คิงเพาเวอร์ยึดสุวรรณภูมิ ทุ่มจ่ายค่าต๋งดิวตี้ฟรี40%

01 มิ.ย. 2562 เวลา 3:00 น.2.4k

          คิงเพาเวอร์ กวาดเรียบสัมปทานดิวตี้ฟรี-รีเทล สนามบินสุวรรณภูมิอีก 10 ปี เทหมดหน้าตัก เสนอผลตอบแทนขั้นตํ่าดิวตี้ฟรี แบบขั้นบันได เริ่มจาก 20% จากยอดขาย ไปจนถึงสูงสุด 40% ทอท.ชงบอร์ดอนุมัติ 19 มิ.ย. จับตาเปิดซองประมูลดิวตี้ฟรีสนามบินภูมิภาค 4 มิ.ย.นี้

          ในที่สุดโครงการสัมปทานที่ใหญ่ที่สุดในสนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งดิวตี้ฟรีและการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวมพื้นที่กว่า 3.6 หมื่นตารางเมตร ก็ตกเป็นของกลุ่มคิงเพาเวอร์ ภายใต้สัญญา 10 ปี (วันที่ 28 ก.ย. 2563-31 มี.ค. 2574) ตามความคาดหมาย โดย “บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด” ชนะประมูลโครงการ ดิวตี้ฟรี ได้คะแนน 90 กว่าคะแนน แซง “กลุ่มกิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)” ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท โฮเต็ล ล็อตเต้ จำกัด และบริษัท บางกอกแอร์เวย์สโฮลดิ้ง จำกัด ได้อันดับ 2  80 กว่าคะแนน และปิดท้ายด้วย “กลุ่มกิจการร่วมค้าดูฟรี รอยัล ออคิด” ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป จำกัด และ WDFG UK LIMITED ที่ตามมาเป็นอันดับ 3 ได้คะแนน 70 กว่าคะแนน

     ขณะที่การให้สัมปทานการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ “บริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด” ก็ชนะ “บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)” หรือซีพีเอ็น ด้วยเช่นกัน 

        แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การยื่นประมูลของบริษัทคิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ในครั้งนี้ ได้เสนอค่าตอบแทน สูงกว่าที่ทอท.เคยได้รับอยู่เดิม และสูงกว่าที่ ทอท.คาดหมาย โดยคิงเพาเวอร์เสนอค่าตอบแทนขั้นตํ่า(minimum guarantee) ในลักษณะขั้นบันได โดยในช่วงปีแรกๆ จะอยู่ที่ 20%จากยอดขาย ไล่ไปจนถึงสูงสุด 40% จากยอดขายในช่วงปีหลังๆ 

         ดังนั้นทอท.จะได้รับผลตอบแทน สูงกว่าสัญญาเดิมที่มีกับคิงเพาเวอร์ ซึ่งปัจจุบันคิงเพาเวอร์ จ่ายค่าตอบแทนขั้นตํ่า จากยอดขายให้ทอท.เฉลี่ยอยู่ที่ 15% ในช่วง 1-5 ปีแรก จ่ายอยู่ที่ 15% ปีที่6 จ่าย 16% ปีที่ 7 จ่าย 17% ปีที่ 8 จ่าย 18% ปีที่ 9 จ่าย 19% และ ปีที่ 10 จ่าย 20% ซึ่งที่ผ่านมาในช่วง 5 ปีแรกจ่ายค่าตอบแทนขั้นตํ่าให้ทอท.อยู่ที่ราว 1,200-1,600 ล้านบาทต่อปี ปีหลังๆจะอยู่ที่ราว 2,500 ล้านบาทต่อปี ในปีที่ผ่านมายอดขายของคิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี อยู่ที่ราว 3.56 หมื่นล้านบาทกว่า 82% เป็นยอดขายดิวตี้ฟรีในสนามบินสุวรรณภูมิ

      เช่นเดียวกับผลตอบแทนในส่วนของรีเทล ที่ปัจจุบันคิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ จ่ายอยู่ที่เฉลี่ยราว 15% การประมูลรอบนี้ก็มีการเสนอค่าตอบแทนที่สูงกว่าปัจจุบัน ที่ทุกวันนี้จ่ายอยู่ที่ราวปีละ 2 พันล้านบาท

        “การประมูลครั้งนี้ คิงเพาเวอร์มีความได้เปรียบอยู่แล้วหากเทียบกับคู่แข่งอีก 2 รายที่แม้จะดึงแบรนด์ดิวตี้ฟรีระดับเบอร์ 1 ของโลก อย่าง Dufry หรือแม้แต่เบอร์ 2 ของโลก อย่าง ล็อตเต้ เข้ามาร่วมประมูลด้วย เนื่องจากคิงเพาเวอร์มีฐานข้อมูลมากกว่าจากดาต้าเบสที่ให้บริการมากว่า 10 ปี และการประมูลรอบนี้คิงเพาเวอร์ ก็ทุ่มสุดตัว เพราะต้องการรักษาฐานที่มั่น รักษาแบรนด์คิงเพาเวอร์และต่อยอดธุรกิจ” 

        นอกจากนี้ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ ทอท.ก็จะมีการเปิดให้เอกชนเข้ามายื่นซองประมูลดิวตี้ฟรี สนามบินภูมิภาค (สนามบินภูเก็ต,สนามบินเชียงใหม่,สนามบินหาดใหญ่) พื้นที่รวมกว่า 2 พันตารางเมตร ซึ่งมีเอกชนเข้ามาซื้อซองประมูลจำนวน 4 รายได้แก่ บริษัทคิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ,กลุ่มกิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ท่าอากาศยานภูมิภาค), กลุ่มกิจการร่วมค้าดูฟรี รอยัล ออคิด และบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ที่ร่วมทำคอนซอเตียมกับดีเอฟเอส

วิชัย บุญยู้

          นายวิชัย บุญยู้ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า กลุ่มคิงเพาเวอร์ เป็นผู้ชนะประมูลทั้งในส่วนของดิวตี้ฟรีและรีเทล ซึ่งผู้ชนะประมูลได้เสนอค่าตอบแทนสูงกว่าที่ ทอท.เคยได้รับอยู่เดิมและสูงกว่าที่ ทอท.คาดหมายด้วย เช่นในส่วนของรีเทล คิงเพาเวอร์ เสนอผลตอบแทนให้สูงสุด สูงกว่าที่ ทอท.ได้รับในปัจจุบันที่อยู่ที่ปีละ 2 พันล้านบาท ขณะเดียวกันคิงเพาเวอร์ยังมีแผนธุรกิจที่ชัดเจน สอดคล้องกับคาดการณ์รายได้ รวมทั้งยังมีแผนปรับปรุงพื้นที่ร้านค้า และดิวตี้ฟรี ดังนั้นภาพรวมพื้นที่จะไม่เหมือนกับปัจจุบันแน่นอน
         ขณะนี้ทางทอท.ยังไม่สามารถเปิดเผยคะแนนรวมของแต่ละกลุ่มได้ เนื่องจากต้องนำเสนอคณะกรรมการรายได้ของทอท. ในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ และเสนอบอร์ดทอท.พิจารณาในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ และในวันเดียวกันจะมีการประกาศคะแนน รวมทั้งข้อเสนอค่าตอบแทนอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะและสื่อมวลชนได้รับทราบ
         ทั้งนี้ขั้นตอนในการเปิดซองข้อเสนอในครั้งนี้ ทอท.ได้เชิญเอกชนทุกรายมาทราบผลคะแนน แต่ไม่ได้เปิดเผยข้อเสนอผลตอบแทนของแต่ละรายให้เอกชนทั้งหมดทราบ โดยทุกรายจะรู้เฉพาะราคาที่ตัวเองเสนอมาซึ่งการให้คะแนนในการประมูลครั้งนี้คะแนนเต็ม
100 คะแนน แบ่งเป็นด้านเทคนิค 80 คะแนน ซึ่งพิจารณาจากความเป็นไปได้ของโครงการ ความสอดคล้องและเหมาะสมของแผนงานทั้งหมด ส่วนคะแนนผลตอบแทนการเงิน อยู่ที่ 20 คะแนน โดยผู้เสนอผลตอบแทนสูงสุดจะได้ 20 คะแนนเต็ม จากนั้นจะพิจารณาคะแนนลดหลั่นตามสัดส่วน
           โดยผู้ที่มีคะแนนสูงสุด คือผู้ที่ยื่นเสนอผลตอบแทนขั้นต่ำ(
minimum guarantee) ให้ ทอท.สูงที่สุด ขณะเดียวกัน ทอท.ยังกำหนดให้เอกชนจ่ายส่วนแบ่งรายได้(revenue sharing) 20% โดยเอกชนจะต้องจ่ายผลตอบแทนให้ทอท.ในแต่ละปี เป็นสัดส่วนจากเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งแล้วแต่ตัวเลขใดจะมากกว่ากันในปีนั้นด้วย
        ส่วนกรณีที่เอกชนรายอื่นที่ไม่พอใจผลการประมูล สามารถส่งหนังสือมายังทอท.ได้ก่อนวันประชุมบอร์ดทอท.ที่จะมีการประชุมในวันที่
19 มิถุนายนนี้ โดยคณะกรรมการคัดเลือกฯ จะชี้แจงข้อมูลการพิจารณาคะแนน พร้อมทั้งแจกแจงคะแนนแต่ละหมวดที่เอกชนได้ โดยจะให้ข้อมูลเฉพาะส่วนของบริษัทนั้นๆเท่านั้น ดังนั้นจะไม่มีฝ่ายใดทราบข้อมูลคะแนน แบบแจกแจงแต่ละหมวดของเอกชนรายอื่นแน่นอน

   หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,475 วันที่ 2 - 5 มิถุนายน พ.ศ. 2562

แท็กที่เกี่ยวข้อง