การบินไทยเดินหน้าธุรกิจ บอร์ดใหม่เคาะเย็นนี้ตั้ง 4 คณะย่อย

08 ม.ค. 2569 | 07:08 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ม.ค. 2569 | 07:15 น.

‘ลวรณ แสงสนิท’ ประธานบอร์ดการบินไทย เผยเย็นนี้ประชุมบอร์ดใหม่นัดแรก เคาะตั้งกรรมการย่อย 4 ชุด พร้อมเลือก 2 ผู้มีอำนาจลงนาม ลุยธุรกิจเต็มสูบหลังพ้นภาวะชะงักงัน

KEY

POINTS

  • บอร์ดการบินไทยชุดใหม่ประชุมนัดแรกในวันนี้ (8 ม.ค.) เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยที่จำเป็น 4 คณะ
  • คณะกรรมการชุดย่อย 4 คณะ ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหาร, คณะกรรมการตรวจสอบ, คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  • มีการแต่งตั้งกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม 2 คน เพื่อให้ธุรกิจที่ค้างอยู่สามารถเดินหน้าต่อได้ทันที

ความเคลื่อนไหวคณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 มีมติเลือกตั้งกรรมการใหม่ 9 คน ส่งผลให้บอร์ดมีจำนวนรวม 15 คน แต่ต่อมาศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการจดทะเบียนและห้ามกรรมการที่มาจากมติดังกล่าวใช้อำนาจหน้าที่ จากข้อพิพาทเกี่ยวกับการประชุม

อย่างไรก็ดี ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ศาลได้มีคำสั่งยกเลิกการคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าวแล้ว ทำให้กระบวนการจดทะเบียนและการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการที่มาจากมติผู้ถือหุ้นกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ

บอร์ดใหม่ประชุมนัดแรก เคาะตั้ง 4 คณะย่อย

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในวันนี้ (8 ม.ค.69) เวลา 16.00 น. จะมีการประชุมบอร์ดการบินไทยครั้งแรก หลังจากการประชุมสามัญถือหุ้นประจำปี 2568 มีมติแต่งตั้งกรรมการการบินไทยเพิ่มเติมจำนวนกรรมการการบินไทยเป็น 15 คน ซึ่งวาระการประชุมนั้น จะมีการพิจารณาแต่งตั้งกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และคณะกรรมการชุดย่อยที่จำเป็น 4 คณะ ได้แก่

  1. คณะกรรมการบริหาร
  2. คณะกรรมการตรวจสอบ
  3. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  4. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

“สาเหตุที่บอร์ดการบินไทยต้องมีกรรมการถึง 15 คน เนื่องจากข้อกำหนดที่เข้มงวด ป้องกันการทำงานทับซ้อนกัน โดยเฉพาะคณะกรรมการตรวจสอบ ที่ต้องเป็นกรรมการอิสระทั้งหมดอย่างน้อย 3 คน และห้ามดำรงตำแหน่งในชุดย่อยอื่นที่อาจเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ถ้ามีกรรมการเพียง 11 คน จะสามารถตั้งกรรมการชุดย่อยได้เพียง 2 ชุดเท่านั้น แต่ด้วยจำนวน 15 ท่าน ทำให้การจัดสรรตำแหน่งในทั้ง 4 ชุดมีความเหมาะสมและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล”

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

เลือก 2 ผู้มีอำนาจลงนาม ช่วยลุยงานที่ค้างคา

สำหรับวาระการประชุมเรื่องการแต่งตั้งกรรมการผู้มีอำนาจลงนามนั้น จะคัดเลือกผู้มีอำนาจ 2 คน เพื่อร่วมลงนามกับ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หลังจากที่ก่อนหน้านี้บริษัทประสบภาวะชะงักงันเนื่องจากคำสั่งศาลที่ให้ระงับการดำเนินการบางประการ ทำให้กรรมการชุดเดิมที่มีอำนาจลงนามพ้นตำแหน่งไป และไม่สามารถตั้งชุดใหม่มาทดแทนได้ ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถทำนิติกรรมสัญญาหรือนิติสัมพันธ์ใดๆ ได้ในช่วงที่ผ่านมา

“การแต่งตั้งนี้จะช่วยให้งานที่ค้างอยู่สามารถดำเนินต่อได้ทันที โดยบริษัทจะเร่งไปจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงกรรมการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในวันพรุ่งนี้”

เปิดไทม์ไลน์ประชุมบอร์ด เร่งสร้างเชื่อมั่นนักลงทุน

นายลวรณ กล่าวว่า กระบวนการครั้งนี้ถือว่าดำเนินการด้วยความรวดเร็ว หลังจากศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 6 ม.ค.69 ที่ผ่านมา คณะกรรมการสรรหาฯ ได้เรียกประชุมสรุปรายชื่อกรรมการทันที ในวันที่ 7 ม.ค.69 ก่อนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดในวันนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ทิศทางการเดินหน้าธุรกิจมีความชัดเจนขึ้น

โดยในวันที่ 19 ม.ค.69 จะมีประชุมคณะกรรมการตามปกติเพื่อติดตามความคืบหน้า และเดือนกุมภาพันธ์ จะประชุมนัดพิเศษเพื่อระดมสมอง (Brainstorming) กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ (Strategy) ของการบินไทยอย่างเป็นทางการจากมุมมองของกรรมการที่เป็นมืออาชีพชุดใหม่

“เป้าหมายในการบริหารการบินไทย คือ ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นและบริหารงานอย่างโปร่งใสในฐานะมืออาชีพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนว่าการบินไทยมีอนาคตที่ดีและมีการจัดการที่ชัดเจน ทั้งนี้ ในการประชุมวันนี้ยังไม่มีวาระการพิจารณาเรื่องการจัดซื้อเครื่องบินเพิ่มเติมแต่อย่างใด”

“เอกนิติ”​ แจงไม่เกี่ยวแผนฟื้นฟูบินไทย ปี 63-68

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากกระแสข่าวในสื่อออนไลน์พาดพิงถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องกับฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด( มหาชน) ​นั้น ขอชี้แจงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในแผนฟื้นฟูการบินไทยในช่วงปี2563-2568 แต่อย่างใด เนื่องจากการเป็นประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) บินไทย เป็นเมื่อปี 2562

“ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ชัดเจน และไม่เกี่ยวจ้องกับข่าวที่ลงในสื่อออนไลน์แต่อย่างใด คนที่รู้จักผมมาตลอด ก็รู้ว่าผมเป็นคนอย่างไร ไม่มีความซับซ้อน ทำบอกว่าทำ ไม่ทำก็บอกไม่ทำ ชัดเจน ตรงไปตรงมา”