16 ตุลาคม 2019

"มูลนิธิเอสซีจี" กระตุ้นการเรียนรู้เด็กปฐมวัย

26 Sep 2018
อ่าน 283 ครั้ง
"มูลนิธิเอสซีจี" ชวนสัมผัสพลังมหัศจรรย์หนังสือภาพ เสริมสร้างพัฒนาการ กระตุ้นการเรียนรู้เด็กปฐมวัย ในโครงการ "นำหนังสือดีสู่เด็กไทย ปีที่ 11"

การพัฒนาเด็ก คือ การลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ มูลนิธิเอสซีจีจึงได้รณรงค์ส่งเสริมให้คุณพ่อคุณแม่หันมาใช้หนังสือเป็นเครื่องมือในการเลี้ยงลูก ด้วยเชื่อว่า "หนังสือ" โดยเฉพาะหนังสือภาพ เหมาะกับการเสริมสร้างพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สติปัญญา และการเข้าสังคม ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างความพร้อม และการเติบโตให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต


2. หนังสือดีสู่เด็กไทย

มูลนิธิฯ ร่วมกับกองบรรณาธิการผู้ทรงคุณวุฒิและนักประพันธ์หนังสือภาพชื่อดังระดับประเทศ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและเชื่อมั่นในการใช้หนังสือภาพ เช่น ครูชีวัน วิสาสะ นักประพันธ์และบรรณาธิการหนังสือภาพสำหรับเด็ก , พรอนงค์ นิยมค้า เลขาธิการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก นักเขียน และนักแปล , อัจฉรา ประดิษฐ์ ประธานหลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็ก ศูนย์การศึกษาระดับปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และวิภาวี ฉกาจทรงศักดิ์ นักประพันธ์และบรรณาธิการหนังสือภาพสำหรับเด็ก มาร่วมคัดสรรหนังสือภาพชั้นนำระดับโลก (World Class Picture Books) สำหรับนำมาแปล และจัดจำหน่ายในราคาย่อมเยา เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถเข้าถึงและใช้หนังสือภาพพัฒนาศักยภาพของลูก

นางสาวสุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี เล่าถึงที่มาของโครงการว่า เพราะต้นทางความรู้ที่ดีที่สุด คือ การอ่าน มูลนิธิเอสซีจีจึงได้เริ่มจัดทำหนังสือภาพสำหรับเด็กผ่านโครงการนำหนังสือดีสู่เด็กไทย มาตั้งแต่ปี 2551 โดยมุ่งหวังให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ซึ่งหมายถึงเด็กที่มีอายุแรกเกิด–6 ขวบ ได้นำหนังสือภาพไปใช้พัฒนาเด็กอย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง การเล่านิทาน อ่านหนังสือ โดยใช้หนังสือภาพนี้ นอกจากจะเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีรอบด้านแล้ว ยังเป็นการเชื่อมสายใยรัก และสร้างความอบอุ่นของครอบครัวให้แนบแน่นอีกด้วย


11. การอ่านสร้างความอบอุ่นในครอบครัว

แม้ทุกวันนี้ โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล รวมทั้งสถานการณ์สื่อสิ่งพิมพ์กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลง แต่มูลนิธิฯ ยังคงเชื่อมั่นในพลังมหัศจรรย์ของหนังสือภาพ จึงยังคงดำเนินโครงการฯ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 โดยในปีนี้ได้คัดเลือกหนังสือภาพชั้นดีจากต่างประเทศมาแปลเป็นภาษาไทย 3 เรื่อง ประกอบด้วยเรื่อง "บ้านบนต้นไม้" , "พระจันทร์ฝันดี" , "วันนี้วันดี" และหนังสือภาพฝีมือคนไทย เรื่อง "บา บา" พร้อมทั้งแปลหนังสือภาพคุณภาพระดับโลกเรื่อง 'กอด' และจัดทำเป็นพิเศษสำหรับเด็ก ๆ ผู้บกพร่องทางการมองเห็น เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง ใช้เป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการพัฒนาลูก


9. บรรยากาศงานเทศกาลนิทานในสวน

กระบวนการเล่านิทานและการอ่านหนังสือให้ลูกฟังได้รับการยอมรับและยืนยันจาก นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ คอลัมนิสต์และจิตแพทย์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ว่า สามารถช่วยกระตุ้นและพัฒนาสมองของเด็กได้จริง โดยได้เคยให้สัมภาษณ์และกล่าวถึงพลังของการใช้หนังสือภาพเพื่อช่วยในการเรียนรู้ของเด็กวัย 0-3 ขวบ ไว้ว่า "เด็กทารกเกิดมาพร้อมกับเซลล์สมองเป็นแสนล้านเซลล์ ซึ่งแต่ละเซลล์มีแขนงมากมายเพื่อติดต่อกับเซลล์สมองอื่น ๆ เรียกว่า ซินแนปส์ (Synaps) โดยจะขยายตัวไปเรื่อย ๆ เมื่อเกิดการเรียนรู้ ในทางกลับกัน เซลล์ที่ไม่ได้ถูกกระตุ้นจะค่อย ๆ หดหายไป เรียกว่า เซลล์สมองฝ่อ (Neuron Pruning) จากข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของซินแนปส์นั้น แสดงได้ว่า หากเด็กวัยทารกจนถึงก่อนเข้าเรียนได้รับการกระตุ้นผ่านการดู "หนังสือภาพ" ที่เหมาะสมอยู่บ่อย ๆ ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ทั้งด้านภาษา อารมณ์ และสังคมให้เติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพต่อไป"


