thansettakij
thansettakij
“เงินเยียวยาน้ำท่วม” เสียงบ่นระงม ขั้นตอนยุ่งยาก-รอนาน

“เงินเยียวยาน้ำท่วม” เสียงบ่นระงม ขั้นตอนยุ่งยาก-รอนาน

09 ต.ค. 69 | 23:00 น.

“เงินเยียวยาน้ำท่วม” เสียงบ่นระงม ขั้นตอนยุ่งยาก-รอนาน : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...ว.เชิงดอย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4,243 หน้า 4

KEY

POINTS

  • ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมร้องเรียนว่า ขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยามีความยุ่งยากซับซ้อน และขาดความชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์และเอกสารที่ต้องใช้
  • กระบวนการอนุมัติและจ่ายเงินมีความล่าช้า ทำให้ผู้เดือดร้อนต้องรอนาน โดยไม่ทราบกำหนดเวลาที่แน่นอนว่า จะได้รับความช่วยเหลือเมื่อใด
  • น้ำท่วมลดลงแล้ว ความสับสนในระบบเยียวยา ก็ขอให้ลดลงพร้อมๆ กัน เพราะประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ไม่ควรต้องประสบ “ภัยจากระบบราชการ” ซ้ำอีก

*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,243 ระหว่างวันที่ 11-14 ต.ค. 2569 โดย “ว.เชิงดอย” เกาะติดทุกความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจ การเมือง และ สังคม เช่นเดิม

*** ท่ามกลางสถานการณ์ “น้ำท่วม” ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ อีกหนึ่งเรื่องที่กำลังสร้างเสียงบ่นระงมจากพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย นั่นก็คือเรื่อง “เงินเยียวยา” ซึ่งกระบวนการขอรับเงินเต็มไปด้วยคำถาม ความไม่ชัดเจน และ ขั้นตอนที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยมองว่า “ยุ่งยาก” กว่าที่ควรจะเป็น

จากความหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วหลังบ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย กลับกลายเป็นว่า ประชาชนต้องเผชิญกับ “สารพัดข้อสงสัย” ตั้งแต่ใครมีสิทธิได้รับเงิน หลักเกณฑ์คิดอย่างไร ต้องยื่นเอกสารอะไร ใครเป็นผู้รับรองความเสียหาย ไปจนถึงคำถามสำคัญที่สุดว่า “แล้วเงินจะเข้าบัญชีเมื่อไร”

*** ความสับสนส่วนหนึ่งเกิดจากการสื่อสารเรื่องหลักเกณฑ์ และขั้นตอนที่ประชาชนยังเข้าใจไม่ตรงกัน ขณะที่ในระดับพื้นที่ก็มีรายละเอียดและกระบวนการตรวจสอบ ที่ต้องดำเนินการหลายขั้นตอน ทำให้ผู้ประสบภัยบางรายไม่แน่ใจว่า ตนเองอยู่ในขั้นตอนไหน ผ่านการตรวจสอบแล้วหรือยัง หรือยังขาดเอกสารและข้อมูลส่วนใด

สำหรับคนที่กำลังเผชิญปัญหาจากน้ำท่วม เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เพียงความยุ่งยากด้านเอกสาร แต่หมายถึงการต้องเสียเวลาเดินทางไปติดต่อหน่วยงาน การสอบถามข้อมูลซ้ำหลายครั้ง และบางกรณีต้องรอคำตอบโดยไม่รู้กรอบเวลาที่แน่นอน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวันจากความเสียหายที่เกิดขึ้น

*** เสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นจึงมีตั้งแต่ “ไม่รู้ต้องไปติดต่อที่ไหน – ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิหรือไม่ - ยื่นแล้วแต่ยังไม่รู้ถึงขั้นตอนไหน” ไปจนถึง “ทำไมคนอื่นได้แล้ว แต่ของเรายังไม่ได้” ยิ่งเมื่อข้อมูลจากหน่วยงานรัฐแต่ละระดับถูกเผยแพร่ในช่วงเวลาที่ต่างกัน หรือมีการปรับรายละเอียดตามสถานการณ์ ก็ยิ่งทำให้ประชาชนต้องติดตามข่าวสารหลายช่องทาง และเปิดช่องให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบสื่อสาร หรือ การเดินทางยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

*** อีกปัญหาที่กลายเป็นประเด็นร้องเรียน คือ ความรู้สึกว่า กระบวนการเยียวยา “เดินช้า” กว่าสถานการณ์ความเดือดร้อน สำหรับผู้ประสบภัย เงินช่วยเหลืออาจไม่ได้แก้ความเสียหายทั้งหมด แต่เป็นเงินก้อนสำคัญ ที่ช่วยประคองครอบครัวในช่วงเวลาที่รายได้สะดุด บ้านเรือนต้องซ่อมแซม หรือ ทรัพย์สินจำเป็นได้รับความเสียหาย

ดังนั้น เมื่อกระบวนการล่าช้า หรือ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า ต้องรออีกนานแค่ไหน ความไม่พอใจจึงเพิ่มขึ้นตามลำดับ จากเดิมที่เป็นเพียงความกังวล กลายเป็นคำถามต่อ “ประสิทธิภาพของระบบเยียวยา” ว่า เหตุใดคนที่กำลังเดือดร้อน จึงต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามความช่วยเหลือด้วยตัวเอง

*** อีกด้านหนึ่ง ในระดับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ก็ต้องรับแรงกดดันไม่แพ้กัน เพราะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและความเสียหายให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ท่ามกลางจำนวนผู้ขอรับความช่วยเหลือจำนวนมาก จึงเกิดภาพเจ้าหน้าที่ต้องตอบคำถามประชาชนซ้ำๆ ขณะที่ประชาชนเองก็ต้องรอขั้นตอนการตรวจสอบและการอนุมัติ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่เพียงที่คำถามว่า “จะได้เงินหรือไม่” แต่ขยายไปถึงคำถามว่า “ระบบเยียวยาทำงานอย่างไร และประชาชนจะตรวจสอบสถานะของตัวเองได้จากที่ไหน”

*** ในภาวะทุกข์จากภัยพิบัติ ความเร็วของการช่วยเหลือมีความสำคัญไม่แพ้จำนวนเงิน เพราะสำหรับผู้ประสบภัย เงินเยียวยา คือ ความหวังที่จะนำไปซื้อสิ่งของจำเป็น ซ่อมบ้าน ฟื้นฟูอาชีพ และ เริ่มต้นชีวิตกลับมาให้ใกล้เคียงปกติเร็วที่สุด ในยุคที่เทคโนโลยีไปไกลถึงไหนแล้ว การที่ประชาชนยังต้องถามว่า “เรื่องของฉันอยู่ขั้นตอนไหน?” เป็นคำถามที่ภาครัฐควรตอบให้ได้อย่างง่ายที่สุด 

                        “เงินเยียวยาน้ำท่วม” เสียงบ่นระงม ขั้นตอนยุ่งยาก-รอนาน

*** ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนต้องการอาจไม่ใช่คำพูดสวยๆ ว่า “รัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชน” แต่คือ การทำให้เห็นว่า เมื่อประชาชนเดือดร้อน รัฐสามารถช่วยเขาได้จริง เร็วจริง และ ไม่ทำให้เขาต้องเหนื่อยกับการวิ่งตามความช่วยเหลือมากกว่าที่เป็นอยู่

น้ำท่วมแล้วขอให้ลดลงโดยเร็ว ส่วน “ความสับสน” ในระบบเยียวยา ก็ขอให้ลดลงพร้อมๆ กัน เพราะประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ไม่ควรต้องประสบ “ภัยจากระบบราชการ” ซ้ำอีก ...ลุ้นถูก “หวย” ว่ายากแล้ว อย่าให้ต้องลุ้น “เงินเยียวยา” ยากกว่าหวยอีกเลย...