thansettakij
thansettakij
ผลผลิตสิ่งทอ 'Fast Fashion' ของเหลือจากสายแฟ สู่ของเสียกระทบสิ่งแวดล้อม

ผลผลิตสิ่งทอ 'Fast Fashion' ของเหลือจากสายแฟ สู่ของเสียกระทบสิ่งแวดล้อม

13 เม.ย. 67 | 10:00 น.

สายแฟตัวมัมฟังก่อน 'Fast Fashion' ตอบโจทย์ความนิยมให้ทันใจ แต่ทำลายธรรมชาติ การผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นใช้ทรัพยากรมาก สร้างมลพิษ และกลายเป็นปัญหาขยะสิ่งทอที่กำจัดยาก

เสื้อผ้าที่เราเอฟกันทุกวันก็ทำร้ายโลกได้ ถ้าผู้บริโภคอัพเดตแฟชั่นไม่เคยพัก ผู้ผลิตรีบวิ่งตาม แห่ผลิตสินค้าราคาถูกจำนวนมหาศาลแบบไม่ต้องคิดสองที จนกลายเป็นอาณาจักรแห่งแฟชั่นที่เร็วอย่าง "Fast Fashion" ตอบโจทย์ความนิยมให้ทันใจ แต่ท้ายที่สุดก็ทำลายธรรมชาติเช่นกัน

 

Fast Fashion คืออะไร?

Fast Fashion หรือ เทรนด์แฟชั่นมาไวไปไว คือการผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในราคาที่ถูกมาก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การผลิตเสื้อผ้าเพียงตัวเดียวใช้น้ำเทียบเท่ากับปริมาณน้ำที่คนหนึ่งคนดื่มนานกว่าปีสอง ใช้พลังงานสูง

 

ปัจจุบันทางฝั่งสหภาพยุโรปกำลังดำเนินมาตรการเพื่อลดปริมาณขยะสิ่งทอซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายในปี 2050

 

การผลิตเสื้อผ้าแบบ Fast Fashion ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายด้าน ดังนี้

  • ใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากเกินความจำเป็น เช่น การใช้น้ำจำนวนมากในการผลิตเส้นใย การใช้ที่ดินจำนวนมากในการปลูกฝ้ายและพืชสำหรับผลิตเส้นใย
  • ก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำจากกระบวนการย้อมและตกแต่งผลิตภัณฑ์ รวมถึงการปล่อยเส้นใยไมโครพลาสติกจากการซักล้างเสื้อผ้าสังเคราะห์ ซึ่งอาจไปสะสมในห่วงโซ่อาหาร
  • ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมาก คาดว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นจะรับผิดชอบการปล่อยก๊าซคาร์บอนถึง 10% ของทั่วโลก
  • ก่อให้เกิดปัญหาขยะสิ่งทอในหลุมฝังกลบ เนื่องจากมีอัตราการรีไซเคิลเสื้อผ้าที่ต่ำมาก โดยมีเพียง 1% ของเสื้อผ้าที่ใช้แล้วถูกนำกลับมารีไซเคิลเป็นเสื้อผ้าใหม่

 

 

แนวทางในการแก้ไขปัญหา ได้แก่ การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น การเช่าเสื้อผ้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิลได้ง่าย (แฟชั่นแบบวงกลม) การส่งเสริมให้ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้าคุณภาพดีที่ใช้งานได้นาน (แฟชั่นช้า) และการสร้างจิตสำนึกให้ผู้บริโภคหันมาเลือกทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้น

 

การผลิตเสื้อผ้าแบบ Fast Fashion ในประเทศไทยก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในลักษณะคล้ายคลึงกับที่เกิดขึ้นในสหภาพยุโรปเช่นกัน เพราะ Fast Fashion คือเทรนด์แฟชั่นที่ได้รับความนิยมในทั่วทุกมุมโลกด้วยความสวยงามอย่างฉาบฉวย หาซื้อง่ายและมีราคาที่จับต้องได้

 

จากรายงานของสถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พบว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอในไทยใช้น้ำเป็นปริมาณมหาศาลถึง 145 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และปล่อยน้ำเสียออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติประมาณ 64 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งมีสารเคมีต่างๆ ปนเปื้อนอยู่

 

ด้านการปล่อยมลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษได้ทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากโรงงานสิ่งทอหลายแห่งในจังหวัดที่มีการผลิตสิ่งทอมากๆ เช่น กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นครปฐม พบว่ามีการปล่อยมลพิษทางอากาศหลายประเภท เช่น ฝุ่นละออง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เกินค่ามาตรฐาน

 

ด้วยปริมาณการผลิตจำนวนมากในระยะเวลาอันรวดเร็วกลายเป็นปัญหาขยะสิ่งทอ ประเทศไทยมีปริมาณขยะเสื้อผ้าประมาณ 300,000 ตันต่อปี แต่มีการรีไซเคิลเพียง 24% เท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปฝังกลบหรือเผา

 

อีกทั้งการผลิตสิ่งทอต้องใช้สารเคมีหลายชนิด ทั้งในขั้นตอนการเตรียมเส้นด้าย การย้อมสี การพิมพ์ลาย เป็นต้น ซึ่งหลายสารเคมีก่อให้เกิดมลพิษและเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมหากปล่อยทิ้งโดยไม่มีการบำบัด

 

อ้างอิง :

ข่าวที่เกี่ยวข้อง