????????????????????????????????????

ด้าน โย-สุทินันท์ ปูคะภาค คุณพ่อรุ่นใหม่ ที่ได้สัมผัสพลังจากหนังสือภาพ เล่าถึงประสบการณ์และพัฒนาการที่ดีของลูก ว่า "ผมและภรรยามีลูกชื่อน้องวายุ วัย 3 ขวบ 7 เดือน เริ่มสนใจกระบวนการเล่านิทานและอ่านหนังสือหลังจากได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณหมอประเสริฐ ที่พูดถึงการใช้หนังสือภาพเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีของลูก จึงลองหาซื้อหนังสือภาพมาเล่าให้น้องวายุฟังก่อนนอนทุกคืน วันละ 2-3 เรื่อง ทำเป็นกิจวัตรต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี ผมสามารถพูดได้เต็มปาก ว่า แต่เดิมน้องวายุเป็นคนนอนยาก แต่หลังจากลองเปลี่ยนมาใช้วิธีการเล่านิทานและอ่านหนังสือแล้ว น้องนอนได้ง่ายขึ้น เนื่องจากระหว่างการฟังนิทานจะมีการสร้างคลื่นสมองช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้น้องมีความจำดีขึ้น และที่สำคัญยังช่วยให้น้องเป็นเด็กร่าเริง เข้าสังคมได้ดี ทุกวันนี้เมื่อไปร้านหนังสือ น้องสามารถเลือกหนังสือที่ตัวเองชอบได้ ผมเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดผลลัพธ์ที่มหัศจรรย์ จึงอยากเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกให้ลองหันมาใช้กระบวนการเล่านิทาน อ่านหนังสือกับลูกอย่างน้อยวันละ 10-15 นาที ก็จะสามารถช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ เสริมสร้างสติปัญญาที่ดีให้ลูก และสร้างช่วงเวลาที่มีคุณภาพของครอบครัวได้อย่างน่าอัศจรรย์"

ผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อหนังสือภาพได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ซึ่งรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำเข้า "กองทุนนำหนังสือดีสู่เด็กไทย" เพื่อจัดพิมพ์หนังสือภาพ และมอบให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาลในชนบทที่ขาดแคลนต่อไป เช่น โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในจังหวัดต่าง ๆ โรงพยาบาลภูมิพล โรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา โรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น และโรงพยาบาลบางไผ่ กรุงเทพฯ เป็นต้น สำหรับหนังสือภาพเรื่อง "กอด" มูลนิธิฯ ได้จัดพิมพ์ทั้งหมดจำนวน 500 เล่ม เพื่อมอบให้โรงเรียนสอนคนตาบอดทั่วประเทศ และไม่มีวางจำหน่าย


15. กองบรรณาธิการหนังสือภาพ

นอกจากมูลนิธิฯ จะมุ่งมั่นสร้างสรรค์หนังสือภาพให้ครอบครัวไทยได้นำไปใช้เพื่อสร้างพัฒนาการของลูกแล้ว มูลนิธิฯ ยังจัดงาน "เทศกาลนิทานในสวน" กิจกรรมสุดหรรษาสำหรับครอบครัว งานนี้พ่อแม่ไม่ควรพลาดที่จะพาลูกหลานมาอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ใหญ่ยามเย็น และเพลิดเพลินกับการชมตัวละครในโลกนิทานที่ออกมาโลดแล่นแต่งแต้มความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นจินตนาการของน้อง ๆ หนู ๆ พร้อมฟังคำแนะนำ เทคนิคการเล่านิทานจากผู้เชี่ยวชาญ และพูดคุยไขข้อข้องใจเรื่องการเลี้ยงลูกกับนักจิตวิทยาเด็ก ตลอดจนร่วมกิจกรรมแสนสนุกมากมายในบรรยากาศยามเย็น โดยเริ่มวันเสาร์ที่ 15 และ 22 ธ.ค. 2561 ณ สวนลุมพินี  และวันเสาร์ที่ 5 และ 12 ม.ค. 2562 ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.scgfoundation.org หรือ Facebook มหัศจรรย์หนังสือภาพ

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij