thansettakij
thansettakij
สายเดียวหมดตัว! รู้ทันกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ที่เล็งเป้าผู้สูงอายุ

สายเดียวหมดตัว! รู้ทันกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ที่เล็งเป้าผู้สูงอายุ

18 เม.ย. 69 | 23:10 น.

สายเดียวหมดตัว! รู้ทันกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ที่เล็งเป้าผู้สูงอายุ : Healthcare Insight โดย ธานี มณีนุตร์

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมอยากมาชวนคุยเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากจนน่าตกใจ แถมยังเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำเอาหลายครอบครัวต้องเสียน้ำตามาแล้ว นั่นคือเรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์นั่นเองครับ ต้องยอมรับว่าตอนนี้เทคโนโลยีหมุนไปเร็วมากเหลือเกิน เราทุกคนต่างมีสมาร์ทโฟนที่ทำได้ทุกอย่าง

แม้กระทั่งเด็กและผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะสั่งอาหาร ทำงานออนไลน์ ติดต่อสื่อสาร ไปจนถึงโอนเงินหลักล้านเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งความสะดวกสบายนี่แหละครับ ที่เป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพเข้ามาฉวยโอกาสเอาเงินจากหยาดเหงื่อแรงกายที่เราสะสมมาทั้งชีวิตไปในชั่วพริบตา เพียงแค่การตัดสินใจผิดพลาดในสายเดียวเท่านั้นเอง

ไม่ง่ายเลยครับ กว่าที่คน ๆ หนึ่งจะสร้างตัวเก็บหอมรอมริบ ผ่านความเหนื่อยยากมาหลายสิบปี เพื่อหวังจะมีบั้นปลายชีวิตที่สงบสุขและมั่นคง แต่กลับต้องมาถูกมิจฉาชีพที่อาศัยเพียงคำพูดหลอกล่อเพื่อปล้นชิงไปในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขในบัญชีที่หายไปนะครับ แต่มันคือความเจ็บปวดทางใจ การสูญเสียที่ทำให้หลายคนล้มทั้งยืนเลยก็ว่าได้

แน่นอนว่าถ้ายิ่งเป็นวัยเกษียณก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายอย่างรุนแรงจนประเมินค่าไม่ได้ครับ ในฐานะคนที่เห็นข่าวแบบนี้อยู่บ่อย ๆ บอกเลยว่าทั้งสงสาร และเห็นใจผู้เสียหายมากเลยครับ เพราะเงินเหล่านั้นไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือเงินเกษียณ คือความมั่นคง และคือความภูมิใจ ที่คน ๆ หนึ่งทำงานแทบตาย เลือดตาแทบกระเด็น

ในฐานะลูกหลานหรือแม้แต่ตัวเราเองที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ การรู้ทันจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดครับ เพราะโลกวันนี้หมุนเร็วมากมิจฉาชีพไม่ได้มาในรูปแบบโจรใส่ไอ้โม่งถืออาวุธเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป แต่ปลอมตัวมาในคราบของเจ้าหน้าที่รัฐ พนักงานธนาคาร ตำรวจ พนักงานขนส่งพัสดุ หรือแม้แต่เพื่อนที่แสนดีที่รู้จักผ่านอินเตอร์เน็ต

โดยพุ่งเป้ามาที่ผู้สูงอายุโดยเฉพาะเป็นกลุ่มแรก เนื่องจากความเชื่อใจ ความเกรงใจ และความไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยี บทความนี้จะพาไปรู้ทันกลโกง พร้อมแนวทางป้องกันที่ลูกหลานและครอบครัวควรรู้ เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้คุณพ่อคุณแม่และญาติผู้ใหญ่ที่เรารัก จะได้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมพวกนี้ ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพครับ

สายเดียวหมดตัว! รู้ทันกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ที่เล็งเป้าผู้สูงอายุ

ทำไม “วัยเก๋า” ถึงเป็นเป้าหมายหลักของสแกมเมอร์?

