
ฐานโซไซตี “ทักษิณ” ไม่ให้ราคา “เสี่ยหนู”
ส่วน “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ที่มีข่าวมาตลอดว่าอาจจะได้เป็นหัวหน้าพรรคนั้น ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค จัดทัพและลุยหาเสียงเลือกตั้ง และที่สำคัญคือได้ถูกจัดวางไว้ที่ “ลำดับที่ 1บัญชีนายกฯ” ที่กฎหมายกำหนดให้แต่ละพรรคเสนอชื่อนายกฯ ได้ 3 คน ซึ่งก็ได้รับการยินยอมและเป็นที่พอใจจากคุณหญิงสุดารัตน์ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ และมีผลต่อคะแนนเสียงของพรรคในสนามเลือกตั้ง และแน่นอนว่า หากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ได้ฟอร์มรัฐบาล มีการโหวตเลือกนายกฯ ในสภาฯ “คุณหญิงสุดารัตน์” ก็มีสิทธิ์ลุ้นได้เป็น “นายกฯหญิง” คนที่ 2 ต่อจาก “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลต้องได้รับไฟเขียวจาก ทักษิณ ชินวัตร มาก่อน
[caption id="attachment_338751" align="aligncenter" width="503"]
ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องของพรรคเพื่อไทย ที่มี “ทักษิณ” เป็นเจ้าของพรรคตัวจริง มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า ในครั้งที่ “ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร” หรือ “โจ้” อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ไปหา “ทักษิณ” ที่ดูไบ “ทักษิณ” ได้พูดถึงเรื่องที่ “ยุทธพงศ์” เปิดประเด็นไล่บี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หรือ “เสี่ยหนู” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ลาออกจากการสมัครเรียน หลักสูตร วปอ. ที่เห็นว่าเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองและเป็นนักการเมือง ไม่เหมาะสมที่จะเรียนหลักสูตร วปอ.ในช่วงที่ใกล้วันเลือกตั้ง
[caption id="attachment_338771" align="aligncenter" width="400"]
โดย “ทักษิณ” ถามทำนองว่า “โจ้” ทำไมไปเล่น “เสี่ยหนู”เยอะ “โจ้” ก็ถามกลับว่า ทำไม “เสี่ยหนู” มาฟ้องท่านหรือ “ทักษิณ” บอกว่าใช่ พร้อมกล่าวว่า ถ้ามีข้อเท็จจริงก็ว่าไปตามนั้น “โจ้” ถามต่อว่าจะกระทบต่อเรื่องการตั้งรัฐบาลในอนาคตหรือไม่ “ทักษิณ” บอกว่า ไม่เป็นไร พรรคนี้เป็น...จะดึงมาเมื่อไหร่ก็ได้ พร้อมกำชับยุทธพงศ์ว่า ไปบริหาร 3 จังหวัดที่รับผิดชอบให้ดี ถ้าได้ส.ส.มายกทั้ง 3 จังหวัด ก็เอาไปเลยเก้าอี้ “รัฐมนตรีว่าการ” ทำให้ “ยุทธพงศ์”กลับมาคุยลั่นในแวดวงการเมือง
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประชุมมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ผู้บริหารกระทรวงการคลัง โดยสั่งการให้กระทรวงการคลัง และกรมบัญชีกลาง ออกมาตรการดูแลผู้สูงอายุที่เกิน 60 ปีขึ้นไป ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้เงินงบประมาณจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเดิมจัดสรรงบประมาณไว้ดูแลคนชราที่ 4-5 หมื่นล้านบาท แต่ให้กันงบประมาณเพิ่มเป็นพิเศษในปี 2562 เป็น 1 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ
[caption id="attachment_338754" align="aligncenter" width="335"]
ชัดเจนแล้วกับมาตรการช่วยเหลือ “จักรยานยนต์รับจ้าง” เมื่อ “สมบูรณ์ หน่อแก้ว” รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ออกมาเปิดเผยถึงการช่วยเหลือจักรยานยนต์รับจ้างว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ปตท.จะเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนนํ้ามันทั้ง 3 บาทต่อลิตร ซึ่งจำนวนรถที่เข้าหลักเกณฑ์ต้องมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และขึ้นบัญชีกับกรมการขนส่งทางบกนั้น มีประมาณ 40,000 ราย กำหนดให้ได้รับการช่วยเหลือวันละไม่เกิน 5 ลิตรต่อรายต่อวัน หรือประมาณ 150 ลิตรต่อเดือน หรือ 450 บาทต่อเดือน รวมประมาณ 18 ล้านบาทต่อเดือน
คาดว่าจะเริ่มได้ก่อนสิ้นปีนี้ แต่จะต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่าเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ซื้อนํ้ามันปั๊ม ปตท. 1,800 แห่งทั่วประเทศ จะใช้เครื่องรูดบัตรอีดีซี ได้เฉพาะเครื่องของธนาคารกรุงไทย หรือสามารถรูดบัตรผ่านเครื่องอีดีซีของ ปตท.ที่ใช้เครือข่ายธนาคารกสิกรไทยได้หรือไม่ โดยจะเร่งสรุปโดยเร็ว ปัจจุบันมีจักรยานยนต์รับจ้างที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศ 200,000 ราย แต่จดทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 40,000 ราย โดยกลุ่มที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการฯ ก็สามารถสมัครใหม่ได้ในเดือนเมษายน ซึ่งกรมบัญชีกลางจะเปิดให้ลงทะเบียนครั้งใหม่
ปิดท้ายที่ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เตรียม เปิดตัว Line Official Account “ธนชาตประกันภัย” เชื่อมทุกบริการผ่านทางไลน์ โดยมี พีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการ ร่วมแถลงข่าวในวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เวลา 13.30 น. ณ ห้องเบญจสิริ บอลรูม เอ ชั้น 3 โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท 57
| คอลัมน์ : ฐานโซไซตี
| โดย : ว.เชิงดอย
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3413 หน้า 14 ระหว่างวันที่ 28-31 ต.ค.2561






