thansettakij
thansettakij
เปิดแนวรุก IHG บุกไทย ตั้งเป้าขยายแบรนด์โรงแรม 80 แห่งใน 3-5 ปี เพิ่มพนักงาน 700 คน

เปิดแนวรุก IHG บุกไทย ตั้งเป้าขยายแบรนด์โรงแรม 80 แห่งใน 3-5 ปี เพิ่มพนักงาน 700 คน

08 มี.ค. 2569 | 02:16 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มี.ค. 2569 | 02:37 น.

ประเทศไทยจัดว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในพอร์ตโฟลิโอของ IHG Hotels & Resorts ในอาเซียน ซึ่งปัจจุบันเชน IHG มีโรงแรมและรีสอร์ทเปิดให้บริการในไทยกว่า 40 แห่ง ภายใต้ 11 แบรนด์ ทั้งยังมีเป้าหมายขยายแบรนด์โรงแรม เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวภายในระยะเวลา 3–5 ปีข้างหน้า เพิ่มพนักงาน 700 ตำแหน่ง

นางสาวเคท เกอริทส์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ประเทศไทย IHG Hotels & Resorts เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าปัจจุบัน IHG มีโรงแรมที่เปิดให้บริการในประเทศไทยแล้ว 40 แห่ง ภายใต้ 11 แบรนด์โรงแรม ซึ่งรวมถึงแบรนด์โรงแรมใหม่อย่าง voco และ Garner ที่เพิ่งเปิดตัวไป โดยเรามีเป้าหมายที่ท้าทายมาก คือ การขยายพอร์ตโฟลิโอให้เติบโตขึ้นเป็นเท่าตัว หรือมากกว่า 80 แห่ง ภายในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า และขณะนี้เรามีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกกว่า 39 แห่ง ซึ่งจะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในอนาคต

อีกทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีความแข็งแกร่ง มีความยืดหยุ่น และยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยกรุงเทพฯ ยังคงครองอันดับ 1 ของโลกในฐานะเมืองที่มีนักท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนมากที่สุดในปี 2568 ด้วยจำนวนสูงถึงกว่า 30 ล้านคน

เพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ในปี 2569 IHG จึงเดินหน้าเปิดโรงแรมใหม่ในกรุงเทพฯ จำนวน 5 แห่งในปีนี้ ภายใต้แบรนด์ Crowne Plaza, Hotel Indigo และ Holiday Inn Express

IHG เปิดกลยุทธขยายแบรนด์โรงแรม รวม 80 แห่ง ใน 3-5 ปีนี้

กลยุทธ์การขยายพอร์ตโฟลิโอ เพื่อเพิ่มจำนวนโรงแรมที่เปิดให้บริการจาก 40 แห่ง เป็นมากกว่า 80 แห่งทั่วประเทศภายใน 3-5 ปีข้างหน้า IHG มุ่งมั่นที่จะนำเสนอแบรนด์และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เหนือระดับให้แก่ผู้เข้าพักอย่างต่อเนื่อง

เคท เกอริทส์

โดยจากการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุดอย่าง voco และ Garner ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบัน IHG มีแบรนด์โรงแรมให้บริการในประเทศไทยรวมทั้งสิ้นถึง 11 แบรนด์

ขณะเดียวกัน IHG ยังเล็งเห็นถึงโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังจุดหมายปลายทางเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจเพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในการสร้างสมดุลและกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ

ปัจจุบัน IHG มีโรงแรมเปิดให้บริการใน 11 จุดหมายปลายทางสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ เขาใหญ่ กรุงเทพฯ พัทยา ศรีราชา ระยอง กระบี่ เกาะช้าง หัวหิน เกาะสมุย และภูเก็ต

ทั้งเรายังมีแผนขยายโรงแรมสู่จุดหมายปลายทางใหม่ เช่น เชียงราย เป็นต้น เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนและตัวเลือกที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักเดินทางที่ต้องการสำรวจเสน่ห์ของไทยในทุกภูมิภาค รวมถึงยังคง

มุ่งมั่นทำงานร่วมกับภาครัฐ พันธมิตรในอุตสาหกรรม และเจ้าของโรงแรมอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้เรามองเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งในกลุ่ม Mainstream โดยเฉพาะแบรนด์ Holiday Inn และ Holiday Inn Express พร้อมทั้งมองเห็นโอกาสสำคัญในการขยายฐานการเติบโตของแบรนด์ Garner ในเซกเมนต์นี้เพิ่มเติม ขณะเดียวกัน IHG ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอในกลุ่ม Luxury & Lifestyle อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง

พร้อมทั้งต่อยอดชื่อเสียงและความแข็งแกร่งของ IHG ในเซกเมนต์ดังกล่าว นอกจากนี้ IHG ยังเดินหน้าขยายธุรกิจในกลุ่ม Premium โดยเพิ่งเปิดตัว voco Bangkok และมีแผนเพิ่มโรงแรม Crowne Plaza แห่งใหม่อีกหลายแห่งในปีนี้

การขยายแบรนด์ IHG ในไทย

รวมไปถึงยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแนวทางการตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าผู้เข้าพัก และช่วยให้ทีมงานโรงแรมสามารถมุ่งเน้นการให้บริการที่เป็นเลิศได้อย่างเต็มที่ ซึ่งรวมไปถึงการนำ AI มาใช้ในแพลตฟอร์มหลัก เช่น ระบบแปลภาษา เพื่อรองรับแขกผู้เข้าพักจากทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ IHG ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์การเข้าพักที่มีเอกลักษณ์และสะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละจุดหมายปลายทาง อาทิ

  • ร้านอาหาร Jaras ณ InterContinental Phuket Resort ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์และเป็นต้นแบบของการรังสรรค์อาหารอย่างยั่งยืน
  •  InterContinental Khao Yai Resort ที่โดดเด่นด้วยห้องพักแบบซวีทและวิลล่าซึ่งดัดแปลงมาจากตู้รถไฟมรดกทางประวัติศาสตร์ ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวอันอุดมสมบูรณ์กว่า 100 เอเคอร์
  •  Dinso Resort & Villas Phuket กับวิลล่าบ้านต้นไม้อันมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร เป็นต้น

“ประเทศไทยถือเป็นตลาดหลักที่สำคัญของ IHG และเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในพอร์ตโฟลิโอเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงเป็นกลไกหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และประเทศไทยเองก็ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของนักเดินทางจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง”

ในปี 2568 ที่ผ่านมา เอเชียแปซิฟิกก้าวขึ้นเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตด้านการท่องเที่ยวรวดเร็วที่สุดในโลก โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของการเดินทางระยะใกล้ และภายในภูมิภาค การเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำ ตลอดจนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการขยายตัวของชนชั้นกลาง

IHG เชื่อมั่นว่าแนวโน้มเชิงบวกนี้จะยังคงดำเนินต่อไป จากการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐ และความร่วมมือกับพันธมิตรใน อุตสาหกรรม นอกจากนี้ IHG ยังคงเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจทั่วประเทศ ทั้งในเมืองหลักและแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อน เพื่อมอบทางเลือกและประสบการณ์การเข้าพักที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นให้แก่นักเดินทาง

เพิ่มพนักงาน 700 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตามท่ามกลางการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว แต่การขาดแคลนแรงงานยังเป็นความท้าทายสำคัญของธุรกิจโรงแรมในไทย การพัฒนาบุคลากร คือ หัวใจสำคัญของ IHG โดยเรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีเส้นทางอาชีพที่มั่นคงและเปี่ยมด้วยความหมาย ผ่านการสนับสนุนเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

อาทิ IHG University แพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับโลกที่ช่วยเสริมสร้างทักษะ พัฒนาศักยภาพในสายอาชีพ และถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ

แม้อุตสาหกรรมโรงแรมจะยังคงเผชิญกับสภาวะขาดแคลนบุคลากรหน้างาน อาทิ พนักงานแผนกต้อนรับ หรือแผนกอาหารและเครื่องดื่ม แต่ IHG ได้เดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม ผ่านโครงการ IHG Academy ที่ร่วมมือกับสถาบันการศึกษากว่า 40 แห่งในประเทศไทย เพื่อร่วมกันบ่มเพาะทักษะและเตรียมความพร้อมให้กับคนรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมโรงแรมอย่างมืออาชีพ

ในปี 2568 เราสร้างงานใหม่ไปกว่า 500 ตำแหน่ง และมีบุคลากรรวมกว่า 6,000 คน ที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงแรมทั่วประเทศ โดยในปีนี้เราตั้งเป้าจะเพิ่มอีกกว่า 700 ตำแหน่ง เพื่อรองรับการขยายตัวธุรกิจ พร้อมผลักดันการเติบโตสนับสนุนการดำเนินงานของโรงแรมและธุรกิจของเจ้าของโรงแรมอย่างใกล้ชิด

ปัจจุบัน บุคลากรของ IHG กว่า 95% เป็นคนไทย และมากกว่า 40% ของผู้จัดการทั่วไปเป็นคนไทย นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในตลาดที่มีระดับการมีส่วนร่วมของพนักงานสูงที่สุดของ IHG

โดยมีอัตราการเรียนจบหลักสูตรพัฒนาบุคลากรในระดับสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น โครงการ Journey to GM, Journey to Supervisor และ Journey to Manager

IHG ให้ความสำคัญกับการลงทุนในบุคลากร และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนรู้สึกมีคุณค่าและสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านบุคลากรที่มุ่งเน้นความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่าง

ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้ออำนวยและเปิดกว้างสำหรับผู้พิการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุขและเท่าเทียม และยังมีเครือข่าย Employee Resource Groups ที่มีความเข้มแข็ง ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับกลุ่มพนักงานที่มีความหลากหลายและกลุ่มพันธมิตร ได้แลกเปลี่ยนและสนับสนุนซึ่งกันและกัน

เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และมุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งมอบความรู้สึกอบอุ่นและยินดีต้อนรับแก่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นในฐานะพนักงานหรือลูกค้าผู้เข้าพักอีกด้วย