
ทางออกนอกตำรา : หวยร้อนๆผ่านไลน์มาแล้วจ้า เสิร์ฟ-มอมเมารวดเดียว 44 ล้านคน
“ยามใด ที่ผู้คน ในสังคม ตามืดบอด
ทุนนิยมเสรี ย่อมเล็ดลอด แลถาโถม
จะมีมั้ย มีใคร ผู้ใด คอยประโคม
เป็นปู่โสม คอยฉุดรั้งเงินตรา หน้าไม่อาย”
ท่ามกลางเทคโนโลยีที่รุกคืบไล่ล่าของเดิมๆ ให้ตกชายขอบไป จากการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้คนในสังคมที่รวดเร็ว จนใครยากจะทัดทาน
ปรากฏการณ์หนึ่งที่ทุกองค์กรต้องทำ นั่นคือ การปรับตัวให้ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อรักษาผู้คน ธุรกิจ ผลผลิต ให้อยู่ยั้งยืนยาว
ใครตอบโจทย์ถูก องค์กร ผู้คนในชายคาก็หน้าตาสดชื่น แจ่มใส
ใครปรับตัวไม่ได้ ไล่ไม่ทัน ดับเอาดื้อๆ
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวสู่การเปลี่ยนผ่านในพฤติกรรมของผู้คนต้องเหมาะเจาะ และพอดี...
สำหรับธุรกิจ พอดี พอเหมาะ อาจไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่สร้างความพึงพอใจในการเจริญเติบโตและการทำกำไร
แต่สำหรับองค์กรของรัฐที่มีหลักคือเข้าไปให้บริการ สร้างหรือลงทุนแทนเอกชนแล้วไซร้ ความพอดี พอเหมาะ คือ หัวใจในการทำงานขององค์กรของรัฐ
นั่นคือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล บรรลุข้อตกลงกับบริษัท ไลน์ ประเทศไทยฯ ในการถ่ายทอดสดลอตเตอรี่ผ่าน Line Today เริ่มงวดแรก 1 ธันวาคม 2561 ส่งตรงไปถึงสมาชิกคนไทยที่ใช้มือถือสมาร์ทโฟน 44 ล้านคนทันที ไม่ว่าคุณจะชอบไม่ชอบแต่เสิร์ฟไปถึง
ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกสนง.สลากฯ บอกว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะมีลูกค้ากว่า 44 ล้านคนทั่วประเทศ ช่วยกระจายข่าวสารของสำนักงานสลากฯ ให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสของขั้นตอนออกรางวัล โดยรูปแบบการลงนามจะทำเป็นสัญญาปีต่อปี และไม่มีการใช้เงินเข้ามาเกี่ยวข้องในการทำสัญญา
ทางไลน์จะได้นำสัญญาณออกรางวัลของสำนักงานสลากฯ ไปเผยแพร่ได้อย่างถูกต้องทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน หลังจากนี้หากมีแอพพลิเคชันไหนสนใจ สลากฯ ยังเปิดกว้างตลอด เพราะไม่ได้ผูกมัดกับไลน์เพียงเจ้าเดียว
นอกจากนี้ไลน์จะออกสติกเกอร์ ให้สำนักงานสลากฯ ฟรี 1 ชุด เพื่อรณรงค์งดเล่นการพนัน เป็นตัวการ์ตูนชื่อ G-LO SANG หรือ จีโล่ซัง เป็นมาสคอตในการรณรงค์ พร้อมข้อความว่า “ไม่สนับสนุนเล่นการพนันอย่าซื้อสลากเกิน 80 บาท”
ดูดี มีรางวัล น่าสนใจ ที่วันที่ 1 และวันที่ 16 ที่เป็นวันความหวังแห่งชาติของคนไทยจะมีช่องทางในการกระจายข่าวอย่างรวดเร็ว ใช่มั้ยครับ
อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ ไลน์ บอกว่า ทุกวันนี้ การออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน จะมีคนไทยใช้ ไลน์ ทูเดย์ และส่งสติกเกอร์สูงกว่าวันทั่วไปถึง 20% แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจการออกรางวัลอย่างแพร่หลาย การร่วมมือกับสำนักงานสลากฯ จะอำนวยความสะดวกผู้ใช้บริการให้สามารถเข้าชมถ่ายทอดสดการออกรางวัลได้ทันที ไม่ตํ่ากว่า 44 ล้านคน ที่จะได้รับข่าวสารเกี่ยวกับสลากอย่างต่อเนื่องด้วย
แปลง่ายๆ ว่า เมื่อมีไลน์มาถ่ายทอดสดการออกหวย ความคึกคักในการขายสลากจะมีมากขึ้น ตรงจุดคนมากขึ้น เห็นชัดมากขึ้น
และตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2561 สำนักงานสลากฯ พิมพ์เพิ่มเป็น 90 ล้านฉบับต่องวดหรือ 180 ล้านใบต่องวด
ในยอดเดิมนั้นเพียงแค่ 10 เดือน ยอดเงินนำส่งของสำนักงานสลากฯทะลุ 33,303 ล้านบาท สูงกว่ายอดเงินนำส่งของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่นำส่ง 2.6 หมื่นล้านบาท สูงกว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่นำส่งเงินเข้ารัฐ 2.1 หมื่นล้านบาท สูงกว่าธนาคารออมสิน ที่นำส่งเงินเข้ารัฐ 1.3 หมื่นล้านบาท และสูงกว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่นำส่งเงินเข้ารัฐ 1.1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ หากดูสถิติย้อนหลังตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สำนักงานสลากกินแบ่งนำส่งเงินเป็นรายได้รัฐบาลรวมมากกว่า 1.7 แสนล้านบาท
คนไทยราว 20 ล้านคน ซื้อลอตเตอรี่และหวยมากกว่าลงทุนซื้อกองทุนรวมถึง 3 เท่าตัว โดยปัจจุบันมูลค่าสินทรัพย์ LTF อยู่ที่ 337,392 ล้านบาท มูลค่าสินทรัพย์ RMF อยู่ที่ 211,604 ล้านบาท ค่าเฉลี่ยการลงทุน กองทุนแฝดคู่นี้ในแต่ละปี 90,000-120,000 ล้านบาท
คนไทยราว 20 ล้านคน ซื้อลอตเตอรี่และหวยคิดเป็นมูลค่าในแต่ละปีเทียบเท่ากับ “เงินลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 2.24 แสนล้านบาท” ที่เพิ่งเปิดประมูลกันไป
กลุ่มคนเงินเดือนเกิน 100,000 บาทต่อเดือน กว่า 50% ชอบซื้อลอตเตอรี่ และหวยใต้ดิน เฉลี่ยปีละ 10,000 บาท หรือประมาณ 14 ครั้งต่อปี มากกว่ากลุ่มคนทั่วไป ที่ซื้อหวยและลอตเตอร์รี่ปีละ 4,500 บาท หรือประมาณ 12 ครั้งต่อปี
ในขณะที่กลุ่มคนทั่วไปซื้อลอตเตอรี่และหวยเป็นเงินเพิ่มขึ้นเพียง 42% นับจากครั้งแรกที่เริ่มซื้อ พฤติกรรมการซื้อหวยที่คึกคักในปัจจุบันยังไม่พอ แต่ล่อไปถึงลูกเด็กเล็กแดงเชียวแหละพี่น้องเอ๊ย
วันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน ที่เคยเป็นวันความหวังแห่งชาติ เพราะลอตเตอรี่ออก แถมยังลุ้นหวยใต้ดินกันอีก จะคึกคักจากเทคโนโลยีแค่ไหนไม่มีใครรู้ แต่ความคุ้นชินจากหวยจะรุกคืบไปถึงครัวเรือนไทยแน่นอน
| คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา
| โดย : บากบั่น บุญเลิศ
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3423 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 2-5 ธ.ค.2561






