thansettakij
thansettakij
ททท.ผนึกคมนาคม เปิดโอกาส ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง ออกมาเที่ยวไทยได้

ททท.ผนึกคมนาคม เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง ออกมาเที่ยวไทยได้

05 ต.ค. 69 | 11:36 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ต.ค. 69 | 11:58 น.

ททท.ผนึกคมนาคม ลงนาม LOI กับกรมท่าอากาศยานและ 4 ภาคีเครือข่าย ลงนาม LOI เปิดโอกาส “ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง” ออกมาเที่ยวไทย เชื่อมการเดินทางสู่การใช้จ่ายกระจายรายได้ และยกระดับไทยสู่ Aviation & Tourism Hub

KEY

POINTS

  • ททท. ร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานพันธมิตร เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารที่รอเปลี่ยนเครื่อง (Transit/Transfer) สามารถเดินทางออกมาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้
  • มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนเวลารอต่อเครื่องบินให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
  • โครงการนี้จะพัฒนาสิทธิประโยชน์ เส้นทางท่องเที่ยว และอำนวยความสะดวกภายใต้ชื่อ "Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege" เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัย
  • ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ของภูมิภาค
  • ความร่วมมือมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในต้นปี 2570

5 ตุลาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือ (Letter of Intent: LOI) เรื่อง “การกระตุ้นเศรษฐกิจภาค การท่องเที่ยวและการบริการของประเทศไทย” 

ททท.ผนึกคมนาคม ลงนาม LOI กับ กรมท่าอากาศยานและ 4 ภาคีเครือข่าย ลงนาม LOI เปิดโอกาส “ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง” ออกมาเที่ยวไทย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพของระบบคมนาคมและอุตสาหกรรมการบินเข้ากับภาคการท่องเที่ยวและบริการ มุ่งสร้างความสะดวกในการเดินทาง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และกระจายโอกาสไปสู่ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมสนับสนุนการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ของภูมิภาค

ททท.ผนึกคมนาคม เปิดให้ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง ออกมาเที่ยวไทยได้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมท่าอากาศยาน  พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย 4 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ สมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด ร่วมลงนาม ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเปลี่ยน “เวลารอระหว่างเที่ยวบิน” ให้กลายเป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจ” 

โดยเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transfer Passenger) และผู้โดยสารรอต่อเที่ยวบิน (Transit Passenger) สามารถเดินทางออกจาก ท่าอากาศยานเพื่อท่องเที่ยว สัมผัสประสบการณ์ของประเทศไทยในช่วงเวลาระหว่างการต่อเที่ยวบิน 

รวมทั้งจะช่วยเชื่อม “สนามบิน – เมือง – แหล่งท่องเที่ยว – ผู้ประกอบการ” เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ การใช้จ่าย และกระจายรายได้ไปยังธุรกิจและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มองเห็นโอกาสสำคัญจากผู้โดยสารที่เดินทางผ่านประเทศไทย ซึ่งไม่ควรเป็นเพียง “ผู้โดยสารที่รอเที่ยวบิน” แต่สามารถเป็น “นักท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสประเทศไทย” ได้ในช่วงเวลาที่มีอยู่ 

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการนำศักยภาพด้านการบินมาเชื่อมต่อกับศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน “เราอยากเปลี่ยนเวลารอให้เป็นเวลาแห่งการค้นพบประเทศไทย 

ไม่ว่าจะเป็นการออกไปสัมผัสอาหารไทย แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม สินค้า หรือประสบการณ์ในพื้นที่ใกล้เคียงกับท่าอากาศยาน เพราะทุกชั่วโมงที่ผู้โดยสารใช้เวลาในประเทศไทย สามารถสร้างโอกาสให้เกิดการใช้จ่ายและรายได้แก่ผู้ประกอบการไทยได้

ททท.ดัน Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege

ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ ททท. จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการประสาน บูรณาการ และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ท่าอากาศยาน สายการบิน ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ภายใต้โครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege

เพื่อพัฒนาแนวทางอำนวยความสะดวกและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้โดยสารกลุ่ม Transfer และ Transit Passenger รวมถึงออกแบบเส้นทางและพัฒนาเมนูประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับระยะเวลารอเปลี่ยนเครื่อง โดยคำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัย และการเดินทางกลับมาขึ้นเที่ยวบินต่อได้อย่างมั่นใจ 

พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลและระบบสนับสนุนให้การเดินทางตั้งแต่ท่าอากาศยานสู่แหล่งท่องเที่ยวและกลับมาต่อเที่ยวบินเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Journey) ตลอดจนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยาน ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน และธุรกิจบริการท่องเที่ยวท้องถิ่น

ททท.ผนึกคมนาคม เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง ออกมาเที่ยวไทยได้

รวมทั้งติดตาม ประเมินผลสำเร็จของโครงการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนา นโยบาย การขยายผล และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศอย่างยั่งยืน

ยกระดับบริการท่องเที่ยว หนุนไทย Aviation Hub

ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องนโยบายของรัฐบาลในกับการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Aviation Hub และ Tourism Hub ของภูมิภาค โดยใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้ง โครงข่ายการบิน และศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าจากการเดินทางผ่านประเทศไทย 

ในระยะแรก ททท. จะมุ่งพัฒนาสิทธิประโยชน์และ “Transit Experience” ที่เหมาะสมกับระยะเวลาการต่อเที่ยวบิน พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำไปสู่การดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะช่วยเพิ่มการใช้จ่าย กระจายรายได้ และสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายแก่ผู้เดินทาง 

ททท.ผนึกคมนาคม เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง ออกมาเที่ยวไทยได้

พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่ High-Value & Meaningful Destination และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระดับภูมิภาคและสากลอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกของปี 2569 ประเทศไทยมีผู้โดยสารเดินทางเข้าประเทศประมาณ 17.43 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่า 1.3 ล้านคน เป็นผู้โดยสารเปลี่ยนเที่ยวบิน (Transfer Passenger) ซึ่งมีเวลารอเชื่อมต่อเที่ยวบินเฉลี่ย 6–12 ชั่วโมง ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งพัฒนาสิทธิประโยชน์และบริการที่เชื่อมโยงการเดินทางกับกิจกรรมท่องเที่ยว การพำนัก และการใช้บริการในประเทศไทย เปลี่ยน “เวลารอ” ให้เป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจ” ควบคู่กับการพัฒนาการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Journey)

ททท.ผนึกคมนาคม เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่อง ออกมาเที่ยวไทยได้

“การเชื่อมโยงระบบคมนาคมกับการท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระทรวงคมนาคมพร้อมร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและทุกภาคี เพื่อให้การเดินทางที่สะดวกและมีประสิทธิภาพ นำไปสู่โอกาสด้านการท่องเที่ยว การใช้บริการ และการสร้างรายได้แก่ประชาชน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

ด้าน นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมท่าอากาศยาน จะขับเคลื่อนภารกิจของกรมให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือ โดยมุ่งยกระดับท่าอากาศยานในความรับผิดชอบ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรฐานการให้บริการ ควบคู่กับการเชื่อมต่อท่าอากาศยานกับตัวเมือง แหล่งท่องเที่ยว และระบบขนส่งในพื้นที่

รวมถึงประสานสายการบินและภาคการท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางจากท่าอากาศยานสู่เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค

“ท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานเป็นประตูสำคัญสู่ภูมิภาค การพัฒนาจึงต้องครอบคลุมทั้งความพร้อมของท่าอากาศยานและการเชื่อมต่อการเดินทาง เพื่อให้ผู้โดยสารเข้าถึงเมืองและแหล่งท่องเที่ยวได้สะดวก และทำให้ประโยชน์จากการเดินทางทางอากาศส่งต่อไปถึงผู้ประกอบการและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม” นายภัทรพงศ์กล่าว

นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า กรมท่าอากาศยานพร้อมนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยร่วมกับภาคีพัฒนาการให้บริการและการเชื่อมต่อการเดินทางในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบ พร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ด้านการบริหารท่าอากาศยาน

เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างท่าอากาศยาน สายการบิน ภาคการท่องเที่ยว ภาควิชาการ และผู้ประกอบการ ให้สามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับความร่วมมือดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการ Amazing Thailand Transfer Passenger Privilege โดยภาคีทั้ง 6 หน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาสิทธิประโยชน์ การอำนวยความสะดวกและการเชื่อมโยงการเดินทาง การประชาสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง

เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการเดินทางและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ความร่วมมือมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในต้นปี 2570