
ธุรกิจทีวีดิจิตอลไทย ยังไหวอยู่ไหม ?
2.มาจากปัจจัยเรื่องของ โครงสร้างธุรกิจ ด้วยจํานวนช่อง ทีวีในปัจจุบันมีถึง 22 ช่อง และมี ต้นทุนของการให้บริการอยู่ใน ระดับสูงจากการประมูลใบอนุญาต ตอนเริ่มต้นจากปัญหาที่เกิดขึ้น โจทย์เรื่องของต้นทุนการประมูลใบอนุญาตของผู้ประกอบการที่ค่อนข้างสูงยังเป็นวาระสําคัญของผู้ประกอบการและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องหารือร่วมกันเพื่อ แก้ไขปัญหาในระยะยาว
1. เนื้อหา (Content) รายการที่มีเนื้อหาที่จะสามารถ ดึงดูดผู้ชมได้ โดยการสร้างเนื้อหา ที่ดีจะต้องระบุให้ชัดว่าใครคือ ผู้ชมเป้าหมายและต้องสื่อความออกไปให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจใน สารที่ส่งออกไปว่า เต็องการให้ผู้ ชมรับรู้อะไร ต้องกระตุ้นความ รู้สึกให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับเนื้อหา นั้นๆ ผมมองว่าข้อนี้เป็นกุญแจหลัก ขอยกตัวอย่างเนื้อหาที่ ประสบความสําเร็จในไทยเช่น "รายการ The Mask Singer" ของ ช่อง Workpoint เป็นเนื้อหาที่ทํา ให้ผู้ชมรู้สึกสนุกกับเสียงร้องเพลง ของผู้แข่งขัน สไตล์การคอมเมนต์ ของกรรมการและลุ้นว่าใครคือ คนใส่หน้ากากรายการข่าวยอดนิยม "ชูวิทย์ ตีแสกหน้า ปี 2" และ "ถามตรงๆ กับจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์" ของช่องไทยรัฐทีวีที่เน้น เนื้อหาการวิเคราะห์เจาะลึกต่อ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย อย่างตรงไปตรงมา และ "ละคร หลังข่าวเรื่องบุพเพสันนิวาส" ของ ช่อง 3 ด้วยเนื้อหาของละครที่ แปลกใหม่และกระแสในสื่อดิจิตอล ที่แพร่กระจาย อย่างไรก็ตามใน ส่วนของเนื้อหาจําเป็นจะต้องมี ความยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยน ไปตามสถานการณ์ โดยเนื้อหาที่ดีต้องสร้างกระแสได้
2. ช่องทางการนําเสนอ (Distribution) ต้องยอมรับว่า หากผู้ประกอบการยังคงพึ่งพิง ช่องทางหลักทางทีวีในการสร้าง รายได้อย่างเดียว อาจจะไม่เพียง พออีกต่อไป เพราะพฤติกรรมผู้ บริโภคเปลี่ยนแปลงไป คนไทยใช้โทรศัพท์มือถือจํานวน 53.61 ล้านหมายเลข มีผู้ใช้งาน อินเตอร์เน็ต 57 ล้านคนและมี แนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ในจํานวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ทั้งหมดมีผู้ที่ใช้ Social Media (อาทิ Facebook, YouTube, Line, Instagram) เป็นประจําผ่าน Smart Device จํานวน 46 ล้าน คน
3. ประสบการณ์ผู้ชม (User Experiences) ข้อนี้ค่อนข้างสําคัญ เพราะผู้ชมจะรับรู้เนื้อหาผ่านช่อง ทางที่ผู้ประกอบการธุรกิจทีวีนำเสนอ ประสบการณ์การรับรู้ของผู้ชม สามารถส่งผ่านบอกต่อไป ยังผู้ชมรายอื่นๆ ได้ เมื่อก่อนเมื่อ ผู้ชมคนหนึ่งดูรายการแล้วรู้สึก ชอบใจ ก็จะนําไปเล่าให้เพื่อนฟัง ทําให้มีผู้ชมอยากดู เป็นการบอก เล่าปากต่อปาก ซึ่งกระบวนการนี้ อาจใช้เวลามากกว่าจะรับรู้ออกไป เป็นวงกว้างรายการหรือละครนั้นๆ ก็อาจใกล้หรือจบไปแล้ว ทําให้ เจ้าของเนื้อหาไม่ได้รับประโยชน์ มากนัก
ทั้ง 3 ปัจจัยนี้จึงเป็นกุญแจ ความสําเร็จของธุรกิจทีวีในด้าน การตลาด ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบ การธุรกิจทีวีไทยหลีกไม่พ้นที่จะ ต้องทําคือ “เนื้อหาต้องดี ช่องทาง ต้องเฉียบ ประสบการณ์ผู้ชมต้อง โตน” ซึ่งจะต้องผสมองค์ประกอบ เหล่านี้อย่างเหมาะสมและแน่นอน ว่าธุรกิจทีวีไทยยังพอมีเวลาปรับ ตัวและรอการพิสูจน์ครับ
....................
เซกชั่นการเงิน|หน้า 23 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,353 ระหว่างวันที่ 1-4 เม.ย. 2561






