เดิมพัน “วิชา-ประยุทธ์” สร้างความโปร่งใสยุติธรรม

04 ส.ค. 2563 เวลา 12:15 น. 980

คอลัมน์ฐานโซไซตี้ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3598 หน้า 5 ระหว่างวันที่ 6-8 ส.ค.3563 โดย...กาแฟขม

เดิมพัน“วิชา-ประยุทธ์”

สร้างความโปร่งใสยุติธรรม

 

     *** เป็นกระแสทั่วบ้านทั่วเมืองไม่สร่างซา คดี “บอส กระทิงแดง” ลูกเศรษฐีร่ำรวยล้นฟ้าขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ แต่กลับกลายเป็นว่า ตำรวจส่งสำนวนสั่งฟ้องแต่หมดอายุความไปหลายข้อหา สุดท้ายอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง ตำรวจก็ไม่เห็นแย้ง ส่งคำขอเพิกถอนหมายจับ ทำให้คาใจประชาชน กระบวนการยุติธรรมขั้นต้น ขั้นกลาง ประเทศนี้เป็นอย่างไร ถึงได้กักติดแต่คนจน คนสิ้นไร้ไม้ตอก ให้ชอกช้ำระกำใจวลีแสบสันต์ตำใจจึงถูกตอกย้ำกันไปทั่วพารา “คุกมีไว้ขังคนจน” “คนรวยทำอะไรก็ไม่ผิด” มันเป็นอารมณ์คุมแค้นที่ลุกลามระบาดหนักในหมู่ประชาชนชาวไทยในวันนี้
 

     *** เมื่อปรากฏเป็นข่าวร้าวสะเทือนไปทั่ว ตำรวจก็ตั้งกรรมการขึ้นตรวจสอบ อัยการสูงสุดก็ตั้งกรรมการขึ้นตรวจสอบ กรรมาธิการ สภาฯ หลายชุดก็เรียกทั้งตำรวจและผู้แทนอัยการไปชี้แจง ว่ากันไปตามกระบวนการ แต่ความคลางแคลงหรือมั่นใจหดหาย หรือถูกทำลายลงไปแล้ว เมื่อปรากฏหลักฐานไปมาทั้งความเร็วรถที่ลดลงจาก 177 กม.ต่อชั่วโมง เหลือ 79 กม.ต่อชั่วโมง ลดลงได้อย่างไร ปรากฏไปพบมีพยานใหม่เข้ามาหลังเกิดเหตุ 5 ปี มีเหตุให้ควรเชื่อพยานที่โผล่มาหรือไม่ และประจวบกับ 1 ในพยาน เสียชีวิตลงเบื้องต้นบอกกันว่าเป็นอุบัติเหตุทางถนน แต่ยิ่งสาวลึกลงไปยิ่งยุ่งเหยิง ที่ตายไปผิดธรรมชาติหรือไม่ต้องพิสูจน์ ความเชื่อมั่นที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่แล้วยิ่งต่ำเตี้ยติดดินระดับฟลอร์ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่

     *** ยิ่งสาวไปยิ่งมีพิรุธหลายจุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็นั่งไม่ติด สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบไปลาก อาจารย์ วิชา มหาคุณ มาเป็นประธานตรวจสอบในคดีดัง พะยี่ห้อ “วิชา” คนตรงไปตรงมา ฟันไม่เลี้ยงมาหลายคดี หวังที่จะผ่าทางตัน ก็ถือเป็นเดิมพันสำคัญทั้ง วิชาและประยุทธ์ จะทำให้กระบวนการยุติธรรรมเบื้องต้นโปร่งใสไว้ใจได้ขึ้นมาหรือไม่ แค่ตั้งกรรมการสอบลอยๆ แต่ผลสอบไม่ชี้ผู้รับผิดชอบหาได้ไม่ งานนี้ประชาชนทุกภาคส่วนในสังคม ต้องการรื้อคดีให้ไปถึงศาลยุติธรรมตัดสินให้ได้ จะผิด จะถูก จะรอด ต้องว่ากันตรงนั้น ไม่ใช่ตัดตอนไปไม่ถึงศาล
 

     *** ความหวังที่ฝากกับอ.วิชา ยังไม่ใช่แค่รื้อคดี แต่ต้องการให้เรื่องนี้เป็นการจุดประเด็นสำคัญในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ทั้งตำรวจและอัยการ โดยเฉพาะตำรวจที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจที่ชุด นายมีชัย ฤชุพันธุ์ จัดทำร่างก.ม.ที่ต้องแก้ไขเพื่อการปฏิรูปไว้หมดแล้ว เหลือเพียงรัฐบาลส่งเข้าสภาฯ ก็เท่านั้น นอกจากตำรวจแล้ว คำถามถึงอัยการก็อึงมี่ไปทั่วเช่นกัน การปล่อยให้เป็นองค์กรอิสระไร้สังกัด จะมีใครคอยคานอำนาจ ลำพังหวังพึ่งเพียง ก.อ.หรือ คณะกรรมการอัยการ  เป็นการหลงทิศผิดทางหรือไม่ อันที่จริงองค์กรไม่ได้ผิดอะไร แต่ตัวบุคคลในองค์กรต่างหาก ที่ต้องยึดถือคุณธรรม จริยธรรมเป็นที่ตั้งและบุคคลที่มีตำแหน่งสูงๆ ที่มีตำแหน่งหน้าที่อำนวยความยุติธรรม ต้องมีคุณธรรม จริยธรรมสูงมากกว่าคนอื่น
 

     *** ปิดท้ายที่เรื่องธุรกิจ ไปที่เรื่อง สหฟาร์ม ซึ่งในที่สุดในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูได้ห็นชอบให้ต่ออายุ อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นผู้บริหารต่อไปอีก 1 ปี หลังจากบริหารมาแล้ว 5 ปี แต่เจ้าหนี้หลายรายไม่มั่นใจในการฟื้นฟูกิจการในช่วง 1 ปี ที่ขยายระยะเวลาออกไป เจ้าหนี้รายหนึ่งบอกว่าอีวายชี้แจงกรณีผลการดำเนินงานของสหฟาร์มสามารถทำกำไรได้ประมาณ 1% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับบริษัทผู้ส่งออกไก่ของประเทศหลายบริษัทที่มีกำไรเกิน 10% ทั้งหมด แต่ขณะเดียวกันอีวายได้ให้เงินเดือนตัวเองในอัตรา 5 ล้านบาทต่อเดือน และจะเพิ่มขึ้น 10% ทุกๆ ปี ซึ่งถือว่าสูงมาก และการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้กลุ่ม 13 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น หากคำนวณอัตราการคืนแล้วจะเฉลี่ยเพียงหลักหมื่นบาทต่อรายเท่านั้น โดยเจ้าหนี้กลุ่ม 13 ส่วนใหญ่เป็นคู่ค้ารายย่อย ที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการได้หนี้คืนในสัดส่วนที่น้อยมาก ทำให้ความเสียหายส่งต่อมายังเกษตรกรรายย่อยตามไปด้วย จึงไม่เชื่อว่าที่ขยายระยะเวลาแผนฟื้นฟูออกไปอีก 1 ปีจะทำให้สามารถชำระหนี้ได้ตามที่ประกาศไว้ได้ คงเป็นเรื่องที่ต้องชอกช้ำต่อไปสำหรับผู้ก่อตั้งอย่าง ดร.ปัญญา โชติ เทวัญ