
รัฐบาลเปิดทาง AOT รวบ 28 สนามบินทย. ตั้งบริษัทลูกโอนสิทธิบริหารเชิงพาณิชย์
รัฐบาลเปิดทาง AOT รวบ 28 สนามบิน ภูมิภาคของกรมท่าอากาศยาน หรือ ทย. ให้บริหารจัดการสนามบิน ทอท.เร่งศึกษา จ่อตั้งบริษัทลูกโอนสิทธิบริหารเชิงพาณิชย์ ปรับภารกิจทย.เหลือแค่สร้างสนามบินใหม่
นโยบายการให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. โอนสิทธิบริหารสนามบินภูมิภาค ของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) มาให้ทอท.บริหารนั้น ไม่ได้มีเพียง 3 สนามบิน อย่าง สนามบินกระบี่ สนามบินอุดรธานี และสนามบินบุรีรัมย์ เท่านั้น เมื่อล่าสุดรัฐบาลชุดปัจจุบัน ยังมีนโยบายจะโอนอีก 25 สนามบินของทย. ให้ ทอท.บริหารจัดการด้วยเช่นกัน
การโอนสิทธิ์ให้ AOT เข้าไปเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการสนามบินของทย. ในยุครัฐบาลที่ผ่านมา นายก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ซึ่งมี “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” แห่งพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ครม.ได้อนุมัติในหลักการ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2565 ให้โอนสิทธิบริหาร 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินกระบี่ สนามบินอุดรธานี และสนามบินบุรีรัมย์
แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถโอนได้ เนื่องจากทย.ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงาน เพื่อขอใบรับรองสนามบินสาธารณะ จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT
เนื่องจากในอดีตหาก เป็นสนามบินของเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ จะต้องดำเนินการตามมาตรฐาน เพื่อให้ได้ใบรับรองสนามบินสาธารณะ จึงจะเปิดให้บริการได้ ยกเว้นสนามบิน ของรัฐที่ไม่ได้กำหนดในเรื่องนี้ไว้ ดังนั้นเมื่อทอท.จะรับโอนมา สนามบินเหล่านี้ก็ต้องให้ได้ใบ รับรองสนามบินสาธารณะเสียก่อน ทอท.จึงเข้าไปบริหารจัด การได้ นอกจากนี้ที่ผ่านมายังมีเรื่องของการเจรจาจ่ายค่าชดเชยกองทุนหมุนเวียนของทย.ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
กระทั่งล่าสุดรัฐบาลชุดปัจจุบันนายก “เศรษฐา ทวีสิน” ซึ่งมี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แห่งพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบายที่จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค
หนึ่งในนั้น คือ นโยบายที่จะผลักดันให้มีการโอนสิทธิสนามบินของทย.เพิ่มอีก 25 แห่ง เข้ามาอยู่ในพอร์ตโฟลิโอของทอท. เพื่อให้ทย.ทำหน้าที่หลัก ในการสร้างสนามบินใหม่ ซึ่งตามแผนทย.มีแผนจะสร้างสนามบินใหม่จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ สนามบินมุกดาหาร สนามบินบึงกาฬ สนามบินพัทลุง สนามบินสารสินธุ์ (รอยต่อระหว่างจ.กาฬสินธุ์-มหาสารคาม) สนามบินสตูล และสนามบินพะเยา
ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า การโอนย้าย 3 สนามบินของทย. ได้แก่ สนามบินอุดรธานี กระบี่ และบุรีรัมย์ ยังไม่สามารถดำเนินการ เนื่องจากต้องรอให้สนามบินต่างๆ ได้รับใบรับรองสนามบินสาธารณะก่อน และล่าสุดจากกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มอีก 25 สนามบิน ให้ทอท.มาบริหารจัดการ รวมแล้วจะมีทั้งหมด 28 สนามบินของทย. (ยกเว้นสนามบินตาก เนื่องจากไม่ได้ใช้งานเชิงพาณิชย์ แต่ใช้ทำการบินเรื่องฝนหลวงเป็นหลัก) จากปัจจุบันทย.มี สนามบินทั้งหมด 29 แห่ง
การที่รัฐบาลมองว่า จะโอนให้ทอท. เพราะมองว่าเป็น การลดภาระการลงทุนของภาครัฐ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลต้องตั้งงบชดเชยการขาดทุนให้กองทุน ทย.ปีละกว่า 3 พันล้านบาทต่อปีทุกปี ซึ่งการจะโอน 25 สนามบินที่จะเกิดขึ้น ทอท.จะต้องดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) เสียก่อน คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการศึกษาเป็น เวลาราว 6 เดือน
ทั้งนี้ด้วยความที่ทอท.เป็นรัฐวิสาหกิจ และต้องรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นด้วย เบื้องต้นเกณฑ์หลักๆ ที่ทอท.จะต้องพิจารณา ในการรับโอน 25 สนามบิน การพิจารณาว่าจะรับโอนสิทธิบริหารสนามบินไหนนั้น ต้องวิเคราะห์ว่าถ้ารับมาแล้วจะสามารถเปิดกิจการและดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ ซึ่งทอท.ต้องศึกษารูปแบบในแต่ละสนามบิน ว่ามีศักยภาพเชิงพาณิชย์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับวิธีการบริหารจัดการ และมาร์เก็ต เซ็กเม้นท์ของตลาดด้วย เช่น สนามบินหัวหิน ถ้าทำให้ได้มาตรฐาน ก็จะเป็นสนามบินขนาดเล็กได้
สนามบินที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ อาทิ สนามบินขอนแก่น สนามบินตรัง สนามบิน นครศรีธรรมราช สนามบินแพร่ สนามบินน่าน สนามบินแม่ฮ่องสอน ส่วนสนามบินไหนที่ไม่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ ก็ต้องพิจารณาว่าสนามบินนั้นเหมาะแก่การใช้งานแบบใด หรือใช้ประโยชน์ในภารกิจ ก็น่าจะพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะโอนสิทธิบริหารให้กับหน่วยงานที่ใช้ประโยชน์ เป็นต้น
ดร.กีรติ ยังกล่าวต่อว่า สำหรับรูปแบบการรับโอนสิทธิบริหารสนามบินที่จะเกิดขึ้น ทอท.มองถึงการตั้งบริษัทลูกเข้ามา บริหารจัดการสนามบิน จะไม่ ได้ดำเนินการโดยทอท.โดยตรง การตั้งบริษัทลูกเข้ามาบริหาร เพราะถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจจะไม่คล่องตัว และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ซึ่งการตั้งบริษัทลูกที่เรามองไว้ คือ อาจตั้งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ทอท.ถือหุ้นอยู่ส่วนหนึ่ง ดึงเอากองทุนวายุภักษ์ มาร่วม
ถือหุ้นส่วนหนึ่ง เพื่อให้มีความคล่องตัว ซึ่งจะไม่มีการดึงเอกชนเข้ามาร่วมถือหุ้น เพราะเป็นการ “บริหารทรัพย์สินของรัฐ” ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา คาดว่าไม่เกิน 6 เดือนจากนี้จะได้ข้อสรุปเช่นกัน
ส่วนในกรณีของข้าราชการ ของทย. หากมีสนามบินไหนโอนมาให้ทอท. คนที่เคยทำงานในสนามบินก็อาจไปอยู่บริษัทลูก ที่ทอท.จะจัดตั้งขึ้น หรือบางส่วนก็โอนกลับเข้าสู่กระทรวงคมนาคม ขณะที่การจ่ายค่าชดเชยให้ทย. ถ้าทอท.รับมาบริหารจัดการ เราก็จะชดเชยส่วนขาดของกองทุนหมุนเวียนของทย. ซึ่งที่ผ่านทย.ระบุว่า สนามบินกระบี่ เป็นสนามบินหลักที่เลี้ยงทุกสนามบินของทย. ซึ่งสนามบิน กระบี่มีกำไรราว 200 กว่าล้านบาท วันนี้รัฐเคลียร์ให้ทอท. บริหารจัดการ เราก็จ่ายชดเชยให้เขาตรงนี้ก็จบ ก็จะเสนอครม.พิจารณาต่อไป เพราะสนามบินที่เหลือส่วนใหญ่จะขาดทุน
ขณะเดียวกันเมื่อทอท.รับโอนสิทธิบริหารจัดการสนามบิน มา ทอท.ก็ต้องมีการลงทุนเพื่อยกระดับการบริหารจัดการ การพัฒนาสนามบิน อย่าง 3 สนามบิน ที่จะโอนมาก่อน อย่างสนามบินอุดรธานี สนามบินบุรีรัมย์ และสนามบินกระบี่ ทอท.ก็ไว้วางงบลงทุนไว้ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายขีคดวามสามารถของสนามบินต่อเนื่องด้วยเช่นกัน






