
เปิด 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับมหาเศรษฐี ปี 2026 กรุงเทพฯ TOP 10
เปิด 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026 มีเมืองในประเทศไหน ติดอันดับ ความมั่งคั่งและไลฟ์สไตล์ทั่วโลก (Global Wealth and Lifestyle Report) ประจำปี 2569 โดยกรุงเทพ ติดโผ TOP 10 ด้วย สะท้อนการเติบโตของตลาดสินค้าหรู และค่าครองชีพในระดับพรีเมียมของไทยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- เปิด 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026
- กรุงเทพฯ ติด 10 อันดับแรกของเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับกลุ่มมหาเศรษฐีเป็นครั้งแรก
- สิงคโปร์ยังคงครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ตามมาด้วยซูริกและโมนาโกในอันดับ 2 และ 3
- ปัจจัยหลักที่ทำให้กรุงเทพฯ อันดับสูงขึ้นคือราคาสินค้าและบริการหรูที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าเล่าเรียน MBA ชุดสูท และรองเท้าสตรี ที่มีราคาสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก
ล่าสุดรายงานความมั่งคั่งและไลฟ์สไตล์ทั่วโลก (Global Wealth and Lifestyle Report) ประจำปี 2569 ของจูเลียส แบร์ ระบุผลการสำรวจราคาสินค้าและบริการระดับพรีเมียม 20 รายการ ใน 25 เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจทั่วโลก
ไทย ติดอันดับ 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026
จากการจัดอันดับเมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026 กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้ขยับอันดับขึ้นจากอันดับที่ 11 มาอยู่ที่อันดับ 10 ในปีนี้ เป็นครั้งแรกที่ติด TOP 10 โลก
เปิด 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026
- อันดับ 1 สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์
- อันดับ 2 ซูริก ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
- อันดับ 3 โมนาโก ประเทศโมนาโก
- อันดับ 4 ฮ่องกง
- อันดับ 5 ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
- อันดับ 6 เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
- อันดับ 7 ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
- อันดับ 8 ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
- อันดับ 9 มิลาน ประเทศอิตาลี
- อันดับ 10 กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ในการจัดอันดับดังกล่าว พบว่า “สิงคโปร์” ยังครองตำแหน่งเมืองที่แพงที่สุดสำหรับกลุ่มคนรวยติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ขับเคลื่อนโดยต้นทุนอสังหาริมทรัพย์และยานพาหนะที่สูงมาก ร่วมกับความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์และความมั่นคงทางการเมือง ส่วน “ซูริก” ขยับขึ้นมา 3 อันดับ จากอานิสงส์การแข็งค่าของเงินฟรังก์สวิส ซึ่งได้รับแรงหนุนจากบทบาทการเป็นแหล่งพักพิงเงินทุนที่ปลอดภัยในยามที่โลกเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ขณะที่ “โมนาโก” ติดอันดับ 3 เป็นครั้งแรก จากการแข็งค่าของเงินยูโรและราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยระดับพรีเมียมที่มีราคาสูงที่สุดในโลก (สัดส่วนพื้นที่ต่อหน่วยแคบที่สุดในดัชนีเทียบเคียง) ส่วน “ฮ่องกง” เลื่อนอันดับลงเล็กน้อยมาอยู่ในอันดับ 4 แต่ยังคงเป็นแกนกลางทางการเงิน โดยครองแชมป์เมืองที่มีค่าบริการทางกฎหมายแพงที่สุดในโลก และติดอันดับเมืองที่มีค่าเล่าเรียน MBA สูงที่สุดในโลก สำหรับ “ลอนดอน” ลดลงมาเหลือ อันดับ 5 เนื่องจากค่าเงินปอนด์เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ระดับราคาในรูปดอลลาร์สหรัฐไม่พุ่งสูงเท่าเมืองในยุโรปแผ่นดินใหญ่ที่อิงกับเงินยูโร
ส่วน“เซี่ยงไฮ้” ติดอันดับ 6 โดยยังคงรักษาสถานะผู้นำในภูมิภาค โดยเป็นเมืองที่มีราคาค่าบริการรับประทานอาหารระดับหรู (Fine Dining) สูงที่สุดในโลก ด้าน “ปารีส” อันดับ 7 เนื่องจากได้รับอิทธิพลทางตรงจากการแข็งค่าของเงินยูโร และยังคงรักษาตำแหน่งอันดับที่ 2 ของโลกในด้านต้นทุนการรับประทานอาหารระดับหรู“ซิดนีย์” ขยับจากอันดับ 6 มาอยู่อันดับ 8 ในปีนี้ โดยเป็นเมืองที่มีการเลื่อนอันดับขึ้นสูงสุดในปีนี้จากปัจจัยค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียที่แข็งแกร่งร่วมกับต้นทุนการนำเข้าสินค้าพรีเมียมที่สูงขึ้น
“มิลาน” อยู่ในอันดับ 9 โดยมีการเติบโตอย่างมั่นคงตามทิศทางราคาของแบรนด์แฟชั่นระดับสูงและการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมในยุโรปแผ่นดินใหญ่ และ “กรุงเทพ” อยู่ในอันดับ 10 โดยติดอันดับ 1 ใน 10 เป็นครั้งแรก จากปัจจัยราคาในหมวดสินค้าหรูส่วนบุคคลและค่าธรรมเนียมการศึกษาชั้นสูงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ทั้งนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองความเป็นมหาอำนาจในการสะสมความมั่งคั่ง โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 4.5% ในปี 2026 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 2.9% อย่างชัดเจน ส่งผลให้ภูมิภาคนี้เป็นที่ตั้งของ 5 ใน 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026
ทำไมกรุงเทพ ติดอันดับ 10 ของโลก
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ ก้าวขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 10 มาจากราคาสินค้าบางประเภทที่พุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก ได้แก่ ชุดสูทสำหรับบุรุษ รองเท้าสำหรับสตรี และค่าหลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจ หรือ MBA นอกจากนี้ยังรั้งอันดับ 2 ของโลกในหมวดราคารถยนต์หรู รองจากสิงคโปร์
ขณะที่ราคาแชมเปญอยู่อันดับ 4 และค่าเล่าเรียนโรงเรียนเอกชนอยู่อันดับ 6 ของโลก และปัจจุบัน กรุงเทพฯ ยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีโครงการคอนโดระดับ Ultra Luxury เปิดตัวต่อเนื่อง มีโรงพยาบาลเอกชนระดับโลก ร้านอาหารมิชลิน และแบรนด์ลักชัวรีเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นที่น่าสังเกตุว่า สินค้าและบริการในหมวดลักชัวรีเชิงประสบการณ์และการผ่อนคลาย เช่น บริการสปาของกรุงเทพฯ กลับมีราคาถูกเป็นอันดับที่ 20 จากทั้งหมด 25 เมืองในดัชนีในครั้งนี้







