
เปิดสาเหตุ Jeju Air บินกลับจากไทย เครื่องบินชนรั้วสนามบินมูอัน ระเบิด
เปิดสาเหตุอุบัติเหตุเบื้องต้น สายการบินเจจูแอร์ (Jeju Air) บินออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ชนรั้วสนามบินมูอัน เกาหลีใต้ จนเครื่องบินระเบิด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 47 ราย
เช้าวันนี้ (29 ธันวาคม 2567) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากกรณีเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินโดยสาร สายการบินเจจูแอร์ (Jeju Air) เที่ยวบิน 7C2216 บินออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ บินกลับไป เกาหลีใต้ เครื่องบินพุ่งออกนอกรันเวย์และชนรั้วที่สนามบินนานาชาติมูอัน ในเมืองมูอัน จังหวัดชอลลาใต้ เมื่อเช้าวันนี้ (29 ธันวาคม 2567) เวลา 09:07 น.
ทั้งนี้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีการรายงานเบื้องต้นว่าเครื่องบิน Boeing 737-800 ของสายการบินเจจูแอร์ ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ พยายามลงจอดท่าอากาศยาน Muan โดยที่ล้อไม่กางออก การสอบสวนในเบื้องต้นชี้ว่าสาเหตุโดยตรงของอุบัติเหตุในครั้งนี้น่าจะมาจากเหตุขัดข้องของระบบล้อลงจอด ซึ่งเป็นผลมาจากเครื่องบินชนนก จนเครื่องยนต์เสียหาย และมีควันพุ่งออกมาจากเครื่องยนต์ด้านขวา และนักบินก็มาเจอปัญหาอีกอย่างทันที นั่นคือ "ระบบแลนดิ้งเกียร์" ไม่ทำงาน
ระบบแลนดิ้งเกียร์ ประกอบไปด้วย ล้อ เบรก ระบบกางเก็บ เป็นเครื่องช่วยลดแรงกระแทกให้เครื่องบิน ตอนจะแตะรันเวย์เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก แต่กล้องวีดีโอ จับภาพได้ว่า ระบบแลนดิ้งเกียร์ของเจจูแอร์ เที่ยวบินนั้น ไม่ถูกใช้งาน
ทำให้เครื่องไถลออกนอกรันเวย์และพุ่งชนเข้ากับ Approach Lighting System ที่ปลายทางวิ่งจนเกิดเพลิงไหม้ชนรั้วของสนามบินนานาชาติมูอันมูอัน จังหวัดชอลลาใต้
ขณะเดียวกันในเที่ยวบิน Jeju Air 7C2216 ที่ประสบเหตุ มีผู้โดยสารส่งข้อความถึงครอบครัวก่อนเกิดเหตุเครื่องบินตก
ข้อความระบุว่า “เราลงจอดไม่ได้ มีนกติดอยู่ในเครื่องยนต์” และข้อความสุดท้ายเขียนว่า “ฉันควรเตรียมตัวไหม?” ก่อนที่การติดต่อจะขาดหายไป
ทั้งนี้เบื้องต้น มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 47 ราย จากจำนวนผู้โดยสาร 181 คนบนเครื่องบิน เป็นผู้โดยสารประมาณ 175 คน และลูกเรือ 6 คน บนเครื่อง มีผู้รอดชีวิตอย่างน้อย 3 คนที่ถูกช่วยเหลือออกจากซากเครื่องบิน
โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลีใต้ ยกเว้นผู้โดยสารชาวไทย 2 คน เป็นหญิงไทย
เจ้าหน้าที่สนามบินกล่าวกับรอยเตอร์วิดีโอที่สื่อท้องถิ่นเผยแพร่เผยให้เห็นเครื่องบิน 2 เครื่องยนต์ลื่นไถลลงรันเวย์โดยไม่มีล้อลงจอดที่ชัดเจนก่อนจะพุ่งชนกำแพงจนเกิดเปลวไฟและเศษซากระเบิดขึ้น ภาพถ่ายอื่นๆ แสดงให้เห็นควันและไฟลุกท่วมบางส่วนของเครื่องบิน
ทางการเร่งสอบสวนและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ยังติดค้างในซากเครื่อง
ด้านเว็บไซต์ข่าวเดอะ โคเรีย เฮอรัลด์ (The Korea Herald) รายงานว่าอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมเจจูแอร์ คือ รันเวย์ของท่าอากาศยานนานาชาติมูอัน ที่เครื่องบินของสายการบินเจจูแอร์ลงจอดนั้นสั้นเกินไป เมื่อเทียบกับสนามบินพาณิชย์อื่น ๆ ในพื้นที่กรุงโซล ส่งผลให้เครื่องบินไถลเกินออกไปนอกรันเวย์ แล้วพุ่งชนกับรั้วจนทำให้เกิดระเบิด
รายงานระบุว่ารันเวย์หลักของสนามบินมูอัน ในจังหวัดชอลลาใต้ มีความยาวทั้งหมด 2,800 เมตร ซึ่งถือว่าสั้นมากเมื่อเทียบกับรันเวย์ที่สั้นที่สุดของสนามบินอินชอน ที่มีความยาว 3,750 เมตร นอกจากนี้ ยังสั้นกว่าสนามบินนานาชาติกิมโปด้วย ซึ่งมีรันเวย์ยาว 3,600 เมตร และ 3,200 เมตร
ขณะที่ จู จองวัน ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการบินของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งเกาหลีใต้ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด และจะสรุปผลให้ทราบทันทีที่การสอบสวนเสร็จสิ้น
ส่วนที่มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่ารันเวย์ของสนามบินนานาชาติมูอันนั้นค่อนข้างสั้น จู จองวัน ได้ปฏิเสธข้อสันนิษฐานดังกล่าว โดยระบุว่า รันเวย์ของสนามบินนานาชาติมูอันมีความยาว 2.8 กิโลเมตร และเคยถูกใช้งานโดยเครื่องบินประเภท C หรือเครื่องบินที่มีปีกกว้างระหว่าง 24 - 36 เมตร ตามการกำหนดมาตรฐานโดยองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งเกาหลีใต้ ได้ค้นพบ “กล่องดำ” สำหรับบันทึกข้อมูลการบินแล้ว แต่ยังไม่พบอุปกรณ์บันทึกเสียง โดยเจ้าหน้าที่จะนำกล่องดำไปให้เจ้าหน้าที่สอบสวนความปลอดภัยทางการบินเพื่อสืบสวนต่อไป
สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พบผู้เสียชีวิต 122 คนแล้ว เบื้องต้นคาดมีผู้เสียชีวิตเกือบยกลำ 179 คน ยกเว้นผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ 2 คน หลังเครื่องบินเจจูแอร์ ตกในเกาหลีใต้
สำหรับผู้รอดชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือนำตัวออกจากเครื่องบินมีอย่างน้อย 2 คน เป็นลูกเรือทั้งคู่
ล่าสุดเวลา 17.25 น.กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ยืนยันล่าสุดว่า มีผู้เสียชีวิต 176 ราย สูญหาย 3 ราย และรอดชีวิต 2 ราย
ท่าอากาศยานนานาชาติมูอันตั้งอยู่ใกล้เมืองกวางจูและม็อคโป ได้รับการยกย่องให้เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของเที่ยวบินระหว่างประเทศ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับทั้งสองประเทศอย่างมาก





