
ทางออกนอกตำรา : “เจ้าสัวเจริญ” มาโปรด บ่วงกรรมเงินกู้พิศดารกรุงไทย
![]()
![]()
“โลกคือละคร ทุกคนต้องแสดง ทุกคนทนไป อย่าอาลัย ยิ้มกันสู้ไป จะได้สบาย”
เดือนกันยายน-ตุลาคม 2561 มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างฮือฮาและมาบรรจบกันอย่างไม่มีใครคาดคิด
4 กันยายน 2561 อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 ได้ยื่นฟ้อง "นายวิชัย กฤษดาธานนท์" อายุ 79 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร, นายรัชฎา อายุ 52 ปี บุตรชาย พร้อมผู้บริหารรวม 6 ราย ที่ได้สมคบกันฟอกเงินที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อโดยมิชอบ โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อท.214/2561 ซึ่งจำเลยทั้งหมดไม่ได้รับการประกันตัว ส่วนคดีอยู่ระหว่างรอการสืบพยาน
10 ตุลาคม 2561 สำนักงานอัยการสูงสุด เห็นพ้องตามอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 สั่งฟ้อง พานทองแท้ ชินวัตร ในคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตการปล่อยกู้สินเชื่อพิศดารของธนาคารกรุงไทย ที่อนุมัติให้กับ กลุ่มบริษัท กฤษดามหานคร 10,400 ล้านบาท ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
คอการเมือง นักการเมือง เรื่อยไปกระทั่งคนในซอยจันทร์ส่องหล้า ย่านบางพลัด ป้องปากซุบซิบกันว่า น่าสงสารจับใจ ในชะตากรรมของโอ๊ค-พานทองแท้
16 ตุลาคม 2561 นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงกระบวนการทำงานที่อัศจรรย์พันลึกว่า อัยการได้สั่งคดีเพื่อสั่งฟ้องนายมานพ ทิวารี ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ เรียกว่า สั่งฟ้องคดีนายมานพ กันล่วงหน้า จนงุนงงสงสัยกันว่าเกิดอะไรขึ้นมากับ “สำนักงานอัยการที่เป็นต้นธารแห่งความยุติธรรม”
และที่เคยนัดนายมานพ มาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2561 โน่น....ต้องฉีกใบนัดทิ้งใช่มั้ย...ท่านอัยการ
ความทุกข์ ความเศร้า ความเคียดแค้น ระทมใจ เบ่งบานออกไปในใจคน หลายระดับ...
แต่แล้วฟ้าที่มัวหม่น พลันกระจ่างใส เมื่อการประมูลที่ดิน 4,300 ไร่ บริเวณกิโลเมตรที่ 32.5 ถนนบางนา-ตราด ของบริษัท เอคิว เอสเตท (AQ) หรือบริษัท กฤษดามหานคร เดิม ใช้ในการค้ำประกันเงินกู้จากธนาคารกรุงไทย ราคาประเมิน 8,900 ล้านบาท ที่ติดกึกเดินหน้าไม่ได้มาหลายระลอก กลับพลิกผันในวันที่ 17 ตุลาคม 2561
ผู้ชนะประมูลที่แปลงดังกล่าวไปคือ บริษัท ทีอาร์เอ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน ระหว่างบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” เจ้าของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วน 50% กับบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัทนิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด ถือหุ้นเท่ากันในสัดส่วน 25% โดยได้วางเงินมัดจำไว้แล้ว 448.5 ล้านบาท
ตามสัญญาแล้ว ผู้ชนะการประมูลจะนำเงินที่เหลืออีก 8,465 ล้านบาท มาชำระภายใน 15 วัน แต่ผู้ซื้อสินทรัพย์ได้ขอขยายเวลาชำระเงินออกไป 105 วัน ครบกำหนดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ทำให้ธนาคารกรุงไทย ในฐานะผู้เสียหายตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะบันทึกเป็นรายได้ในไตรมาสที่ 1/2562
ทำไมเป็นเช่นนั้น...
นอกจากนี้ ยังขอให้ร่วมกันคืนหรือใช้เงินคืน 10,054.46 ล้านบาท แก่ธนาคารกรุงไทย ผู้เสียหาย
จำเลยที่ 5, 8-11, 13-17 ซึ่งเป็นพนักงานของธนาคารกรุงไทยและกรรมการสินเชื่อให้จำคุกคนละ 12 ปี ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ มาตรา 4 เช่นกัน
ส่วน นายสุบิน แสงสุวรรณเมฆา จำเลยที่ 23, นายบัญชา ยินดี จำเลยที่ 24, นายวิชัย กฤษดาธานนท์ เจ้าของกฤษดามหานคร จำเลยที่ 25, นายรัชฎา กฤษดาธานนท์ จำเลยที่ 26 และนายไมตรี เหลืองนิมิตมาศ จำเลยที่ 27 ซึ่งเป็นกลุ่มกรรมการผู้มีอำนาจเครือกฤษดามหานคร ให้จำคุกคนละ 12 ปี
โดยให้นายวิโรจน์ อดีต กก.ผจก.ธนาคารกรุงไทย จำเลยที่ 3, บจก.แกรนด์ฯ จำเลยที่ 22 และนายไมตรี จำเลยที่ 27 ร่วมรับผิดการชดใช้เงิน 9,554,467,480 บาท
ให้จำเลยที่ 12-17, 21, 23 และ 24 ร่วมรับผิด 8,818,732,100 บาท ขณะที่จำเลยที่ 18 ร่วมรับผิด 450 ล้านบาท และจำเลยที่ 2, 4, 5 และ 8-11 และ 19 ร่วมรับผิดจำนวน 8,368,732,100 บาท
ดังนั้นเมื่อมีการประมูลที่ดินที่นำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันออกไปได้ และมีการนำเงินมาชำระเงินธนาคารกรุงไทยได้ 10,004 ล้านบาท ความเสียหายของธนาคารที่เกิดจากการปล่อยกู้ก็ย่อมไม่บังเกิดขึ้นอีกต่อไป...
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในการขอพระราชทานอภัยโทษ ของผู้ต้องคดีนี้จึงสว่างไสวในใจทันที
ไม่แน่ว่า อาจมีรัศมีทำการไปถึง พานทองแท้ และคณะที่ถูกฟ้องร้องฐานฟอกเงินด้วย เพราะเมื่อธนาคารกรุงไทยไม่มีความเสียหายทุกอย่างก็จบ...
| คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา
| โดย : บากบั่น บุญเลิศ
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3411 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 21-24 ต.ค.2561