ผู้สูงอายุหรือวัยเก๋า เป็นกลุ่มที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์เล็งเป้ามากที่สุดครับ เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้พวกเขามองว่าคุ้มค่า และโอกาสเสี่ยงจะตามโดนจับต่ำ อย่างแรกโจรพวกนี้จะคิดว่าผู้สูงวัยคือกลุ่มที่มีความมั่งคั่งสะสมมาทั้งชีวิต มักมีเงินฝากบำนาญ เงินออม หรือแม้แต่ที่ดิน บ้าน ทรัพย์สินและเงินออมที่สะสมมานาน ซึ่งเป็นสิ่งที่แก๊งต้องการดูดไปให้ได้มากที่สุด

ที่สำคัญผู้สูงอายุไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยีและโลกออนไลน์ เนื่องจากหลายท่านใช้โทรศัพท์เพียงเพื่อติดต่อลูกหลาน แต่อาจไม่ได้ติดตามข่าวสารกลโกงที่เปลี่ยนรูปแบบไปทุกวัน ทำให้เมื่อได้รับสายจากคนที่พูดจาสุภาพ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ท่านจึงหลงเชื่อได้ง่ายเพราะความไม่คุ้นชินกับระบบออนไลน์นั่นเองครับ

ที่น่าโมโหคือมิจฉาชีพพวกนี้มันใช้จิตวิทยาครับ โดยมันหลอกใช้ความใจดีและความกลัวขี้เกรงใจของผู้สูงอายุนี่แหละมาเป็นจุดอ่อน โดยมิจฉาชีพมักจะใช้หลักจิตวิทยา 2 รูปแบบหลักในการจู่โจมหัวใจของผู้สูงวัย คือ

• สร้างความกลัว มิจฉาชีพจะใช้น้ำเสียงดุดันหรือเร่งรัด อ้างว่าท่านมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน มีพัสดุผิดกฎหมาย หรือค้างชำระหนี้ก้อนโต เพื่อให้เหยื่อลนลานจนขาดสติและยอมทำตามคำสั่งเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง

• การสร้างความหวังและความเชื่อใจ มักจะมาในรูปแบบของผลประโยชน์ เช่น เงินบำนาญพิเศษ สิทธิโชคลาภ หรือแม้แต่การเข้ามาตีสนิทชวนคุยให้คลายเหงาจนเกิดความไว้ใจ ก่อนจะล่อลวงให้โอนเงินหรือขอข้อมูลส่วนตัวไปในที่สุดครับ

นอกจากนี้โจรพวกนี้ยังเล่นกับใจผู้สูงอายุด้วยการหว่านล้อม โดยจับจุดอ่อนจากความเหงาที่ต้องการเพื่อนพูดคุย บางครั้งเพียงน้ำเสียงอ่อนโยนที่ทำให้รู้สึกเหมือนลูกหลาน ก็เพียงพอที่จะทำให้ใจอ่อนลงได้ แก๊งเหล่านี้จึงใช้เทคนิคสร้างความสัมพันธ์ทางโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว จนเหยื่อรู้สึกว่า “คนนี้จริงใจ” และยอมทำตามที่บอก สุดท้ายคือความเสี่ยงในการถูกจับต่ำเพราะเหยื่อมักอายหรือไม่กล้าแจ้งความ ทำให้แก๊งเหล่านี้กล้าทำซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นเองครับ

สายเดียวหมดตัว! รู้ทันกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์ที่เล็งเป้าผู้สูงอายุ

กลลวงยอดฮิตที่ผู้สูงอายุมักเจอ

กลลวงที่พบบ่อยและสร้างความเสียหายได้มากที่สุดคือ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย มิจฉาชีพมักจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมศุลกากร ตำรวจ หรือ ปปง. แจ้งว่าพบพัสดุผิดกฎหมาย หรือบัญชีธนาคารของท่านถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด วิธีนี้จะสร้างความตกใจอย่างรุนแรง จากนั้นจะเสนอทางออกโดยการให้โอนเงินไปตรวจสอบในบัญชีที่อ้างว่าเป็นบัญชีกลาง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าโอนปุ๊บเงินเหล่านั้นจะหายไปทันทีครับ

อีกรูปแบบที่แนบเนียนคือ การหลอกให้รักและหลอกให้ลงทุน โดยสแกมเมอร์จะเข้ามาในรูปแบบของเพื่อนใหม่ทางออนไลน์ พูดคุยให้ความหวัง หรือชักชวนลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ ๆ ที่อ้างว่าให้ผลตอบแทนสูง สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียวและรู้สึกเหงา การมีใครสักคนคุยด้วยทุกวันอาจทำให้เผลอใจเชื่อจนยอมทุ่มเงินเก็บทั้งหมดไปลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงในบั้นปลาย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเพียงตัวเลขขายฝันเท่านั่นเองครับ

นอกจากนี้ยังมี ลิงก์ปลอมและแอปรีโมทควบคุมเครื่อง มิจฉาชีพจะส่งข้อความมาอ้างว่าได้รับสิทธิพิเศษจากรัฐบาล หรือเป็นส่วนลดค่าน้ำค่าไฟ โดยให้กดลิงก์ปลอมผ่าน SMS เพื่อลงทะเบียน เมื่อกดเข้าไปแล้วเครื่องจะถูกติดตั้งโปรแกรมที่มิจฉาชีพสามารถเข้ามาควบคุมหน้าจอโทรศัพท์ได้จากระยะไกล

