่อนกว่าความเป็นจริง  อาทิ ระบุว่า บางรายมีเรืออวนลาก แผ่นตะเฆ่ 52 ลำ ทั้งที่ความจริงมีแค่ 2 ลำ  หรือบางรายไม่มีเรือ หรือเลิกทำธุรกิจเรือประมงไปนานแล้ว  ดังนั้น ข้อมูลต่าง ๆ จึงเป็นเท็จทั้งสิ้น


ส่วนรูปภาพประกอบเรื่องต่างๆ พบว่ามีการนำรูปภาพเก่ามาใช้ซ้ำตลอดเช่น จะมีเวลาระบุในเฟซบุ๊กนำภาพเก่า ในปี 2016 และ ปี 2018 มาประกอบลงในเฟสบุ๊ก มีการตัดแต่งภาพรูปปลาทู รูปที่นำมาประกอบการใช้ก็เป็นรูปเก่านำมาใช้ใหม่ ทั้งในปี 2014 และ 2015 มีการนำรูปเดิมมาใช้ลงในเฟซบุ๊ก วนไปวนมาซ้ำไปซ้ำมาเพื่อดิสเครดิตประมงพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันประมงพาณิชย์ไทยหลังจากมีการปลดล็อกใบเหลือง IUU แล้ว ได้มีการพัฒนาทุกด้านสู่ระดับสากล เช่น มีระบบตรวจสอบที่แน่นอน หรือปลาทุกตัวที่ขึ้นมาสามารถตรวจสอบได้ ทั้งแหล่งที่มา ขึ้นท่าที่ไหน ใครซื้อ เอาไปไหนรวมทั้งกรมประมงจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสุ่มตรวจวัดขนาดปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้แล้วนำมาขึ้นที่แพ เพื่อดูว่าอวนที่ใช้จับตรงกับที่ขออนุญาตถูกต้อง หรือมีการจับสัตว์น้ำขนาดเล็กผิดกฎหมายหรือไม่ เช่นเดียวกับวันนี้มีเจ้าหน้าที่ประมงเข้ามาสุ่มตรวจวัดขนาดสัตว์น้ำอยู่ที่แพปลาตนเอง



สำหรับสาเหตุ นายกสมาคมประมงกันตัง มองว่า  คงเพราะต้องการสร้างเครดิตให้กับตัวเองว่า เป็นนักอนุรักษ์  แต่จริงๆ แล้วถ้าต้องอนุรักษ์ ก็ควรไปกระตุ้นประมงพื้นบ้าน ให้มาขึ้นทะเบียน หรือเข้าระบบให้ถูกต้อง  เพราะขณะนี้มีจำนวนที่ไม่นอน หรือมีการต่อเรือใหม่เพิ่มอีก ทั้งที่มีคำสั่งห้ามจาก คสช.  ซึ่งการออกมาให้ข่าวอย่างนี้ทำให้เกิดความเสียหายต่อประมงพาณิชย์ และยังถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกทำลายล้าง  ทั้งที่ความเป็นจริงประมงพาณิชย์ได้เปลี่ยนหรือพัฒนาตัวเองไปในทางที่ดีอย่างรวดเร็ว มีการปฏิบัติตามกฎหมายที่ออกมาทุกขั้นตอน

ที่สำคัญก็คือในช่วงนับตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2562 ซึ่งประเทศไทยโดนใบเหลือง ทำให้มีเรือประมงพาณิชย์เดิมๆ หายไปมากกว่า 60 % แต่ทำไมสถานการณ์ปลาทูไทยจึงแย่ลง หรือไม่มีปริมาณเพิ่มขึ้นเลยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่วงจรชีวิตในการเจริญเติบโตของปลาทูก็ค่อนข้างสั้น ไม่ต้องรอถึง 10 ปี เหมือนกับปลาบางชนิดถึงจะขยายพันธุ์ได้ แต่กลับเลือกที่จะพูดชี้นำในทางที่ผิด ดังนั้นจึงเรียกร้องให้กรมประมงเร่งจัดระเบียบเรือประมงพื้นบ้านเช่นเดียวกับที่ทำกับประมงพาณิชย์


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij