thansettakij
thansettakij
‘มลพิษฝุ่น’ ตัวการสาเหตุเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คร่าชีวิต 135 ล้านคนทั่วโลก

‘มลพิษฝุ่น’ ตัวการสาเหตุเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คร่าชีวิต 135 ล้านคนทั่วโลก

12 มิ.ย. 67 | 07:15 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มิ.ย. 67 | 09:14 น.

NTU สิงคโปร์ เผย มลพิษทางอากาศทำให้คนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงถึง 135 ล้านรายทั่วโลก ฝั่งเอเชียรับจบ กระทบหนักสุด

มลพิษทางอากาศ ฝุ่นละออง PM2.5 นับเป็นหนึ่งในภัยคุกคามต่อสุขภาพมนุษย์ที่ร้ายแรงที่สุดในปัจจุบัน การศึกษาล่าสุดจากนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยข้อมูลว่า ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา มลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กมีส่วนทำให้ประชากรบนโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึง 135 ล้านรายทั่วโลก

 

การศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า "เอเชีย" เป็นภูมิภาคที่มีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากฝุ่นละออง หรือ PM2.5 มากที่สุด โดยมีจำนวนถึง 98.1 ล้านคน เนื่องจากสาเหตุหลักคือการปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม การจราจร และภัยธรรมชาติ เช่น ไฟป่าและพายุฝุ่นควัน โดยเฉพาะในประเทศจีนและอินเดียที่มีจำนวนสูงถึง 49 และ 26.1 ล้านคนตามลำดับ

 

ขณะเดียวกัน ปากีสถาน บังคลาเทศ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น มีสถิติการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอันเนื่องมาจากมลภาวะ PM2.5 เป็นจำนวนมากเช่นกัน โดยมีตั้งแต่ 2 ถึง 5 ล้านคน

 

หนึ่งในสามของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเหล่านี้มีสาเหตุมาจากโรคหลอดเลือดสมอง ในขณะที่อีกหนึ่งในสามมาจากโรคหัวใจขาดเลือด ส่วนที่เหลือเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง การติดเชื้อทางเดินหายใจ และมะเร็งปอด ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้หากลดการสัมผัสกับฝุ่นละอองและมลภาวะทางอากาศ

 

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหามลพิษฝุ่นละอองทวีความรุนแรงขึ้น คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ เช่น เอลนิโญ พายุฝุ่น และดัชนีความผันผวนของมหาสมุทรต่างๆ ซึ่งเมื่อเกิดควบคู่กันก็จะส่งผลให้ระดับความเข้มข้นของฝุ่นเพิ่มสูงขึ้นถึง 14% โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เหล่านี้พร้อมกัน

 

เหตุการณ์มลพิษทางอากาศรุนแรงเกิดขึ้นถึง 363 ครั้งทั่วโลกในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีเฉลี่ย 9 ครั้งต่อปี และมักมีระยะเวลายาวนานตั้งแต่ 2-9 เดือนติดต่อกัน ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพของประชากรทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

รองศาสตราจารย์สตีฟ ยิม นักวิจัยของการศึกษาได้ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมของสถานการณ์ที่น่าวิตกว่า "เราเห็นแนวโน้มโรคต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งโรคหืด และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศทั้งในระดับประเทศและระดับโลก"

 

ศาสตราจารย์โจเซฟ ซุง คณบดีโรงเรียนแพทย์ LKCMedicine เสริมว่า จากการศึกษาเชิงลึกพบว่า ในปัจจุบันแม้แต่ผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ก็มีแนวโน้มเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้หญิง และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

 

จากผลการศึกษาในครั้งนี้ นับเป็นสัญญาณเตือนให้ประชาคมโลกร่วมแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของมนุษยชาติในวงกว้าง การเข้าใจถึงสาเหตุและปัจจัยเสริมที่ทำให้มลพิษฝุ่นละอองทวีความรุนแรงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่จะนำไปสู่การกำหนดมาตรการรับมือที่มีประสิทธิภาพ

 

อ้างอิง:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง