thansettakij
thansettakij
“สอบผ่านกี่รอบ ก็ได้ใบเดียว” ใบอนุญาตนวดไทยมุ่งคุมวิชาชีพ มิใช่เพื่อแสดงคุณวุฒิ

“สอบผ่านกี่รอบ ก็ได้ใบเดียว” ใบอนุญาตนวดไทยมุ่งคุมวิชาชีพ มิใช่เพื่อแสดงคุณวุฒิ

11 ต.ค. 69 | 09:15 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ต.ค. 69 | 09:26 น.

“สอบผ่านกี่รอบ ได้ใบเดียว” ใบอนุญาตนวดไทยมุ่งคุมวิชาชีพ มิใช่เพื่อแสดงคุณวุฒิ : คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย...นายปกครอง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4243

KEY

POINTS

  • ผู้ประกอบวิชาชีพนวดไทยสามารถมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้เพียงใบเดียว แม้จะสอบผ่านอีกกี่ครั้งก็ตาม
  • วัตถุประสงค์ของใบอนุญาต คือ เพื่อควบคุมมาตรฐานและจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ ไม่ใช่เพื่อเป็นเครื่องแสดงคุณวุฒิ
  • ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเป็นบรรทัดฐานว่า การไม่อนุมัติใบอนุญาตฉบับที่ 2 สำหรับผู้ที่มีใบอนุญาตอยู่แล้วเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย

เคยไหม ... นั่งดูมือถือหรือนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์วันละ 8 ชั่วโมง ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนส่งผลให้คอ บ่า ไหล่ แข็งแทบจะกลายเป็นหิน ปวดหลังจนแทบไม่อยากขยับตัว คุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้คนเดียวครับ! เพราะนี่คือ เสียงประท้วงจากร่างกายของคนยุคดิจิทัล แต่อย่าเพิ่งถอดใจคิดว่าจะต้องทนปวดแบบนี้ไปตลอด  

เพราะยังมีตัวช่วย เช่น การออกกำลังกายยืดเส้น การเล่นโยคะ การกายภาพบำบัด รวมไปถึงถ้ายังเป็นไม่มาก “การนวดแผนไทย” ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาที่สืบทอดมานับร้อยปี ก็สามารถช่วยรีเซ็ตร่างกายของคุณให้กลับมาเบาสบายได้อีกครั้ง 

พูดถึง ... การนวด ใช่ว่าใคร ๆ ก็สามารถทำได้นะครับ เพราะจะต้องเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยจากสภาการแพทย์แผนไทย โดยกว่าจะได้รับใบอนุญาตจะต้องสอบผ่านความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทยก่อน 

มีประเด็นชวนคิดว่า ... กรณีผู้ที่เป็นหมอนวดแผนไทย ที่มีใบประกอบวิชาชีพอยู่แล้ว แต่อยากรื้อฟื้นความรู้เลยลองวิชาไปลงสนามสอบอีกรอบ จนสอบผ่านฉลุย หมอนวดรายนี้จะสามารถขอรับ “ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านการนวด” ใบที่ 2 มานอนกอดให้ชื่นใจได้อีกไหม? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสมมุตินะครับ เพราะเคยมีคดีความเกิดขึ้นจริงถึงขั้น “ศาลปกครองสูงสุด” มีคำวินิจฉัยตัดสินเลยทีเดียว เรื่องราวเป็นอย่างไร เชิญติดตามกันครับ

มูลเหตุของคดีนี้เกิดจาก ... นางอิน เป็นสมาชิกของสภาการแพทย์แผนไทย และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ด้านการนวดไทย อย่างถูกต้องตามกฎหมายอยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยต่อมาในปี พ.ศ. 2561 นางอินได้ไปสมัครสอบความรู้ในวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทยเหมือนเดิมอีกครั้ง และด้วยความเก่งด้านการนวดจึงสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ  

เมื่อสอบผ่านแล้ว นางอิน จึงไปยื่นคำขอออนไลน์เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตด้านการนวดไทยเป็นฉบับที่ 2 พร้อมทั้งจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเรียบร้อย นอนรอรับใบอนุญาตที่บ้านที่สบาย ๆ 

แต่เรื่องกลับไม่เป็นอย่างที่ นางอินคิด! เพราะภายหลังคณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทยพิจารณาคำขอดังกล่าวแล้ว มีมติไม่อนุมัติการออกใบประกอบวิชาชีพด้านการนวดไทยเป็นฉบับที่ 2 ให้นางอิน เพราะนางอินเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านการนวดอยู่ก่อนแล้ว  

และต่อมานายกสภาการแพทย์แผนไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า หาก นางอิน ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตฯ ดังกล่าว ให้ขอยกเลิกใบอนุญาตเดิม และขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตใหม่

นางอิน เห็นว่า มติของคณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทยดังกล่าว มีลักษณะเป็นการปฏิเสธการออกใบอนุญาตให้แก่ตนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีกฎหมายส่วนใดจำกัดสิทธิในกรณีตามที่พิพาท จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง ขอให้พิพากษาเพิกถอนมติคณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2)  

คดีนี้ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ผู้ฟ้องคดีไม่เห็นพ้องด้วยจึงอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด 

คดีมีประเด็นปัญหาว่า การที่คณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทยมีมติไม่อนุมัติการขึ้นทะเบียน และออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย เป็นฉบับที่ 2 ให้แก่ผู้ฟ้องคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ว่าผู้ฟ้องคดีจะเป็นผู้สอบผ่านความรู้ในวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ของผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมจากสถาบันหรือสถานพยาบาล ที่สภาการแพทย์แผนไทยรับรอง ด้านการนวดไทย ในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และมีสิทธิขอขึ้นทะเบียนและขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ด้านการนวดไทยตามกฎหมาย 

อย่างไรก็ตาม การออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยนั้น มีขึ้นเพื่อกำหนดและควบคุมมาตรฐานและจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ และควบคุมมิให้มีการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ อันก่อให้เกิดภัยและความเสียหายแก่ประชาชน

โดยห้ามมิให้ผู้ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย กระทำการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 และหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว 

อันจะเห็นได้ว่า การออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการควบคุมการประกอบวิชาชีพ มิได้ประสงค์จะให้ใบอนุญาตดังกล่าวเป็นเครื่องแสดงคุณวุฒิของผู้ได้รับใบอนุญาต

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทยอยู่ก่อนแล้ว และใบอนุญาตยังมิได้สิ้นสุดลงตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด จึงไม่มีความจำเป็นที่ผู้ฟ้องคดีจะขอขึ้นทะเบียนและขอรับใบอนุญาต เป็นฉบับที่ 2  

การที่คณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย มีมติไม่อนุมัติการขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านการนวดไทย เป็นฉบับที่ 2 ให้แก่ผู้ฟ้องคดี จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบด้วยวัตถุประสงค์และเป็นไปตามความมุ่งหมายของกฎหมายแล้ว  

ดังนั้น มติของคณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทยดังกล่าว จึงชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้นที่ยกฟ้อง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 554/2569)

สรุปได้ว่า คดีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำหรับบรรดาพี่น้องวงการนวดแผนไทยทุกท่านว่า ไม่ว่าจะไปลงสนามสอบจนผ่านอีกสักกี่รอบ สภาการแพทย์แผนไทยก็จะออกใบอนุญาตด้านการนวดไทยให้เราได้เพียงแค่ “ใบเดียว” เท่านั้น ไม่สามารถมีใบอนุญาตซ้ำซ้อนในด้านเดียวกันได้   

เนื่องจากใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการประกอบวิชาชีพ มิได้ประสงค์จะให้ใบอนุญาตดังกล่าวเป็นเครื่องแสดงคุณวุฒิของผู้ได้รับใบอนุญาต สำหรับท่านใดที่มีใบอนุญาตนวดแผนไทยอยู่แล้ว อาจพัฒนาทักษะหรือต่อยอดในด้านอื่น ๆ เช่น เวชกรรมไทย หรือ การผดุงครรภ์ไทย เพื่อเป็นการขยายขอบเขตความรู้ ก็นับว่าน่าสนใจครับ ...  

(ปรึกษาการฟ้องคดีปกครองได้ที่ “สายด่วนศาลปกครอง 1355”)
      

คอลัมน์อุทาหรณ์จากคดีปกครอง โดย...นายปกครอง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4243