thansettakij
thansettakij
อ่วมวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง AAV ขาดทุน 2.33 พันล้าน ไตรมาส 2/2569 ลดเที่ยวบิน Q3 ลง 20%

อ่วมวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง AAV ขาดทุน 2.33 พันล้าน ไตรมาส 2/2569 ลดเที่ยวบิน Q3 ลง 20%

15 ส.ค. 69 | 05:57 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ส.ค. 69 | 06:10 น.

วิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง ฉุด AAV พลิกขาดทุน 2,325.8 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2569 หลังต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเงินบาทอ่อนค่า เดินหน้าลดเที่ยวบิน Q3 ลง 20%

KEY

POINTS

  • AAV ขาดทุนสุทธิ 2.33 พันล้านบาทในไตรมาส 2/2569 โดยมีสาเหตุหลักจากวิกฤตราคาน้ำมันโลกที่ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้น
  • แม้สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย จะปรับขึ้นค่าโดยสารเฉลี่ย 27% เพื่อชดเชยต้นทุน แต่ยังไม่เพียงพอและส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารลดลง 16%
  • เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ไทยแอร์เอเชียจะปรับลดปริมาณเที่ยวบินในไตรมาส 3/2569 ลงประมาณ 20% ก่อนจะกลับมาเพิ่มในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว

บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ผู้ถือหุ้นทั้งหมดในสายการบินไทยแอร์เอเชีย รายงานผลประกอบการทางการเงินและผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2569 พบว่า ขาดทุนสุทธิ 2,325.8 ล้านบาทพลิกจากกำไร 214.2 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี 2568 หลังต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างมากจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและเงินบาทที่อ่อนค่า

บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 10,045.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% โดยค่าโดยสารเฉลี่ยปรับขึ้น 27% เป็น 2,127 บาท ช่วยชดเชยจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น 124% เป็นเฉลี่ย 182.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 5,900 บาท ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 43% เป็น 5,010.6 ล้านบาท และ EBITDA ลดลง 96% เหลือ 25 ล้านบาท

ผลประกอบการ AAV  ตรมาส 2/2569

สำหรับครึ่งแรกของปี 2569 AAV มีรายได้รวม 24,425.4 ล้านบาท ลดลง 2% จาก 24,903.7 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 11% เป็น 24,209 ล้านบาท ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิสะสม 1,485.2 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 1,601.5 ล้านบาทในปีก่อน ส่วน EBITDA อยู่ที่ 3,758.9 ล้านบาท ลดลง 6%

ไทยแอร์เอเชียให้บริการผู้โดยสาร 4.03 ล้านคนในไตรมาส 2 ลดลง 16% ขณะที่ปริมาณที่นั่งลดลง 13% เหลือ 5.14 ล้านที่นั่ง และมีอัตราขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ย 78% โดยสายการบินยังครองส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศ 37% พร้อมยกระดับอัตราความตรงต่อเวลาเป็น 88% จาก 66% ในไตรมาสก่อน

สำหรับครึ่งหลังของปี 2569 ไทยแอร์เอเชียจะลดปริมาณที่นั่งในไตรมาส 3 ลงประมาณ 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ก่อนเพิ่มเที่ยวบินในไตรมาส 4 เพื่อรองรับฤดูกาลเดินทาง โดยการปรับลดจะเน้นเส้นทางระหว่างประเทศบางส่วน โดยเฉพาะอินเดีย จีน ฮ่องกง และเส้นทางที่ใช้สิทธิการบินเสรีภาพที่ 5

สายการบินยังเตรียมบริหารค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุน ควบคู่กับการรักษาอัตราขนส่งผู้โดยสารให้สูงกว่า 80% รวมถึงออกหุ้นกู้ชุดใหม่ 3,815.3 ล้านบาท และศึกษาการขายเครื่องบินพร้อมเช่ากลับ เพื่อรักษาสภาพคล่องและเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน ท่ามกลางแนวโน้มราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงครึ่งปีหลัง

AAV ระบุว่าแม้สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย จะเผชิญกับสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นและเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของภูมิภาค แต่สายการบินได้ปรับแผนอย่างรวดเร็ว เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรด้วยการปรับลดปริมาณที่นั่ง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพทำกำไรต่อที่นั่งในเส้นทางบินที่มีศักยภาพ

ทำให้บริษัทมีรายได้จากการขายเเละให้บริการ อยู่ที่ 10,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  รายได้จากการขายบัตรโดยสาร เติบโต 6% อยู่ที่ 8,575 ล้านบาท ทั้งนี้สายการบินได้ปรับลดปริมาณที่นั่งลง 13% เหลือ 5.14 ล้านที่นั่ง โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดหลัก พร้อมปรับราคาค่าโดยสารเฉลี่ยสูงขึ้น 27% ซึ่งครอบคลุมภาระต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้เพียงครึ่งหนึ่ง ในขณะที่ยังคงรักษายอดผู้โดยสารไว้ได้ที่ 4.03 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ แม้จะอยู่ภายใต้สภาวะแรงกดดันด้านต้นทุน  สายการบินยังสามารถทำกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ได้ที่ 25 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 2,326 ล้านบาท ซึ่งรวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจำนวน 293 ล้านบาท

