thansettakij
thansettakij
อนาคตเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดสดใส โตต่อเนื่อง 50% เร่งเพิ่มกำลังผลิต 3 เท่า

อนาคตเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดสดใส โตต่อเนื่อง 50% เร่งเพิ่มกำลังผลิต 3 เท่า

11 มิ.ย. 67 | 04:30 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 67 | 07:00 น.

ปี 2023 เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์พลังงานหมุนเวียน เติบโตสูงสุดในรอบ 20 ปี 50% จีน ยุโรป สหรัฐอเมริกา และบราซิลขึ้นแท่นผู้นำรายใหญ่ คาดกำลังการผลิตทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าภายในสิ้นทศวรรษนี้

แนวโน้มความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดัชนีการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของ World Economic Forum ระบุว่า ปัจจัยสำคัญ เช่น กฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนทางการเงิน ได้วางรากฐานความสำเร็จสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยควบคุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ปี 2023 เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์สำหรับ พลังงานหมุนเวียน โดยมีการเติบโตสูงสุดในรอบ 20 ปีที่ 50% จีน ยุโรป สหรัฐอเมริกา และบราซิลเป็นผู้นำการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ กำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าภายในสิ้นทศวรรษนี้ ตามเป้าหมายของ COP28

 

สหภาพยุโรปได้ผลักดันขั้นตอนที่สำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยการทำให้การทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นความผิดทางอาญา โดยรัฐสมาชิกของสหภาพยุโรปจะต้องนำกฎหมายใหม่นี้มาใช้ภายใน 2 ปี

 

อีกหนึ่งความก้าวหน้าเกิดขึ้นในบางประเทศ โดยมีแล้วถึง 7 ประเทศที่พึ่งพาพลังงานหมุนเวียน 100% จาก พลังความร้อนใต้พิภพ ไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม แสดงให้เห็นว่าการกำจัดเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างสมบูรณ์นั้นเป็นไปได้สำหรับประเทศเหล่านี้

 

นอกจากนี้ ปี 2023 ยังเป็นปีแห่งประวัติการณ์สำหรับอุตสาหกรรมพลังงานลม โดยมีการติดตั้งกังหันลมใหม่เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก Hornsea 2 ดำเนินงานเต็มกำลังแล้ว สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอสำหรับบ้านเรือน 1.4 ล้านหลังในสหราชอาณาจักร

 

แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญ แต่ยังมีงานที่ต้องดำเนินการอีกมาก เช่น นโยบายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่มีเป้าหมายต่ำเกินไปได้รับการนำมาใช้อย่างกว้างขวางในปี 2023 การศึกษาระบุว่าจำนวนนโยบายเหล่านี้เพิ่มขึ้นสองเท่าในปีที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เพียงพอสำหรับเป้าหมายการควบคุมไม่ให้อุณหภูมิของโลกร้อนขึ้นเกิน 1.5°C

 

นอกจากนี้ ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปยังได้ตัดสินว่าการเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เป็นคำตัดสินครั้งสำคัญที่อาจนำไปสู่การฟ้องร้องมากขึ้นต่อรัฐบาลที่ไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นการเรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับวิกฤตนี้

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่ก็มีแนวโน้มที่สดใสว่าพลังงานหมุนเวียนจะแซงหน้าถ่านหิน ขึ้นมาเป็นแหล่งพลังงานหลักของโลกภายในปี 2025 ตามรายงานของ IEA พลังงานหมุนเวียนคาดว่าจะคิดเป็น 90% ของการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าทั่วโลกในอนาคตอันใกล้ เป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 

แม้จะมีสัญญาณบวกจากการเติบโตของพลังงานหมุนเวียน นโยบายปกป้องสิ่งแวดล้อม และคำตัดสินสำคัญด้านสิทธิมนุษยชน แต่มนุษยชาติยังคงต้องทำงานหนักเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยความร่วมมือและการดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อนำพาโลกไปสู่อนาคตที่สดใสและยั่งยืนได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง