
ค่าธรรมเนียมสนามบินพุ่ง 1,120 บาท ปชป.จี้ ทอท.ทบทวน หวั่นกระทบท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ
เปิดปมค่าธรรมเนียมสนามบินไทยพุ่ง 1,120 บาท พรรคประชาธิปปัตย์เตือนต้นทุนสนามบินพุ่ง กระทบเป้าหมาย Aviation Hub ชี้กระทบท่องเที่ยว จี้ ทอท.ทบทวนอัตราใหม่
KEY
POINTS
- พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ ทอท. ทบทวนการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมบริการผู้โดยสาร (PSC) จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท
- แสดงความกังวลว่าการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอย่างก้าวกระโดดจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินของประเทศ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ
- ชี้ว่าอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ทำให้ไทยแพงเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน ซึ่งไม่สอดคล้องกับคุณภาพการบริการ และตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการขึ้นราคาเนื่องจาก ทอท. มีผลกำไรสูงอยู่แล้ว
นายจิรวัฒน์ จังหวัด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงกรณีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการใช้บริการสนามบิน (Passenger Service Charge: PSC) ของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยปรับเพิ่มขึ้นจาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 300 บาท (คิดเป็นเกือบ 50%) ในสนามบินหลักภายใต้การดูแลของ ทอท. เช่น สุวรรณภูมิ, เชียงราย, หาดใหญ่ และภูเก็ต ว่า
การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวอย่างก้าวกระโดด ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค (Regional Hub) ที่กำลังเร่งสร้างศักยภาพเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารต่อเครื่อง (Transit) จากภูมิภาคไกลๆ เช่น ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย เพื่อเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม
ก่อนหน้านี้ประเทศไทยมีอัตราค่า PSC อยู่ในอันดับที่ 5 ของภูมิภาค แต่การปรับขึ้นเป็น 1,120 บาทในปัจจุบัน ทำให้ประเทศไทยพุ่งขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 ของอาเซียนทันที โดยเป็นรองเพียงสนามบินชางฮี ประเทศสิงคโปร์ เท่านั้น ทั้งที่สนามบินชางฮีถูกจัดให้อยู่อันดับ 1 ของโลก แต่สนามบินของไทยกลับอยู่อันดับที่ 20 ถึงเกือบอันดับที่ 30 ของโลก ซึ่งถือว่าไม่สอดคล้องกับคุณภาพและการบริการ
ไม่จำเป็นต้องผลักภาระให้ประชาชน-นักท่องเที่ยว
“ทอท. มีผลประกอบการกำไรสุทธิเฉลี่ยสูงถึงกว่า 18,000 ล้านบาทต่อปี จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องมาผลักภาระและเพิ่มค่า PSC ถึง 50% ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว พรรคฯจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและ ทอท. ให้พิจารณาทบทวนการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสม”
อย่างไรก็ดี พรรคฯ จะติดตามการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนของกรมท่าอากาศยาน ซึ่งจะได้รับส่วนแบ่ง 10% จากยอดเงินส่วนเพิ่มของค่าธรรมเนียมดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบว่ามีการนำงบประมาณไปใช้ในการพัฒนาสนามบินของกรมท่าอากาศยานอย่างถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่
ต้องการเห็นสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินของกรมท่าอากาศยานทั้งหมด เป็นประตูทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอย่างแท้จริง แต่ต้องการการพัฒนาที่เหมาะสมและยั่งยืน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และการพัฒนาทางการบินให้เหมาะสม







