thansettakij
thansettakij
สายการบินเอทิฮัด ปักหมุดไทย ดัน A380 บินกรุงเทพฯ-อาบูดาบีทุกวัน

สายการบินเอทิฮัด ปักหมุดไทย ดัน A380 บินกรุงเทพฯ-อาบูดาบีทุกวัน

27 ต.ค. 69 | 02:26 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ต.ค. 69 | 02:31 น.

เอทิฮัด แอร์เวย์ส เดินหน้าขยายตลาดการเดินทางระดับพรีเมียมในไทย เปิดให้บริการ Airbus A380 บินตรงกรุงเทพฯ-อาบูดาบีทุกวันเป็นครั้งแรก พร้อมนำ The Residence ห้องสวีท 3 ห้องบนเครื่องบินแห่งเดียวในโลกมาให้บริการในไทย

KEY

POINTS

  • สายการบินเอทิฮัดเริ่มให้บริการเครื่องบินแอร์บัส A380 ในเส้นทางกรุงเทพฯ-อาบูดาบีทุกวันเป็นครั้งแรก
  • การนำเครื่องบิน A380 มาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร และตอกย้ำว่าไทยเป็นตลาดสำคัญสำหรับการเดินทางระดับพรีเมียม
  • เปิดตัวบริการห้องสวีทส่วนตัวสุดหรู "The Residence" และห้องโดยสารระดับพรีเมียมอื่นๆ ในตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรกบนเครื่องบินรุ่นนี้

26 ตุลาคม 2569 สายการบินเอทิฮัด (Etihad Airways) สายการบินแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดให้บริการเครื่องบินแอร์บัส A380 ระหว่างกรุงอาบูดาบีและกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก หลังเครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายบริการของสายการบินในตลาดไทย โดยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารบนเส้นทางบินระหว่างสองเมือง

เปิดให้บริการ Airbus A380 บินตรงกรุงเทพฯ-อาบูดาบีทุกวันเป็นครั้งแรก

การนำเครื่องบิน A380 มาให้บริการครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นเที่ยวบินด้วยเครื่องบินรุ่นดังกล่าวทุกวัน ระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติซายิด กรุงอาบูดาบี และกรุงเทพฯ พร้อมเปิดตัว The Residence ห้องสวีทส่วนตัว 3 ห้องบนเครื่องบิน ซึ่งเอทิฮัดระบุว่าเป็นห้องสวีทลักษณะนี้เพียงแห่งเดียวในโลก และเปิดให้บริการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

 

สายการบินเอทิฮัด ปักหมุดไทย ดัน A380 บินกรุงเทพฯ-อาบูดาบีทุกวัน

 

การเพิ่มเที่ยวบินด้วยเครื่องบินขนาดใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการเดินทางสูง โดยสายการบินมุ่งรองรับผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศไทย ตะวันออกกลาง และยุโรป ควบคู่กับการขยายบริการระดับพรีเมียมในภูมิภาคเอเชีย หลังเริ่มให้บริการ A380 ในเส้นทางอาบูดาบี-โตเกียวแบบรายวันเมื่อเดือนมิถุนายน 2569

เอทิฮัดชี้ไทยตลาดสำคัญของการเดินทางพรีเมียม

อันโตโนอัลโด เนเวส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเอทิฮัด กล่าวว่า การนำเครื่องบิน Airbus A380 มาให้บริการในกรุงเทพฯ เป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนเพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญสำหรับการเดินทางระดับพรีเมียมของสายการบิน การนำเครื่องบินรุ่นเรือธงมาให้บริการไม่เพียงเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่เป็นเอกลักษณ์ของเอทิฮัด

 

สายการบินเอทิฮัด ปักหมุดไทย ดัน A380 บินกรุงเทพฯ-อาบูดาบีทุกวัน

 

ทั้งนี้ สายการบินมองเห็นโอกาสเติบโตทั้งในประเทศไทยและตลาดเอเชียโดยรวม จึงเดินหน้าลงทุนในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่มกรุงเทพฯ เข้าสู่เครือข่ายเส้นทางบิน A380 เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขยายความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร เสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายเชื่อมต่อผ่านกรุงอาบูดาบี และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางทั่วโลก

เปิด The Residence ชูจุดขายห้องสวีทส่วนตัวบนฟ้า

เครื่องบิน Airbus A380 ของเอทิฮัดนำเสนอห้องโดยสารหลายระดับ ตั้งแต่ The Residence และ First Apartments ในชั้นหนึ่ง ไปจนถึงชั้นธุรกิจและชั้นประหยัด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารที่แตกต่างกัน The Residence เป็นห้องสวีทส่วนตัวที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 2 คน มีพื้นที่ 125 ตารางฟุต หรือประมาณ 11.6 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องนั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วนพร้อมโซฟา 2 ที่นั่ง ห้องนอนพร้อมเตียงคู่ และห้องน้ำส่วนตัวพร้อมฝักบัว

บริการเพิ่มเติมประกอบด้วย Wi-Fi ฟรี ชุดเครื่องนอนและชุดลำลองระดับลักชัวรี อาหารชั้นเลิศที่จัดตามความต้องการเฉพาะบุคคล และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ดูแลโดยเฉพาะ รวมถึงบริการรถรับส่งพร้อมพนักงานขับรถส่วนตัว Etihad Chauffeur และสิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรองส่วนตัวในกรุงอาบูดาบี

สำหรับห้องโดยสารชั้นหนึ่ง First Apartments มีทั้งหมด 9 ห้อง แต่ละห้องมีประตูบานเลื่อนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว พร้อมเก้าอี้เลานจ์หนังแท้จาก Poltrona Frau ที่ปรับเปลี่ยนเป็นเตียงนอนยาว 80.5 นิ้ว หรือประมาณ 204 เซนติเมตร ผู้โดยสารยังได้รับบริการจัดเตรียมเตียง ชุดเครื่องนอนและชุดลำลองจากแบรนด์ดีไซเนอร์ ตลอดจนอาหารแบบเลือกสั่งจากเมนู เครื่องดื่มระดับพรีเมียม และสิทธิ์ใช้ห้องอาบน้ำบนเครื่องบิน

ชูบริการชั้นธุรกิจ-ชั้นประหยัด เพิ่มทางเลือกผู้โดยสาร

ด้านห้องโดยสารชั้นธุรกิจมีทั้งหมด 70 ที่นั่ง อยู่บริเวณชั้นบนของเครื่องบิน ทุกที่นั่งสามารถเข้าถึงทางเดินได้โดยตรงและปรับเป็นเตียงนอนราบยาว 80 นิ้ว หรือประมาณ 203 เซนติเมตร พร้อมระบบนวดในตัวและฟังก์ชันปรับระดับความแน่นของเบาะนั่ง

ผู้โดยสารสามารถใช้ระบบความบันเทิงผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 18.5 นิ้ว เชื่อมต่อ Wi-Fi และชาร์จอุปกรณ์ได้ตลอดเที่ยวบิน พร้อมบริการอาหารแบบเลือกสั่งจากเมนูและเครื่องดื่มระดับพรีเมียม นอกจากนี้ ยังมีชุดสิ่งอำนวยความสะดวกคอลเลกชัน Destination Collection พร้อมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจาก LANEIGE และ The Lobby พื้นที่เลานจ์และบาร์ระหว่างห้องโดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ

 

สายการบินเอทิฮัด ปักหมุดไทย ดัน A380 บินกรุงเทพฯ-อาบูดาบีทุกวัน

 

ส่วนห้องโดยสารชั้นประหยัดรองรับผู้โดยสาร 415 ที่นั่ง แต่ละที่นั่งมีความกว้าง 18.95 นิ้ว หรือประมาณ 48 เซนติเมตร ปรับเอนได้ 6 นิ้ว และมีระยะห่างระหว่างแถว 32 นิ้ว หรือประมาณ 81 เซนติเมตร พร้อมพนักพิงศีรษะปรับระดับได้ หน้าจอสัมผัสขนาด 11.1 นิ้ว ช่องเสียบ USB และบริการ Wi-Fi

ผู้โดยสารชั้นประหยัดยังได้รับบริการอาหารหรือของว่างและเครื่องดื่มฟรี รวมถึงหมอนและผ้าห่มสำหรับเที่ยวบินระยะไกล ขณะที่บริการ Neighbour-Free Seating เปิดทางเลือกให้ผู้โดยสารเพิ่มพื้นที่ส่วนตัวระหว่างเดินทางได้ตามเงื่อนไขของสายการบิน

เพิ่มการเชื่อมต่อผ่านอาบูดาบี พร้อมโปรแกรมพักฟรี 2 คืน

การเปิดให้บริการ A380 ในเส้นทางกรุงเทพฯ-อาบูดาบีช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้โดยสารจากประเทศไทยเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายของเอทิฮัด โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลางและยุโรป พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เดินทางแวะพักในกรุงอาบูดาบีผ่านโปรแกรม Abu Dhabi Stopover ซึ่งให้สิทธิ์เข้าพักโรงแรมฟรีสูงสุด 2 คืน ตามเงื่อนไขของโปรแกรม

สำหรับตารางเที่ยวบินตามข้อมูลของสายการบิน เที่ยวบิน EY402 ออกจากกรุงอาบูดาบีเวลา 21.20 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 06.35 น. ของวันถัดไป ส่วนเที่ยวบิน EY403 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 08.35 น. ถึงกรุงอาบูดาบีเวลา 12.20 น. โดยให้บริการทุกวันด้วยเครื่องบิน Airbus A380

สายการบินเอทิฮัดก่อตั้งขึ้นในปี 2546 มีศูนย์กลางการดำเนินงานอยู่ที่กรุงอาบูดาบี ให้บริการเที่ยวบินโดยสารและขนส่งสินค้าครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย และอเมริกาเหนือ รวมถึงเชื่อมต่อไปยังจุดหมายปลายทางหลายร้อยแห่งทั่วโลกผ่านความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตรในรูปแบบเที่ยวบินร่วม (Codeshare)