พวกเขาจะสั่งให้เราทำตามขั้นตอนสแกนหน้า กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรประชาชน รหัส OTP หรือใส่รหัสผ่าน แล้วแอบโอนเงินออกจากแอปธนาคารไปต่อหน้าต่อตาครับ หากผู้สูงอายุไม่ทันระวังข้อมูลเหล่านี้สามารถถูกนำไปถอนเงินจากบัญชีได้ทันทีเลย

วิธีป้องกันและดูแลคนที่เรารัก

การป้องกันที่ดีที่สุดไม่ใช่การยึดโทรศัพท์แต่คือ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในครอบครัว อัปเดตข่าวสารสม่ำเสมอ นำข่าวโกงรูปแบบใหม่ ๆ มาเล่าให้ท่านฟังแบบสบาย ๆ ไม่ให้ท่านรู้สึกว่าโดนสอน สร้างความไว้ใจทำให้ท่านรู้สึกว่า “มีอะไรต้องบอกลูกหลานได้ทุกเรื่อง” แม้จะเผลอโอนเงินไปแล้ว ก็ไม่ควรตำหนิ แต่ต้องช่วยกันแก้ไข ติดตั้งแอปพลิเคชันช่วยกรอง เช่น Whoscall เพื่อช่วยคัดกรองเบอร์แปลกเบื้องต้น

หมั่นคอยย้ำเสมอว่าหน่วยงานรัฐหรือธนาคารจะไม่โทรมาขอรหัส OTP หรือให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบคดี หากมีสายแปลก ๆ ให้กดวางทันที แล้วโทรกลับไปยังเบอร์ทางการของหน่วยงานนั้นเอง ทางที่ดีตั้งค่าจำกัดวงเงินโอน หรือเปิดแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีเงินเข้าหรือออก ลูกหลานควรพูดคุยและอัปเดตข่าวสารให้ผู้สูงอายุฟังเป็นระยะ หากเผลอโอนเงินไปแล้ว ควรรีบแจ้งธนาคารทันที และติดต่อสายด่วน 1441 ของ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดำเนินการอายัดบัญชีโดยเร็วที่สุดครับ

บทสรุป

ภัยจากแก๊ง Call Center และสแกมเมอร์ไม่ได้ไกลตัวครับ มันอาจเกิดขึ้นได้กับคนที่เรารักทุกเมื่อ การให้ความรู้ พูดคุยอย่างสม่ำเสมอ และสร้างความมั่นใจให้ผู้สูงอายุว่าปรึกษาได้ทุกเรื่อง คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เพราะการป้องกันหนึ่งครั้งอาจหมายถึงการรักษาทั้งเงินเก็บและความสบายใจตลอดชีวิต

แน่นอนว่าการดูแลผู้สูงอายุให้ปลอดภัยทั้งทางร่างกายและทรัพย์สินอาจเป็นภาระที่หนักอึ้งสำหรับครอบครัวที่ต้องทำงานนอกบ้านครับ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมปัจจุบัน สถานดูแลผู้สูงอายุ หรือเนอร์สซิ่งโฮม (Nursing Home) ถึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่การดูแลเรื่องอาหารและยาเท่านั้น แต่ยังมีระบบการดูแลความปลอดภัยที่เข้มงวด

จุดเด่นของเนอร์สซิ่งโฮมคุณภาพคือการมีสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ครับ ผู้สูงอายุจะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง มีกิจกรรมสันทนาการที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดและความเหงา ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญที่มิจฉาชีพมักใช้โจมตี นอกจากนี้การอยู่ในสังคมที่มีเพื่อนวัยเดียวกันและมีบุคลากรคอยให้คำแนะนำเรื่องการใช้สื่อออนไลน์อย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงทางโทรศัพท์ได้เกือบทั้งหมด

ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่จะมอบทั้งความสุข ความอบอุ่น และความปลอดภัยสูงสุดให้กับคนที่คุณรัก การเลือกเนอร์สซิ่งโฮมที่ได้มาตรฐาน มีทีมงานมืออาชีพ และเน้นความใส่ใจในรายละเอียด ถือเป็นการลงทุนเพื่อความสบายใจของทุกคนในครอบครัวครับ เพื่อให้ท่านได้ใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างมีความสุข และปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบอย่างแท้จริงครับ