thansettakij
thansettakij
เปิด 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026 กรุงเทพฯ ติดโผ

เปิด 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับมหาเศรษฐี ปี 2026 กรุงเทพฯ TOP 10

09 ก.ค. 69 | 06:08 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ค. 69 | 06:28 น.

เปิด 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026 มีเมืองในประเทศไหน ติดอันดับ ความมั่งคั่งและไลฟ์สไตล์ทั่วโลก (Global Wealth and Lifestyle Report) ประจำปี 2569 โดยกรุงเทพ ติดโผ TOP 10 ด้วย สะท้อนการเติบโตของตลาดสินค้าหรู และค่าครองชีพในระดับพรีเมียมของไทยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • เปิด 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026
  • กรุงเทพฯ ติด 10 อันดับแรกของเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับกลุ่มมหาเศรษฐีเป็นครั้งแรก
  • สิงคโปร์ยังคงครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ตามมาด้วยซูริกและโมนาโกในอันดับ 2 และ 3
  • ปัจจัยหลักที่ทำให้กรุงเทพฯ อันดับสูงขึ้นคือราคาสินค้าและบริการหรูที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าเล่าเรียน MBA ชุดสูท และรองเท้าสตรี ที่มีราคาสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก

ล่าสุดรายงานความมั่งคั่งและไลฟ์สไตล์ทั่วโลก (Global Wealth and Lifestyle Report) ประจำปี 2569 ของจูเลียส แบร์ ระบุผลการสำรวจราคาสินค้าและบริการระดับพรีเมียม 20 รายการ ใน 25 เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจทั่วโลก

ไทย ติดอันดับ 10  เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026

จากการจัดอันดับเมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026 กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้ขยับอันดับขึ้นจากอันดับที่ 11 มาอยู่ที่อันดับ 10 ในปีนี้ เป็นครั้งแรกที่ติด TOP 10 โลก
 

เปิด 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026

  • อันดับ 1 สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์
  • อันดับ 2 ซูริก  ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
  • อันดับ 3 โมนาโก ประเทศโมนาโก
  • อันดับ 4 ฮ่องกง
  • อันดับ 5 ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
  • อันดับ 6  เซี่ยงไฮ้  ประเทศจีน
  • อันดับ 7 ปารีส   ประเทศฝรั่งเศส
  • อันดับ 8 ซิดนีย์  ประเทศออสเตรเลีย
  • อันดับ 9 มิลาน  ประเทศอิตาลี
  • อันดับ 10 กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 

 เปิด 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026

ในการจัดอันดับดังกล่าว พบว่า “สิงคโปร์” ยังครองตำแหน่งเมืองที่แพงที่สุดสำหรับกลุ่มคนรวยติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ขับเคลื่อนโดยต้นทุนอสังหาริมทรัพย์และยานพาหนะที่สูงมาก ร่วมกับความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์และความมั่นคงทางการเมือง ส่วน “ซูริก” ขยับขึ้นมา 3 อันดับ จากอานิสงส์การแข็งค่าของเงินฟรังก์สวิส ซึ่งได้รับแรงหนุนจากบทบาทการเป็นแหล่งพักพิงเงินทุนที่ปลอดภัยในยามที่โลกเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ขณะที่ “โมนาโก”  ติดอันดับ 3 เป็นครั้งแรก จากการแข็งค่าของเงินยูโรและราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยระดับพรีเมียมที่มีราคาสูงที่สุดในโลก (สัดส่วนพื้นที่ต่อหน่วยแคบที่สุดในดัชนีเทียบเคียง) ส่วน “ฮ่องกง” เลื่อนอันดับลงเล็กน้อยมาอยู่ในอันดับ 4 แต่ยังคงเป็นแกนกลางทางการเงิน โดยครองแชมป์เมืองที่มีค่าบริการทางกฎหมายแพงที่สุดในโลก และติดอันดับเมืองที่มีค่าเล่าเรียน MBA สูงที่สุดในโลก สำหรับ “ลอนดอน”  ลดลงมาเหลือ อันดับ 5 เนื่องจากค่าเงินปอนด์เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ระดับราคาในรูปดอลลาร์สหรัฐไม่พุ่งสูงเท่าเมืองในยุโรปแผ่นดินใหญ่ที่อิงกับเงินยูโร

ส่วน“เซี่ยงไฮ้” ติดอันดับ 6 โดยยังคงรักษาสถานะผู้นำในภูมิภาค โดยเป็นเมืองที่มีราคาค่าบริการรับประทานอาหารระดับหรู (Fine Dining) สูงที่สุดในโลก ด้าน “ปารีส” อันดับ 7 เนื่องจากได้รับอิทธิพลทางตรงจากการแข็งค่าของเงินยูโร และยังคงรักษาตำแหน่งอันดับที่ 2 ของโลกในด้านต้นทุนการรับประทานอาหารระดับหรู“ซิดนีย์” ขยับจากอันดับ 6 มาอยู่อันดับ 8 ในปีนี้ โดยเป็นเมืองที่มีการเลื่อนอันดับขึ้นสูงสุดในปีนี้จากปัจจัยค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียที่แข็งแกร่งร่วมกับต้นทุนการนำเข้าสินค้าพรีเมียมที่สูงขึ้น

“มิลาน” อยู่ในอันดับ 9 โดยมีการเติบโตอย่างมั่นคงตามทิศทางราคาของแบรนด์แฟชั่นระดับสูงและการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมในยุโรปแผ่นดินใหญ่ และ “กรุงเทพ” อยู่ในอันดับ 10 โดยติดอันดับ 1 ใน 10 เป็นครั้งแรก จากปัจจัยราคาในหมวดสินค้าหรูส่วนบุคคลและค่าธรรมเนียมการศึกษาชั้นสูงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ทั้งนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองความเป็นมหาอำนาจในการสะสมความมั่งคั่ง โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 4.5% ในปี 2026 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 2.9% อย่างชัดเจน ส่งผลให้ภูมิภาคนี้เป็นที่ตั้งของ 5 ใน 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก สำหรับกลุ่มมหาเศรษฐี ปี 2026

ทำไมกรุงเทพ ติดอันดับ 10 ของโลก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ ก้าวขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 10 มาจากราคาสินค้าบางประเภทที่พุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก ได้แก่ ชุดสูทสำหรับบุรุษ รองเท้าสำหรับสตรี และค่าหลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจ หรือ MBA นอกจากนี้ยังรั้งอันดับ 2 ของโลกในหมวดราคารถยนต์หรู รองจากสิงคโปร์

ขณะที่ราคาแชมเปญอยู่อันดับ 4 และค่าเล่าเรียนโรงเรียนเอกชนอยู่อันดับ 6 ของโลก และปัจจุบัน กรุงเทพฯ ยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีโครงการคอนโดระดับ Ultra Luxury เปิดตัวต่อเนื่อง มีโรงพยาบาลเอกชนระดับโลก ร้านอาหารมิชลิน และแบรนด์ลักชัวรีเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ตามก็เป็นที่น่าสังเกตุว่า สินค้าและบริการในหมวดลักชัวรีเชิงประสบการณ์และการผ่อนคลาย เช่น บริการสปาของกรุงเทพฯ กลับมีราคาถูกเป็นอันดับที่ 20 จากทั้งหมด 25 เมืองในดัชนีในครั้งนี้