สำหรับการดำเนินงานหลักประจำไตรมาสขาดทุนอยู่ที่ 2,091 ล้านบาท ส่งผลให้มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานหลักในครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 440 ล้านบาท 

ในด้านการควบคุมต้นทุน สายการบินได้ตอกย้ำดีเอ็นเอสายการบินราคาประหยัดของแอร์เอเชีย ด้วยการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ไม่รวมค่าน้ำมันเชื้อเพลิงลงอย่างเป็นรูปธรรม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 17% และค่าใช้จ่ายพนักงานลดลง 12%

แม้ว่าต้นทุนรวมที่ไม่รวมค่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะลดลง 8% ผ่านวินัยทางการเงินที่เข้มงวด แต่ต้นทุนต่อหน่วยที่ไม่รวมค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ("CASK ex-fuel") ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13% มาอยู่ที่ 1.43 บาท 

ด้านผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความตรงต่อเวลา (OTP) ฟื้นตัวกลับมาแตะ 88% โดยสายการบินยังคงรักษาตำแหน่งสายการบินภายในประเทศอันดับหนึ่งของไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดที่ 37%  พร้อมรักษาอัตราการขนส่งผู้โดยสารเส้นทางภายในประเทศที่ 80%

 นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จในการระดมทุน 3,815 ล้านบาท ผ่านการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ในเดือนมิถุนายน 2569 ทำให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อยู่ที่ระดับ 1.1 เท่า

ไทยแอร์เอเชีย

นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น และ บจ. ไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมันโลก ทำให้เราปรับกลยุทธ์ในไตรมาส 2  โดยให้ความสำคัญกับสภาพคล่องทางการเงินเเละประสิทธิภาพในการสร้างกำไรในเส้นทางบินที่มีศักยภาพ  

ทั้งนี้เราได้ปรับเพิ่มราคาค่าโดยสารโดยเฉลี่ย เพื่อสะท้อนต้นทุนที่เเท้จริงบางส่วน โดยยังสามารถรักษาอัตราการขนส่งผู้โดยสารภายในประเทศไว้ได้ที่ร้อยละ 80 ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดและเเบรนด์ที่เเข็งเเกร่งของเราได้อย่างดี

สำหรับภาพรวมครึ่งปีหลัง สายการบินพร้อมกลับมาให้บริการอย่างรวดเร็ว หากราคาน้ำมันในตลาดปรับลดอยู่ในระดับคงที่ ซึ่งเรายังคงกลยุทธ์ปรับเเผนปริมาณที่นั่งตามสถานการณ์ในไตรมาสที่ 3 พร้อมบริหารจัดการความเสี่ยงราคาน้ำมัน ไว้ที่ 89 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  คิดเป็น 13% ของความต้องการใช้น้ำมันในไตรมาส”

ในไตรมาสที่ 4 สายการบินจะเพิ่มการใช้งานเครื่องบินในฝูงบินเป็น 52 ลำ  เพื่อรองรับความต้องการเดินทางช่วงวันหยุดปลายปี โดยสายการบินจะกลับมาให้บริการ 2 สนามบินที่กรุงเทพ ทั้งดอนเมืองเเละสุวรรณภูมิ รวมทั้งเส้นทางระหว่างประเทศที่เคยหยุดบินชั่วคราวไปที่ดอนเมือง พร้อมรับโอกาสจากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลและงานอีเวนต์ระดับนานาชาติเพื่อกระตุ้นยอดผู้โดยสาร โดยคาดว่าจะกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุดในไตรมาสสุดท้ายของปี นายไพรัชล์กล่าว 

ในด้านความยั่งยืน สายการบินยังคงเดินหน้าสร้างความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

ปัจจุบัน ผู้โดยสารสามารถมีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมได้โดยตรง ผ่านการเลือกชดเชยการปล่อยคาร์บอนร้อยละ 50 หรือ 100 จากเที่ยวบินของตนในฟีเจอร์ 'ชดเชยคาร์บอนภาคสมัครใจ' บนแอปพลิเคชัน AirAsia MOVE ซึ่งรายได้จะถูกนำไปสนับสนุนโครงการลดการปล่อยคาร์บอนที่ได้รับการรับรองระดับโลก

นอกจากนี้ยังให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับนโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับชาติผ่านโครงการ 'Aviation Thailand towards Net Zero 2050' ขณะเดียวกัน ภายใต้ความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สายการบินได้ขยายโครงการท่องเที่ยวชุมชน 'Journey D' ในแคมเปญ 'Village to the World Season 5' สู่พื้นที่อำเภอคลองหอยโข่งและสิงหนคร จังหวัดสงขลา เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนท้องถิ่นโดยตรง