
ทบทวนท่าทีอุ้มบริษัทมือถือ
ในการประชุมรอบนั้นและความเห็นจาก กสทช.ที่ออกมาก่อนหน้า มีการพ่วงเอาประเด็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือที่ประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ให้ยืดชำระค่างวดแบ่งออกเป็น 5 งวด โดยงวด 4 บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลสเน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN บริษัทลูกของ เอไอเอส ต้องจ่ายค่าใบอนุญาตเป็นจำนวนเงิน 59,574 ล้านบาท ขณะที่บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิว นิเคชั่น จำกัด หรือ TUC ต้องชำระทั้งสิ้น 60,218 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 119,792 ล้านบาท
อันที่จริงถ้าพิจารณากันแบบผิวเผิน จะเห็นความตั้งใจของ กสทช.ในการแก้ปมปัญหาของตัวเองที่วิเคราะห์ธุรกิจผิดพลาด ซึ่งตัวเทคโนโลยีนี้ส่งผลเป็นภัยคุกคามหรือ Disrupt ในธุรกิจทีวีดิจิตอล ประกอบกับความบกพร่องกรณีไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายหรือแผนแม่บทและคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในการเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอล
มีการตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างในแง่ดอกเบี้ย ที่ผู้ประกอบการมือถือต้องจ่ายในการชำระค่างวดล่าช้าสูงถึง 15% แต่การยืดชำระค่างวดจ่ายดอกเบี้ยแค่ 1.5% มีนักวิชาการคิดออกมาส่วนต่างนี้เป็นวงเงินถึง 3 หมื่นล้านบาท ในรัฐบาลชุดก่อนๆเคยมีข้อกล่าวหาการแปลงสัมปทานมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต ถูกครหาว่ามีการอุ้มสมเอื้อประโยชน์ให้เอกชน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และกสทช.ต้องคิดให้รอบคอบและทบทวนท่าทีในการออก ม.44 เพื่อยืดชำระค่างวด มีความเหมาะสม จำเป็นเร่งด่วนเพียงพอหรือไม่ ต้องไม่ให้เป็นการอุ้มบริษัทมือถือโดยไร้เหตุผลรองรับ
บทบรรณธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3350 ระหว่างวันที่ 22-24 มี.ค.2560






